จงดูตัวเองเข้าไว้


ค้างกันที่เรื่องของต่อมน้ำเหลือง ซึ่งอาจารย์มานพ ประภาษานนท์ นักกายภาพบำบัด
ผู้ให้ความสนใจเกี่ยวกับแพทย์องค์รวม ผู้เชี่ยวชาญการนวดแผนไทย
อธิบายให้สมาชิกของมูลนิธิสุขภาพไทยฟังถึงความสำคัญของการกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองที่ทุกคนควรใส่ใจ
เนื่องจากน้ำเหลืองเป็นตัวนำของเสียจากเซลล์ไปทำความสะอาดที่ต่อมน้ำเหลือง
จนกลายเป็นน้ำเหลืองดีแล้วก็วนออกไปรับของเสียกลับมาบำบัดใหม่ เช่นนี้เรื่อยไป

อาจารย์มานพ บอกว่า ท่อน้ำเหลืองมีอยู่ทั่วร่างกาย มีสายใยมากกว่าเส้นเลือดถึง 3-4 เท่า
แต่น้ำเหลืองมีความแตกต่างกับเส้นเลือด ก็คือ เส้นเลือดจะมีหัวใจคอยสูบฉีดโลหิตให้ไหลเวียนทั่วร่างกาย
แต่น้ำเหลืองไม่มีสิ่งใดเป็นตัวช่วย!
ถ้าเมื่อใดก็ตามร่างกายของเราอยู่นิ่ง น้ำเหลืองก็จะนิ่งด้วย ยิ่งเราเคลื่อนไหวน้อย น้ำเหลืองก็จะไหลช้า
การหมุนเวียนก็จะไม่ค่อยดี

"ฉะนั้น การเคลื่อนไหวตัวสำคัญมาก อยากมีสุขภาพดีต้องเคลื่อนไหวบ่อยๆ"
ด้วยเหตุนี้เอง อาจารย์มานพจึงแนะนำให้ใช้ใยบวบขัดถูผิวหนังขณะอาบน้ำด้วย
เพื่อช่วยให้น้ำเหลืองไหลเวียนได้เร็วขึ้น ส่งสิ่งสกปรกไปชำระล้างได้เร็วขึ้น
"เวลาอาบน้ำฟอกสบู่ ให้นำใยบวบแช่น้ำให้นุ่มพอสมควร แล้วเริ่มถูร่างกายจากปลายมือขึ้นมาสู่หัวไหล่
ถูจากปลายเท้าขึ้นมาที่หัวเข่า ถูต่อเนื่องมาที่ลำตัว ให้ทั่วร่างกาย การถูด้วยใยบวบจะต้องถูไปทางเดียว
ไม่ใช่ขัดขึ้นข้างบนบ้าง...ข้างล่างบ้าง"

การถูตัวจากข้างล่างสู่ด้านบนก็เพื่อให้น้ำเหลืองที่อยู่บริเวณปลายมือและปลายเท้า
วิ่งเข้ามาสู่ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณกลางลำตัวได้เร็วขึ้น ร่างกายจะขับของเสียได้เร็วขึ้น
หากขัดถูทุกครั้งที่อาบน้ำก็จะทำให้ร่างกายของเราสะอาดขึ้นด้วย
"การขัดถูร่างกายด้วยใยบวบไม่ได้ประโยชน์เฉพาะน้ำเหลืองอย่างเดียว แต่ระบบเลือดจะมาหล่อเลี้ยงที่ผิวหนังด้วย
ทำให้ผิวสวยขึ้น และหลังอาบน้ำจะรู้สึกสบายตัวมาก"
พออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็มาตรวจดูร่างกาย
"ผมมักจะยิ้มกับกระจกบ่อยครั้ง"

อาจารย์มานพเล่าให้ฟังต่อไปว่า "เวลาผมส่องกระจก ผมจะบอกว่าร่างกายเราดีนะ นอกจากชื่นชมตัวเองแล้ว
ยังเป็นการตรวจสอบร่างกายตนเองอีกด้วยว่า ร่างกายเราเป็นอย่างไร ตัวเบี้ยวไหม ตัวคดหรือไม่ เช่นนี้เป็นต้น"
ดังนั้น เคล็ดลับในข้อนี้ก็คือ จงดูตัวเองเข้าไว้ ซึ่งมีหลักการดังนี้คือ
ประการที่หนึ่ง ส่องกระจกมองหน้าตนเอง

"จะหล่อสวยหรือไม่...ไม่รู้ แต่ต้องบอกตนเองว่าหน้าตาของฉันดีไว้ก่อน มองแล้วบอกว่าไม่เลวไว้ก่อน"
ประการที่สอง สังเกตระดับหู
"ดูว่าหูทั้งสองข้างอยู่ในระดับที่ตรงกันดีหรือไม่ ถ้ายังอยู่ในระดับเดียวกันถือว่าใช้ได้
แต่ถ้าวันใดหูเอียงไปข้างหนึ่ง สุขภาพไม่ดีแล้ว"
ประการที่สาม ไหล่ต้องอยู่ในระนาบเดียวกัน
ประการที่สี่ สะโพกต้องตรง
ประการที่ห้า เข่าต้องตรง
ประการที่หก ข้อเท้าตรง
ประการที่เจ็ด พิจารณาร่างกายด้านข้าง ว่าท้องยื่นไปหรือไม่ ฯลฯ

"โครงสร้างร่างกายของคนเราต้องตรง เมื่อใดตัวตรง เมื่อนั้นสุขภาพดี ดังนั้น
จึงควรทำร่างกายให้ตรงอยู่เสมอ ให้สง่างามทุกขณะ
สิ่งเหล่านี้ปรับปรุงแก้ไขได้ไม่ว่าจะอายุเท่าใด ยิ่งเด็กยิ่งแก้ไขง่าย
จงรักษาโครงสร้างร่างกายให้ตรงเป็นนิสัย แล้วเลือดลมจะไหลเวียนได้ดี"
ความสำคัญประการหนึ่งที่อาจารย์มานพเน้นย้ำก็คือ การชื่นชมตัวเอง
"มองตัวเองแล้วพยายามรักตัวเอง พยายามชื่นชมตัวเอง แม้จะพุงยื่นก็ยังพอใจ
เพียงแต่ให้รู้ว่าหากลดเอวได้มากกว่านี้ยิ่งดี เช่นนี้เป็นต้น"

หลังจากนั้นหากแบ่งเวลาออกกำลังกายก่อนไปทำงานได้ก็ดี ตรงนี้แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
"สำหรับผมออกกำลังกายก่อนไปทำงาน ผมจะไม่ออกกำลังกายที่หนักเกินไป แต่จะเลือกออกกำลัง
ที่ใช้วิชากระตุ้นพลังมากกว่า เช่น โยคะ หรือพลังภายใน ที่มีลักษณะยืดหยุ่นร่างกาย
หากร่างกายมีความยืดหยุ่นแล้ว จะนำพาระบบในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย

ผมแบ่งเวลาออกกำลังกายในตอนเช้าประมาณสัก 10 นาทีถึง 15 นาที เพื่อให้ร่างกายตื่นตัวแล้วค่อยไปทำงาน"
มาถึงตรงนี้ อาจารย์มานพบอกว่า การทำทุกอย่างที่กล่าวต้องไม่เครียด ต้องไม่กำหนดกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัดว่า
เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือจะปฏิบัตินอกกรอบที่ขีดไว้ไม่ได้...อย่างนั้นไม่ใช่ เราเพียงแต่คอยสังเกตตัวเราเองว่าเป็นอย่างไร
แล้วเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตนเอง เลือกปฏิบัติที่เหมาะกับตนเองมากที่สุด




©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003