กินให้สมดุล


สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกายควรให้มีความสมดุล...อยู่ในระดับที่พอดีไม่มากเกินไป...ไม่น้อยเกินไป
ที่สำคัญควรมีความรู้เกี่ยวกับอาหารที่เรารับประทานในเบื้องต้นบ้าง เนื่องจากอาหารบางอย่างที่เรากินซ้ำๆ
จะไปมีผลต่อสุขภาพหรือไปทำปฏิกิริยากับยารักษาโรคบางชนิด โดยเฉพาะผู้ที่เจ็บป่วยยิ่งต้องระวัง
"ที่จริงแล้วผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็คือสารสกัดจากที่เรากินเป็นประจำทุกวันไม่ว่าจะเป็นเบต้าแคโรทีน
หรือมะขามแขก เป็นต้น แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ใช่อาหารที่เรากินปกติ
เช่น สาหร่ายเกลียวทอง เปลือกสน หรือแม้แต่เมล็ดองุ่น"

รศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ จากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในการเสวนา
หัวข้อสุขภาพดีได้โดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม โดยแนะนำว่า ถ้าเป็นไปได้ควรรับประทานเป็นอาหารธรรมชาติดีกว่า
นอกจากอร่อยกว่าแล้ว ยังได้สารอาหารและคุณประโยชน์อื่นแฝงมาด้วย
"อย่างพืชตระกูลส้มทั้งหลายมีประโยชน์มาก

เมื่อก่อนนี้ผมมักจะคิดว่า เวลารับประทานส้มทั้งผลน่าจะมีประโยชน์กว่ารับประทานน้ำส้มคั้น เพราะเข้าใจว่า
กินส้มทั้งผลเราจะได้ทั้งวิตามินซี ได้ทั้งกากและเส้นใยแต่มีการศึกษาวิจัยในต่างประเทศพบว่า
ผู้ที่ดื่มน้ำส้มคั้นเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งน้อยกว่าผู้ที่กินส้มทั้งผล

ผมก็มานั่งพิจารณาว่าทำไมการวิจัยออกมาเช่นนั้นภายหลังก็พบว่า เวลาที่เราคั้นน้ำส้ม
เรามักจะผ่าส้มออกเป็นสองซีก แล้วบีบอัดลงในเครื่องคั้นหรือคั้นด้วยมือก็ตาม
จะมีความขมของเปลือกส้มติดออกมาด้วย

เมื่อไปแยกสกัดความขมออกมาตรวจสอบ ก็พบว่า ความขมที่ได้จากเปลือกส้มสามารถต้านมะเร็งได้
แต่ที่จริงแล้วไม่เพียงแต่เปลือกส้มเท่านั้น สารขมจากพืชหลายชนิดมักจะสามารถต้านมะเร็งทั้งนั้นเลย
เหมือนกับที่แพทย์แผนไทยและแผนจีนโบราณมักจะบอกว่า...ขมเป็นยา"

ดร.แก้ว อธิบายต่อไปว่า คนไทยตำน้ำพริกจะต้องบีบมะนาวลงไป เราก็ได้สารขมจากเปลือกมะนาวเข้าไปดูแลสุขภาพแล้ว
หรือชาวจีนที่ต้มซุปแล้วใส่มะนาวดองทั้งลูกลงไป เพราะเขารู้ว่าจะได้รับประโยชน์บางอย่างจากเปลือกมะนาว
ขณะนี้เรากินส้มทั้งผล...เราจะปอกเปลือกทิ้งไป เอารกทิ้งไป แต่เราก็จะได้เส้นใยมาแทน
แต่สิ่งที่กลัวกันนักหนาก็คือ ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีที่ตกค้างอยู่ที่เปลือกส้ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวังมากเช่นกัน ดังนั้น
ก่อนนำส้มมาคั้นควรล้างให้สะอาดเสียก่อน

หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือการเลือกซื้อผลไม้ที่ปลอดสารพิษหรือเลือกซื้อผลไม้จากเกษตรอินทรีย์ก็จะปลอดภัยขึ้น
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันก็คือ เบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
ซึ่งดร.แก้ว กล่าวว่า ในอดีตมีผลการวิจัยพบว่าเบต้าแคโรทีนสามารถป้องกันมะเร็งได้

โดยไปศึกษากลุ่มคนที่รับประทานผักผลไม้ที่มีสารเบต้าแคโรทีนเป็นประจำ
แต่ผลการวิจัยล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้มีข้อมูลออกมาใหม่แล้วว่า
หากร่างกายได้รับสารเบต้าแคโรทีนมากเกินไปก็จะไปกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งได้
หากถามว่า เบต้าแคโรทีนมีประโยชน์ไหม
คำตอบก็คือ...มีประโยชน์

แต่ปัญหามีอยู่ว่า...เมื่อใดก็ตามที่ทำให้กลายเป็นสารบริสุทธิ์แล้ว มักจะมีอันตราย และไม่มีสารเคมีใดก็ตาม
ที่ใช้จำนวนมากแล้วจะปลอดภัยทางที่ดีที่สุดก็คือเมื่อใดก็ตามที่เราอยากให้ร่างกายได้รับเบต้าแคโรทีนให้กับร่างกาย
ควรไปรับประทานมะละกอสุก แครอท หรือมะเขือเทศแทน

"สังเกตดูว่าเวลาที่เรารับประทานมะละกอสุก เราจะรับประทานไม่ได้มาก เพราะเราจะรู้สึกอิ่ม หรือกินแกงจืดตำลึง
เราก็กินได้ไม่เท่าใดก็อิ่ม ร่างกายเราก็จะได้รับสารอาหารที่พอดี และนอกจากจะได้เบต้าแคโรทีนแล้ว เรายังได้สารสี
และคุณประโยชน์ของสารอาหารอื่นอีกมากมาย"

ทางด้าน รศ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวเสริมว่า
ความสมดุลเป็นสิ่งสำคัญอาหารการกินก็เช่นกันต้องมีความสมดุล จะเห็นได้ว่า
ผู้ที่รับประทานอาหารมากจนเกินไปก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพ หรือการรับประทานอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำซากทุกวัน
มักจะเกิดปัญหาบางอย่างตามมา เนื่องจากร่างกายจะได้รับสารอาหารเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ขาดสารอาหารอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรมีความรู้ความเข้าใจต่อสารอาหารที่รับประทานเข้าไป สารอาหารหรือแร่ธาตุบางอย่าง
ร่างกายของเราต้องการไม่มากนัก ประโยชน์ก็คือ เมื่อร่างกายเราได้รับแร่ธาตุต่างๆ เหล่านี้แล้วมันจะไปช่วยกระตุ้น
เอ็นไซม์หรืออวัยวะบางส่วนให้ทำงานเป็นปกติ ซึ่งร่างกายเราต้องการนิดเดียวเท่านั้น

ในทางกลับกัน...ถ้าร่างกายของเราได้รับสารดังกล่าวมากจนเกินไป
ก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติภายในร่างกายหรือเกิดความเสี่ยงต่อการเป็นพิษได้

 




©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003