แมลงยาสมุนไพร
เมื่อพูดถึงเรื่องสมุนไพร
เรามักนึกถึงพืชชนิดต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้
แต่แท้จริงแล้วความหมายของยาสมุนไพรตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2510
ได้ให้ความหมายของสมุนไพรไว้ว่า
คือสิ่งที่ได้มาจากพืช สัตว์และแร่ธาตุ
จากธรรมชาติที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพ สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่าง
ๆ และบำรุงร่างกายได้ เมื่อมีการแปรสภาพไปเพื่อประโยชน์ในการรักษาจะเรียกว่า"ยาสมุนไพร"
"เรื่องของยาสมุนไพร"
ปัจจุบันสรรพคุณของพืชสมุนไพรนั้น เราต่างมีโอกาสได้รับรู้กันอย่างแพร่หลายและเคยลองใช้กันมาก็เยอะ
ในส่วนของสัตว์ ตำรายาแผนโบราณได้มีการบันทึกถึงการนำ เขี้ยวเสือ
ดีจระเข้ เลือดแรด เลือดค่าง ฯลฯ ใช้เป็นยารักษาโรคและบำรุงกำลัง
แล้วแมลงล่ะ?
เชื่อไหมว่าแมลงใช้เป็นยาสมุนไพรได้ คนเมืองหลวงอาจไม่ค่อยคุ้นเคยนักแต่หมอพื้นบ้านและคนชนบท
คุ้นเคยกันดีทั้งการนำมาปรุงเป็นอาหารและใช้แมลงเป็นยารักษาโรค
กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ดังจะกล่าว
การใช้แมลงเป็นยา

มดแดง : รักษาแผลที่ถูกงูพิษกัด
เมื่อถูกงูกัดชาวบ้านจะทำการพยาบาลเบื้องต้นโดยการนำมดแดงมาเคาะใส่บริเวณปากแผล
เพื่อให้มดแดงกัดและดูดพิษออกจากร่างกาย ไม่นานมดแดงจะตัวอ่อนและก็ตาย
จากนั้นใช้มือที่ไม่มีบาดแผลกวาดมดแดงออก แล้วนำมดแดงรงใหม่มาเคาะใส่
ทำซ้ำ ๆ อย่างนี้จนกว่าจะถึงมือหมอ การใช้มดแดงแก้พิษงูกัดของชาวบ้านในแต่ละครั้ง
จะใช้มดแดง ประมาณ 10-15 รัง
ตั๊กแตน : ขับปลิงออกจากร่างกาย
วิถีชีวิตของชาวบ้านนับตั้งแต่อดีตจะผูกอยู่กับ ห้วย หนอง
คลอง บึง ทำให้บ่อยครั้งที่ชาวบ้าน ถูกปลิงกัดและบางรายปลิงเข้าไปในร่างกายโดยผ่านทางอวัยวะเพศและทวารหนัก
ซึ่งจะสร้างความเจ็บปวดให้เป็นอย่างมาก การรักษาชาวบ้านจะนำตั๊กแตนมาบริโภคสด
(ตั๊กแตนชนิดใดก็ได้) เพื่อขับปลิงออกกจากร่างกาย การบริโภคจะบริโภคครั้งละหลาย
ๆ ตัว ตัวเล็กประมาณ 5-10 ตัว ตัวใหญ่ประมาณ 2-3 ตัว การบริโภค
การบริโภคตั๊กแตนสดสามารถขับปลิงออกจากร่างกายได้จริงแต่ต้องใช้เวลานานถึงครึ่งวัน
บางรายประมาณ 1 วัน
แตน : รักษาอาการถูกต่อย
เมื่อถูกแตนต่อย วิธีการรักษาของชาวบ้านคือ ตีรังแตน
แล้วนำรังแตนทั้งรังซึ่งประกอบไปด้วยตัวอ่อน ไข่ ฯลฯ มาขยี้ให้ละเอียด
จากนั้นนำมาทาบริเวณที่ถูกแตนต่อย ช่วยให้อาการบวมทุเราลง
แหล่งข้อมูล
: กัณฑ์วีร์ วิวัฒน์พาณิชย์.(2540).พฤติกรรมการบริโภค หมู่บ้านสร้างแสง
ต.หนองกุง อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี