สำคัญที่การนอน


จากความสนใจเรื่องของสุขภาพมาตั้งแต่เป็นนักศึกษา พอจบมาดูแลคนไข้ด้านกายภาพบำบัด
แต่กลับพบว่าคนไข้ไม่หายขาดเสียที รักษาไปแล้วก็กลับมาเป็นอีก หลังจากที่ศึกษาเพิ่มเติมการแพทย์แผนไทย ก็พบว่า
การรักษาร่างกายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่จะต้องสอดประสานเป็นองค์รวม นี่คือสิ่งที่อาจารย์มานพ ประภาษานนท์
นักกายภาพบำบัดผู้ให้ความสนใจและศึกษาค้นคว้าทางด้านแพทย์องค์รวมอย่างจริงจัง ย้ำอยู่เสมอว่า "สุขภาพคือชีวิต"

การมีสุขภาพดีต้องประกอบไปด้วย 4 ด้านหลักก็คือ ทางด้านร่างกาย ทางด้านจิตใจ ทางด้านสังคมสิ่งแวดล้อม
และทางด้านจิตวิญญาณ เริ่มตั้งแต่การออกกำลังกายหลังจากตื่นนอนตอนเช้า ด้วยการเลือกท่าออกกำลังกาย
ให้กระดูกสันหลังยืดหยุ่น แล้วอย่าลืม"ยิ้ม"ให้ตนเองเสียด้วย

จากนั้นระหว่างขับถ่ายก็ใช้มือนวดตามลำตัว ใบหน้าและศรีษะให้เลือดหมุนเวียนได้ดี
ส่วนขณะอาบน้ำควรใช้ใยบวบขัดถูตามร่างกายเพื่อให้น้ำเหลืองไหลเวียนได้สะดวก ผิวพรรณก็จะดี ร่างกายก็สดชื่น
ถ้ามีเวลาก็ออกกำลังกายนิดหน่อยก่อนไปทำงาน โดยเลือกวิธีการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด
รวมทั้งบริหารอารมณ์ให้ดีตลอดทั้งวัน อย่าให้เกิดความเครียดได้ นี่คือหลักสำคัญในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น
อาจารย์มานพ แนะนำอีกว่า ระหว่างทำงานควรเคลื่อนไหวให้มาก ไม่ว่าจะเป็นการเดิน หรือขยับแขนขาก็ตาม
เนื่องจากผู้คนในยุคปัจจุบันมักจะทำงานนั่งโต๊ะ แล้วจะนั่งอยู่กับที่วันละหลายชั่วโมง ระบบภายในร่างกายจะติดขัด
ไม่คล่องตัว ตามมาด้วยอาการปวดหลังและเมื่อยคอ

"การเดินจะช่วยได้มาก หรือการเคลื่อนไหวอิริยาบถบ่อยๆ คือการออกกำลังกายโดยธรรมชาติ
สังเกตดูว่าหากนั่งนานหรือทำสิ่งใดนานๆ จะรู้สึกเมื่อยขบ หมายความว่า ร่างกายตึงเกินไปแล้ว
อยู่ในท่าทางนั้นนานเกินไป หากนั่งมาก ก็ควรมีการเอนตัวบ้าง บิดตัวบ้างเป็นระยะให้ร่างกายผ่อนคลาย

ผู้บริหารมีการประชุมต่อเนื่องกันหลายชั่วโมงส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งยังเกิดความเครียด
ที่จริงแล้วพอประชุมครบหนึ่งชั่วโมง ควรให้พักเปลี่ยนอิริยาบถ หรือจัดให้มีการออกกำลังกายทุกชั่วโมงแล้ว
ค่อยประชุมต่อ แต่คนเราไม่ให้ความสำคัญตรงจุดนี้ มักจะคิดแต่ผลสำเร็จของงาน ก็เลยลืมเรื่องสุขภาพไป
ผู้คนทุกวันนี้จึงร่างกายอ่อนแอและเจ็บป่วยกันบ่อยๆ"

หลังเสร็จงานก็ถึงเวลาพักผ่อน ซึ่งอาจารย์มานพบอกว่า สำหรับตนเองนั้นก่อนนอนจะไม่ออกกำลังกายเลย
แต่ท่านใดที่อยากออกกำลังกายก่อนนอนก็ทำได้ แต่ต้องเลือกให้เหมาะสม ซึ่งควรเป็นการออกกำลังกายเบาๆ
เช่นยืดเส้นประมาณ 5-10 นาทีก็เพียงพอ ส่วนการออกกำลังกายที่ใช้กำลังหรือใช้แรงมาก เช่น ยกน้ำหนักหรือ
วิ่งจนเหนื่อยหอบ อย่างนี้ควรหลีกเลี่ยงต่อจากนั้นก็ถึงเวลานอน
"การนอนเป็นเรื่องสำคัญ การนอนคือการพักผ่อน ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอสุขภาพเสียไปแล้วส่วนหนึ่ง
ถ้านอนไม่พอ พลังของเราก็ไม่พอ"อาจารย์มานพบอกว่า การนอนที่ดีเริ่มจากที่นอน ซึ่งอุปกรณ์ในการนอน
ต้องเหมาะสมกับตัวเรา ที่นอนที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุดก็คือ เวลาเรานอนแล้วเรารู้สึกดีที่สุด...สบายที่สุด
โดยมีหลักการพิจารณาดังนี้คือ ต้องเรียบ ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่ยุบยวบยาบ ตึง และแน่น "เรียบ ตึง แน่น
คือที่นอนที่ดี พอเราล้มตัวลงนอน ที่นอนจะช่วยกระจายน้ำหนักของเราได้ จะทำให้เราไม่ต้องออกแรงเวลานอน
ทำให้กล้ามเนื้อไม่ต้องเกร็งทั้งคืน เมื่อกล้ามเนื้อไม่เกร็งก็ได้พักผ่อนเต็มที่ ตื่นมาแล้วจะรู้สึกสบาย"

สำหรับท่านอนที่ดีคือท่านอนที่หัวเข่าและสะโพกต้องงอ ไม่ว่านอนหงายหรือนอนตะแคงทำให้งอไว้
ผู้ที่ชอบนอนหงายควรงอเข่าขึ้นมาสักนิดหนึ่ง แต่การงอเข่าควรจะมีหมอนวางพาดไว้ด้วย เมื่อหัวเข่างอ
สะโพกงอ หลังก็จะแบนราบ เวลานอนจะรู้สึกสบาย แต่ถ้านอนหงายตัวตรง ขาตรง บริเวณบั้นเอวจะแอ่น
จะเกิดช่องว่างระหว่างกล้ามเนื้อและที่นอน ช่องว่างนี้เองทำให้กล้ามเนื้อต้องเกร็ง แล้วจะส่งผลให้นอนหลับไม่สนิท
พักผ่อนไม่เพียงพอส่วนผู้ที่ชอบนอนตะแคงก็เช่นกัน พองอเข่าปั๊บ บริเวณกล้ามเนื้อด้านหลังจะได้พัก
เอวก็ผ่อนคลาย ขาก็ผ่อนคลาย

"ถ้าจะให้ดีควรมีหมอนข้างกอดไว้สักหน่อย เพื่อรับน้ำหนักของสะโพกบนเตียงนอนควรมีหมอนหลายๆ
ใบเอาไว้ถ่ายเทน้ำหนักของร่างกายไปที่หมอน หรือเอาไว้อุดช่องว่างระหว่างกล้ามเนื้อกับที่นอน
เวลาที่พลิกตัวแล้วมีหมอนมารองรับไว้กล้ามเนื้อก็ได้พักแล้ว แต่ถ้าไม่มีกล้ามเนื้อจะเกร็ง ร่างกายก็พลิกไปพลิกมา
พอรู้สึกเมื่อยก็จะเปลี่ยนท่าทางโดยอัติโนมัติ คนที่นอนแล้วรู้สึกไม่สบายมักจะดิ้นเก่ง เพราะพยายามเปลี่ยนท่าทางไปเรื่อย
เราไม่รู้ตัวเพราะกำลังหลับ แต่ธรรมชาติของร่างกายรับรู้แล้วพยายามปรับให้เหมาะสม หากมีที่นอนดี มีหมอนที่ดี
ก็นอนสบายไปกว่าครึ่งแล้ว"

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อาจารย์มานพแนะนำให้ปฏิบัติในหนึ่งวัน และควรปฏิบัติให้ได้ทุกวัน



©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003