ธาตุเจ้าเรือน
ที่มา
: มูลนิธิสุขภาพไทย
ถ้าจะบอกว่า "คุณ(ควร)กินอย่างที่คุณเป็น"
(you should eat what you are) หลายคนคงทำหน้ามีเครื่องหมายคำถามโดยเฉพาะคนที่คุ้นกับประโยคอมตะที่ว่า
"คุณเป็นอย่างที่คุณกิน" (you are what you eat)
ข้อแนะนำที่ว่าเราควรกินอย่างที่เราเป็นนั้น
มาจากปรัชญาที่มองว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และคนเราจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุขได้ก็ต้องดำเนินชีวิตให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ
ขณะเดียวกันเราแต่ละคนก็มีธรรมชาติที่แตกต่างกันไป
ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา บุคลิก นิสัยใจคอและอารมณ์ กระทั่งแนวโน้มของความเจ็บป่วย
อย่างเช่น
คนบางคนจะรูปร่างใหญ่ กินก็ไม่จุแต่น้ำหนักขึ้นง่าย ขณะที่บางคนผอมบาง
ทั้งๆ ที่กินจุกินมาก แต่น้ำหนักไม่ค่อยจะเพิ่ม จนเป็นที่อิจฉาของคนกลุ่มแรก
บางคนก็จะช่างพูดช่างคุย
ไม่ค่อยอยู่นิ่ง บางคนก็เนิบนาบ ทำอะไรก็ค่อยๆ ทำ
ถ้าเป็นแนวโน้มของความเจ็บป่วย บางคนก็มักจะเป็นหวัดง่าย บางคนท้องผูกง่าย
บางคนท้องเสียบ่อย บางคนร้อนในอยู่เรื่อย
ทั้งหลายทั้งปวงนี้คือภาพสะท้อนที่ว่าแต่ละคนมีธรรมชาติของตัวเองที่ต่างไปจากคนอื่น
ซึ่งในทางการแพทย์แผนไทยเรียกว่าธาตุเจ้าเรือน
โดยที่ถ้าเรารู้ว่าธรรมชาติหรือธาตุเจ้าเรือนเราเป็นอย่างไร
เราก็จะสามารถดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตัวเรา เพื่อให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีได้
โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน
ซึ่งเรามักพูดกันว่าเรื่องกินเรื่องใหญ่
ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณรู้ว่าคุณมีแนวโน้มที่จะร้อนในเป็นแผลในปากง่าย
หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่าร่างกายคุณร้อน คุณก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด
โดยเฉพาะเผ็ดและเปรี้ยว หรือกินผลไม้อย่างทุเรียนหรือลำไยให้น้อยลงนิด
คุณก็จะไม่ต้องทรมานกับแผลในปากที่เจ็บแสบน่าดูเวลาเป็น
หรือถ้าคุณรู้ว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับความดันสูง
เบาหวาน คุณก็ควรเลี่ยงอาหารมัน หรือกินของหวานมากเกินไป เป็นต้น
แม้แต่รูปแบบอาหารที่ปรุง
จะเป็นต้ม แกง ผัด หรือของหวาน ก็มีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพของคุณด้วยเช่นกัน
แต่ก่อนที่จะรู้ว่าคุณควรเลือกกินหรือปรุงอาหารอย่างไร
เรามาดูกันก่อนว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณมีธรรมชาติหรือธาตุเจ้าเรือนแบบไหน
ศาสตร์แห่งชีวิตอธิบายว่าร่างกายคนเราประกอบขึ้นด้วย
ธาตุทั้งห้า คือ
ดิน น้ำ ไฟ ลม และอากาศธาตุ
โดยที่สัดส่วนของธาตุเหล่านี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน คำว่าธาตุเจ้าเรือนก็คือสัดส่วนของธาตุทั้งห้าที่มีในตัวเรานั่นเอง
โดยเขาแบ่งธาตุเจ้าเรือนเป็น ๓ แบบใหญ่ๆ สัมพันธ์กับธาตุทั้งห้าที่ว่า
กลุ่มแรกเป็นพวกที่ประกอบด้วย
ธาตุดินและ
ธาตุน้ำมากกว่าธาตุตัวอื่น
เรียกว่า
เจ้าเรือนกผะ อันว่าธรรมชาติของธาตุดินธาตุน้ำนั้นจะหนักแน่น
เป็นรูปเป็นร่างชัดเจน ชุ่มชื้น และเย็น เพราะฉะนั้น คนที่มีธาตุดินธาตุน้ำมากกว่าธาตุอื่น
ก็ย่อมมีลักษณะของดินกับน้ำโดดเด่นไปด้วย คือ
มักจะเป็นคนรูปร่างใหญ่
เจ้าเนื้อ น้ำหนักเพิ่มง่ายแต่ลดยากทั้งๆ ที่กินไม่จุ ผิวนุ่มละเอียด
ผิวค่อนข้างขาว คิ้วหนาขนตายาว ตาโต ริมฝีปากใหญ่ ฟันขาวและเรียงตัวสม่ำเสมอ
ผมดกดำ
เป็นคนไม่ช่างคิดช่างฝัน
มักจะนอนนานหลับสนิท ไม่ค่อยฝัน แต่ถ้าฝันมักจะฝันเกี่ยวกับดอกไม้
ทะเลสาบ ฝันหวานโรแมนติก เป็นคนไม่ค่อยช่างพูด ทำอะไรช้าๆ ชอบเป็นผู้ตามมากกว่าผู้นำ
มีนิสัยอ่อนโยน รักสงบ
ตามตำราว่าคนเจ้าเรือนกผะมักจะเสี่ยงต่อโรคความดันสูง
เบาหวาน อ้วน น้ำหนักมาก เนื่องจากว่ามีธาตุดินธาตุน้ำอยู่มากนั่นเอง
กลุ่มที่สองเป็นพวกที่ประกอบด้วย
ธาตุไฟมากกว่าธาตุตัวอื่น
เรียกว่า
ปิตตะเป็นเจ้าเรือน
ลักษณะเด่นของคนธาตุไฟ คือ ผิวมัน คล้ำ มีไฝฝ้าหรือรอยด่างดำตามผิวหนัง
รูปร่างค่อนข้างจะสมส่วน องค์ประกอบต่างๆ ดูได้สัดส่วน เช่น
ตา คิ้ว จมูก ได้สัดส่วนกับใบหน้า
คนเจ้าเรือนนี้มักจะขี้ร้อน
เหงื่อออกง่าย กินจุ เป็นคนมีอำนาจ ช่างวิพากษ์วิจารณ์ เวลาพูดฟังดูเหมือนออกคำสั่ง
สติปัญญาเฉียบแหลม ตัดสินใจเด็ดขาด
ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของคนธาตุไฟ
คือ โรคกระเพาะ ผิวหนังอักเสบ อย่างเช่น เป็นฝีหรือมีแผลในปากเป็นต้น
กลุ่มสุดท้ายคือคนที่ประกอบด้วย
ธาตุลมและอากาศธาตุ
เรียกว่า
วาตะเป็นเจ้าเรือน มักจะมีรูปร่างผอมบาง
น้ำหนักเพิ่มยาก ผิวแห้ง หยาบ ผมและขนไม่ดก แตกปลายง่าย ข้อโปน
เส้นเลือดตามหลังมือหลังเท้าเด่นชัด
มักจะท้องผูกง่าย หลับไม่สนิท
ทำอะไรรวดเร็ว ไม่ค่อยอยู่นิ่งเหมือนกับลมที่เคลื่อนไหวไปมา
เป็นคนพูดเร็ว ช่างพูด ช่างคิด(แต่ไม่ค่อยลงมือทำ) เรียนรู้เร็วแต่ก็ลืมง่าย
คนกลุ่มหลังนี้มักจะมีปัญหาเรื่องท้องอืด
ปวดตามข้อ เป็นหวัดแห้ง คือ ไม่มีน้ำมูก
ทั้งหมดนี้เป็นลักษณะเด่นๆ บางประการของคนเจ้าเรือนต่างๆ ลองเปรียบเทียบกับตัวคุณดูว่าดูแล้วน่าจะใกล้เคียงกับเจ้าเรือนแบบไหน
แล้วเราจะมาดูว่าควรกินอาหารและปฏิบัติตัวอย่างไร สำหรับคนแต่ละเจ้าเรือน
เพื่อให้ร่างกายและจิตใจอยู่ในสมดุลอันเป็นรากฐานของการมีสุขภาพดี