ความจริงกับสิ่งคาดหวัง
เมื่อรู้ว่าความเครียดคือศัตรูตัวร้าย...แต่เราจะจัดการกับมันได้อย่างไร
อาจารย์มานพ ประภาษานนท์ นักกายภาพบำบัดผู้ให้ความสนใจและศึกษาแพทย์องค์รวม
บอกไว้ว่า ก่อนจะไปจัดการจะต้องรู้จักความเครียดหรือบ่อเกิดของความเครียดเสียก่อน
ความเครียดคืออะไร
"การที่คนเราได้ในสิ่งที่ไม่อยากได้...ก็เครียด
สิ่งที่คนเราอยากได้แล้วไม่ได้...ก็เครียด
ผมเคยถามคนไข้ว่าเครียดไหม เกือบทั้งร้อยบอกว่า "ตนเองไม่เครียด"
แต่คนอื่นมาทำให้เครียด สิ่งนั้นสิ่งนี้มาทำให้เครียด
แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่...คนอื่นหรือสิ่งอื่นไม่สามารถทำให้เราเครียดได้"
อาจารย์มานพอธิบายว่า มีคำอยู่ 2 คำที่น่าคิดก็คือ
(1) ความจริง
(2) ความคาดหวัง
นั่นหมายความว่า ความไม่ได้ดังใจซึ่งก่อให้เกิดความเครียดก็คือความคาดหวังกับความจริง
ไม่ตรงกันแต่ถ้าความคาดหวังตรงกับความจริงเมื่อใด...ความเครียดก็จะหายไปเมื่อรู้เช่นนี้แล้ว
เราต้องรู้ต่อไปอีกว่า ความคาดหวังนั้นเปลี่ยนแปลงได้ เพราะเราเป็นคนกำหนดเอง
เราเป็นคนตั้งความหวังไว้เองแต่ความจริงเราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะอยู่ภายนอกอำนาจของเรา
เราไม่สามารถควบคุมความจริงให้เกิดตามที่ต้องการได้ แต่เราควบคุมความคาดหวังของเราได้
หากเราไม่อยากมีความเครียด เราไม่อยากทุกข์ให้มากนักเราควรจะต้องทำความคาดหวัง
ให้ใกล้เคียงกับความจริง
"เมื่อความคาดหวังใกล้เคียงกับความจริงหรือเป็นไปได้มากกว่า โอกาสประสบความสำเร็จ
มีมากกว่า ความทุกข์ก็น้อยกว่าคนที่เครียดบ่อยๆ มักชอบคิดว่า สิ่งโน้น...สิ่งนี้...สิ่งนั้น
ทำให้ฉันเครียด แต่ไม่ใช่...เพียงแต่สิ่งเหล่านั้นเข้ามากระทบเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปัญหาก็คือจะรับมือกับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร
แต่ละคนต้องพิจารณาและจัดการให้สิ่งที่ผ่านเข้ามาดูเหมือนไม่เป็นเรื่องใหญ่
ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้เราต้องเข้าใจความจริง อย่างเช่น คนที่รอรถเมล์แล้วรถเมล์มาช้าก็เครียด
หากเราเข้าใจว่ารถอาจจะติดหรือเป็นเรื่องปกติของรถเมล์ก็จะเครียดน้อยลง
หรือฝนตก
เราไม่สามารถไปบังคับให้ฝนหยุดตกอย่างที่เราต้องการได้ เราต้องยอมรับ"
อาจารย์มานพ บอกอีกว่า แต่ประเด็นใหญ่อยู่ที่...เราชอบคิดว่าคนอื่นต้องทำเหมือนที่เราคิด
เราอยากให้คนอื่นทำในสิ่งที่เราต้องการ เมื่อไม่ได้ก็จะทำให้คนเราเครียดมากที่เป็นเช่นนี้
ก็เนื่องจากคนเรามักชอบเอาความหวังของเราไปฝากให้คนอื่นทำให้ ความเป็นจริงก็คือ
ผู้ที่เราเอาความหวังไปไว้นั้น เราควบคุมเขาไม่ได้
"เราควบคุมให้คนอื่นทำอย่างที่เราคิดไม่ได้เลย เพราะแต่ละคนก็ชีวิตหนึ่ง
ซึ่งต้องระลึกอยู่เสมอว่า
แต่ละคนเป็นตัวของเขาเอง ไม่ใช่ของเราฉะนั้น ชีวิตของแต่ละคนมีการตัดสินใจด้วยตัวเองเสมอ
การที่เราจะบอกให้ใครทำสิ่งใดสักอย่างหนึ่ง เราต้องให้เกียรติเขา ให้เขาพิจารณาว่าเขาจะทำ
หรือไม่ทำ เกิดเขาไม่ทำ เราก็ต้องทำใจให้ได้ว่าก็เป็นเรื่องของเขา
ชีวิตของเขา ไม่เกี่ยวกับเรา
แม้จะเป็นคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวก็ตาม"
ถามว่าต้องปฏิบัติเช่นนี้ทำใจยอมรับได้ไหม
หากทำได้...ความทุกข์หรือความเครียดที่มีก็น้อยลงไป แต่ถ้าทำไม่ได้...ความทุกข์ก็จะมากขึ้น
ตามปกติแล้วไม่ว่าใครก็ตาม ไม่ชอบให้คนอื่นมาบงการวิถีชีวิต
แม้แต่เราเองก็ยังไม่ชอบให้ใครมาบอกว่าต้องทำอะไร
ไม่ชอบให้ใครมาก้าวก่าย เราอยากจัดการด้วยตัวเราเองคนอื่นก็รู้สึกอย่างนี้เช่นเดียวกัน!
กล่าวโดยสรุปก็คือ ทุกคนมีสิทธิ์ในชีวิตของตนเอง สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดก็คือบอกในสิ่งที่ดี
แนะนำในสิ่งที่ถูกต้อง
(แต่ต้องคำนึงไว้ด้วยว่าสิ่งที่ดีและเหมาะสมสำหรับเรา อาจจะไม่เหมาะสมกับคนอื่นก็ได้)
"เวลาให้คำแนะนำกับใครก็ตาม ให้แล้วก็ต้องทำใจว่าเป็นเรื่องของผู้นั้นตัดสินใจแล้วว่าจะทำ
หรือไม่ทำ คิดว่าเราทำในสิ่งที่ควรทำก็เพียงพอแล้ว เราก็ลดภาวะเครียดไปได้เกือบครึ่ง"
เพราะฉะนั้น...จงปล่อยวาง ถ้าเราเข้าใจความจริงมากขึ้น เราจะลดความคาดหวังลง
เมื่อใดก็ตามที่ความคาดหวังใกล้เคียงกับความจริงมากขึ้น ความเครียดก็จะน้อยลง
"แต่ไม่ได้หมายความว่าความเครียดจะหมดไป เหตุการณ์รอบข้างที่ก่อความเครียด
ก็ยังคงมีมาอยู่เรื่อยๆ ไม่มีวันหมด แต่ให้รู้ว่าเรารับมือกับความเครียดได้แล้ว"
| ©Copyright
Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003
|
 |
|