
มีเวลาน้อยหรือเปล่า!
ผมไม่มีเวลา...ฉันไม่มีเวลา...งานเยอะมาก...แบ่งเวลาไม่ได้เลย
ฯลฯบ่อยครั้งที่เรา
มักจะได้ยินคำตอบเหล่านี้เมื่อตั้งคำถามถึงเรื่องการออกกำลังกายทั้งที่เข้าใจดีอยู่แล้วว่าสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ
แต่จะว่าไปการดำรงชีวิตในยุคปัจจุบันที่ต้องเผชิญปัญหาหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะจะต้องคำนึงเรื่องของเศรษฐกิจ
การเร่งหาปัจจัยให้เพียงพอกับภาระที่ล้นมือ ทำให้คนเราไม่มีเวลาปลีกตัวหรือไม่สามารถทำในสิ่งที่ตนเองอยากทำ
แม้กระทั่งการเจียดเวลามาออกกำลังกาย!
บางท่านพอมีเวลาแต่ไม่รู้จะแบ่งเวลาอย่างไร ทางมูลนิธิสุขภาพไทยเห็นว่าปัญหานี้มีมากขึ้นในชีวิตของคนเมือง
จึงได้จัดเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายสำหรับคนมีเวลาน้อย
ให้กับสมาชิกและผู้สนใจ
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้ที่ให้ความรู้ก็คือ อาจารย์มานพ ประภาษานนท์
นักกายภาพบำบัดที่มีความสนใจ
ทางด้านแพทย์องค์รวม ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติบำบัดนวดแผนไทย แพทย์แผนจีน
พลังจิต และสมาธิ โดยได้ศึกษา
ดูงาน ทดสอบ ทดลอง และสั่งสมประสบการณ์จนถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือด้านสุขภาพหลายเล่ม
ที่วางแผงอยู่ในขณะนี้
"แต่ก่อนผมเองก็เข้าใจเช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ว่า การที่ร่างกายแข็งแรงดี
ไม่มีโรคภัย
ถือว่าเป็นคนมีสุขภาพดีแล้ว" อาจารย์มานพเกริ่นนำและกล่าวต่อไปว่าแต่ปัจจุบันความคิดเปลี่ยนไปแล้ว
เพียงแต่บอกว่า เรายังไม่มีโรคภัยไข้เจ็บถือว่ามีสุขภาพดียังไม่ถูกต้องการมีสุขภาพดีต้องประกอบไปด้วย
4 ด้านหลักก็คือ
หนึ่ง ทางด้านร่างกาย จะต้องไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
สอง ทางด้านจิตใจ จะต้องบริหารอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ
สาม ทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมจะต้องดีด้วย
สี่ ทางด้านจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นประการสำคัญที่สุด
เมื่อสุขภาพที่ดีต้องประกอบด้วย 4 ด้านนี้ทำให้คำว่าสุขภาพมีความหมายที่กว้างมาก
ดังนั้นคำจำกัดความคำว่า
"สุขภาพ" ของอาจารย์มานพที่ให้ไว้ก็คือ "สุขภาพคือชีวิต""คนทั่วไปบอกว่าไม่มีเวลา
จะไม่มีได้อย่างไร
เมื่อสุขภาพคือชีวิตเรามีชีวิตตลอดเวลา เราก็ควรให้เวลากับชีวิตได้ตลอดเวลาเช่นกัน
ถ้าอยากมีสุขภาพดี เราจะต้องมีชีวิตที่ดีทั้ง 4 ด้าน
ที่สำคัญต้องทำทั้ง 4 ด้านพร้อมกัน เนื่องจากสุขภาพต้องเป็นองค์รวม
สุขภาพไม่อาจแยกส่วนได้"
องค์รวมของสุขภาพก็คือ เราจะต้องปรับปรุงทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเราไปพร้อมกันทุกด้าน
จะเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ละเว้นบางอย่าง หรือทำทีละอย่างไม่ได้เลยการมีสุขภาพที่ดี
จะต้องทำต่อเนื่องกันทุกวัน ทุกขณะ สอดคล้องกันทั้งสี่ด้านที่กล่าวมาข้างต้น
สำหรับการออกกำลังกายในแต่ละวันนั้น
อาจารย์มานพได้ให้คำแนะนำพอเป็นแนวทางให้ท่านผู้อ่านนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
เนื่องจากสุขภาพไม่มีสูตรสำเร็จ"ไม่มีสูตรสำเร็จสักประการเดียวในการดูแลรักษาสุขภาพ...
แต่มีหลักเพื่อเป็นแนวทาง เราต้องจับหลักให้ได้ว่าสิ่งใดหรือวิธีการใดเหมาะสมกับเรามากที่สุด
ดีที่สุดสำหรับเรา"
ดังนั้น สิ่งที่เหมาะสมกับบุคคลหนึ่ง อาจจะไม่เหมาะสมกับบุคคลอื่นก็ได้
เนื่องจากแต่ละคนมีปัจจัยและองค์ประกอบที่แตกต่างกันแต่ละบุคคลจึงต้องหาสิ่งที่เหมาะสมกับตนเอง...ด้วยตนเอง
คราวนี้เรามาเริ่มกันตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า ซึ่งอาจารย์มานพแนะนำไว้อย่างนี้ว่า
เนื่องจากเรานอนหลับมาตลอดทั้งคืน
ไม่ได้ใช้งานเหมือนเวลากลางวัน ทำให้เส้นในร่างกายมักจะยึด "เทคนิคของผมก็คือ
หลังจากตื่นขึ้นมาแล้ว...
อย่าเพิ่งรีบลุกขึ้น ให้บิดร่างกายเสียก่อน บิดซ้าย...บิดขวา...กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงนอน
พอให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น
แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
หลังจากนั้นลุกขึ้นนั่ง แต่ยังไม่ลงจากเตียงนะ ผมจะออกกำลังกายบนเตียงเสียก่อน
สำหรับท่าบริหารยืดเส้นยืดสายบนเตียงนั้น เป็นท่าที่นำมาจากหลายแหล่ง
นำมาปรับให้เหมาะสมกับตนเอง
"สำหรับท่านผู้อ่านสามารถประยุกต์ท่าออกกำลังกายตามความเหมาะสมซึ่งอาจารย์มานพแนะนำไว้ก็คือ
ท่าที่เกี่ยวข้องกับการยืดตัว โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวที่เน้นกระดูกสันหลัง"
กระดูกสันหลังมีความสำคัญมาก ถือว่าเป็นแม่บทของการเคลื่อนไหวเลยถ้ากระดูกสันหลังดี
สุขภาพก็จะดี
ถ้ากระดูกสันหลังไม่ดี ทุกอย่างในร่างกายก็จะแย่ไปหมดการบริหารร่างกายไม่ว่าจะเป็นโยคะ
ชี่กง ไทเก็ก ฯลฯ ก็มักจะเน้นความคล่องตัวของกระดูกสันหลังเป็นหลักเช่นกัน
ออกกำลังกายบนเตียงสัก 10 นาที ก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำ ความตึงตัวที่นอนมาทั้งคืนจะหายไป
เลือดก็จะสูบฉีดไปทั่วร่างกาย ทำให้เวลาที่เราเอาเท้าแตะพื้นเวลาลงจากเตียงจะไม่มีปัญหา
หากไม่ยืดเส้นสายก่อน ผู้ที่สูงวัยบางคนเหยียบพื้นก้าวแรกก็อาจจะเจ็บเท้าได้"
| ©Copyright
Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003
|
 |
|