มารู้จักผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร


"สุขภาพดี...ซื้อไม่ได้ ต้องหาเอาเอง"
นี่คือคำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการเปิดงานรวมพลคนเสื้อเหลือง ครั้งที่ 2
ที่สนามหลวง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาประเด็นสำคัญที่ท่านนายกฯ ทักษิณ บอกกล่าวแก่พี่น้องประชาชนก็คือ
การมีสุขภาพดีจะต้องประกอบไปด้วยหลักสำคัญ 3 ประการ ก็คือ

ประการที่หนึ่ง การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการออกกำลังไม่ได้มีผลต่อสุขภาพภายนอกเท่านั้น
แต่ยังส่งผลถึงอารมณ์ซึ่งเป็นประเด็นหลักการ

ประการที่สองด้วยการปล่อยวางอารมณ์เป็นเรื่องสำคัญต่อสุขภาพ ควรรักษาอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ
หากเราปล่อยวางไม่ได้ เราจะเป็นโรคเครียดและจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่หากเราปล่อยวางได้จะทำให้สมองแจ่มใส
แล้วส่งผลถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น จะทำงานได้มากและทำงานได้รวดเร็วขึ้น

ประการสุดท้าย คือ อาหาร ควรบริโภคอาหารที่เป็นประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม
และอาหารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพท่านนายกฯ บอกไว้ว่า หากคนไทยปฏิบัติตามหลักการทั้ง 3 ประการที่กล่าวมานี้
เชื่อเหลือเกินว่า คนไทยจะมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นอย่างมากมาย

เมื่อกล่าวถึงเรื่องของอาหาร เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชมรมเพื่อนธรรมชาติ มูลนิธิสุขภาพไทย ได้จัดเสวนาสุขภาพไทยเรื่อง
"สุขภาพดีได้โดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม" โดยมีวิทยากรผู้ให้ความรู้คือ รศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ จากสถาบันวิจัยโภชนาการ
มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดยมีคุณอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้ากองบรรณาธิการ วารสารฉลาดซื้อ ดำเนินรายการ

ประเด็นสำคัญที่กล่าวถึงก็คือข้อข้องใจที่ประชาชนผู้รักสุขภาพทั่วไปมักจะสงสัยว่า
นอกจากอาหารปกติที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวันแล้ว เราควรจะได้รับสารอาหารหรืออาหารเสริมเพิ่มขึ้นหรือไม่...อย่างไร
รศ.ดร.แก้ว ได้เกริ่นนำไว้ว่า เมื่อกล่าวถึงคำว่า "อาหารเสริม" กับ "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร" ในความรู้สึกของประชาชนทั่วไป
ก็คือสิ่งเดียวกันแต่ความจริงไม่ใช่อย่างที่เข้าใจ!

อาหารเสริม หมายถึง อาหารเสริมสำหรับเด็กหลังจากที่เด็กมีอายุหลัง 6 เดือนไปแล้ว เพื่อให้เด็กหัดเคี้ยว
หรือได้รับสารอาหารอย่างอื่นนอกเหนือจากนม ยกตัวอย่างเช่น กล้วยบดก็คืออาหารเสริมสำหรับเด็ก
หรืออาหารเสริมที่ทำจากแอปเปิล เป็นต้น รวมถึงอาหารเสริมสำหรับสตรีมีครรภ์ด้วย

ส่วนผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หมายถึง สิ่งที่เรารับประทานเพิ่มเข้าไป นอกเหนือจากอาหารหลักที่เรารับประทานปกติ
ปัจจุบันเราจะพบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็คือ การนำสารสกัดจากพืชธรรมชาติ สัตว์น้ำทั่วไป สัตว์ทะเล
เคมีสังเคราะห์ แร่ธาตุ วิตามินเข้มข้น ฯลฯ ที่อยู่ในรูปคล้ายยาเม็ด แคปซูล หรือของเหลว ที่มักมีการกล่าวอ้างว่า
ช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ป้องกันโรค ที่สำคัญสามารถทดแทนสารอาหารที่ร่างกายบกพร่องได้

รศ.ดร.แก้ว อธิบายต่อไปว่า ปัญหาสำคัญก็คือความกังวลในเรื่องสุขภาพของคนเรา
โดยเฉพาะผู้ที่เป็นนักธุรกิจหรือผู้ที่มีงานมากหรือมีงานล้นมือ บ่อยครั้งที่รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา และไม่ครบมื้อ
ขณะที่ความรู้ที่ถูกป้อนจากนักโภชนาการที่ว่า ต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่มิเช่นนั้นสุขภาพจะไม่ดี พอบุคคลเหล่านั้น
มาสำรวจตนเองก็มักจะพบว่า ตนเองรับประทานอาหารไม่ครบมื้อแล้วยังไม่ครบ 5 หมู่อีกด้วย จะทำอย่างใดก็ไม่ครบ...
ก็เลยกลัว นี่เป็นจุดที่ทำให้อาหารเสริมเข้ามาแทรกช่องว่างตรงนี้

ส่วน รศ.ดร.นิยดา เสริมว่า "พอพูดถึงเรื่องสุขภาพ...คนเราจะรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิต
เรามักจะมีความกังวลลึกๆ อยู่ในจิตใต้สำนึกว่า เรามีสุขภาพสมบูรณ์หรือยัง ร่างกายเราขาดสิ่งใดไปบ้าง
จุดนี้เองที่นักการตลาดนำมากระตุ้นความอยากของคนเรา"

แต่ที่จริงอาหารเสริมมีอยู่แล้วในธรรมชาติ และคนเราก็รับประทานกันเป็นปกติทั้งทางตรงและทางอ้อม
เมื่อร่างกายเราขาดสารอาหารบางอย่าง เราจะรู้สึกรับประทานสิ่งนั่นสิ่งนี้ที่เป็นอาหารธรรมชาติ
นั่นคือร่างกายจัดสรรด้วยตัวของตัวเองอยู่แล้ว"บ้านเราไม่มีกฎหมายที่ควบคุมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยตรง
แต่จะควบคุมทางอ้อมโดยพระราชบัญญัติอาหาร ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วย

โดยจะแบ่งอาหารออกเป็น 4 ประเภทคือ
อาหารประเภทที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ อาหารที่ควบคุมเฉพาะ อาหารที่กำหนดคุณภาพหรืออาหารมาตรฐานที่มีฉลาก
และอาหารทั่วไปสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คือสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปโดยตรงนอกเหนือจากอาหารหลักตามปกติ
ซึ่งจะอยู่ในรูปเม็ด แคปซูล สารสกัด หรืออยู่ในรูปแบบเดิมก็ได้แต่จุดสำคัญที่อยากจะเน้นก็คือ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะต้องใช้สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพปกติ...ไม่ใช่ผู้ป่วย"

 





©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003