ฝึกพลังภายใน "ไทยปราณ"
มีข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของปี 2550 มาให้ดูระหว่าง ปี 2529-2549 "อัตราเกิด" ของคนไทยจาก 23.9 ลดลงเป็น 10.8 ต่อ 1,000 คน สวนทางกับ "อัตราการตาย" ที่ 6.4 เป็น 6.8 ต่อ 1,000 คน จึงส่งผลให้ผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นมากเกือบเท่าตัวที่ 6.5% เป็น 10.9% นั่นจึงทำให้อายุเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้น สำหรับผู้ชาย 63.8 ปี เป็น 69.9 ปี ส่วนผู้หญิงจาก 68.9 ปี เป็น 77.6 ปี นั่นหมายความว่าประชากรของประเทศไทยจะกลายเป็น สังคมของผู้สูงวัยในอนาคต
แต่การที่จะเป็นประชากรสูงวัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพหรือไม่ ยังเป็นเรื่องน่าคิดนั่นเพราะผลสำรวจพบว่า สาเหตุของการเสียชีวิตจาก โรคที่ไม่ติดเชื้ออยู่ที่ 32.4% ขณะที่การตายจากโรคชราอยู่ที่ 23.5% อุบัติเหตุ 7.9% โรคติดต่อและเอดส์อยู่ที่ 7.7%
โรคไม่ติดเชื้อจึงเป็นภัยร้ายที่คุก คามการมีชีวิตอยู่อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคมะเร็ง เบาหวาน โรคหลอดเลือด คอเลสเตอรอล ไตวาย กระดูกพรุน ไปจนถึงโรคอ้วน
น.พ.สันต์ ใจยอดศิลป์ แพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจและแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัวและการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เครือโรงพยาบาลพญาไท กล่าวว่า "โดยสถิติปัจจุบันภาวะของผู้มีโรคทางหลอดเลือด ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน โรคความดันเลือด หลอดเลือดในสมอง ไตวาย โรคกระดูกบางหรือกระดูกพรุน มีจำนวนมากขึ้นและเริ่มเกิดกับคนที่อายุน้อยลง และมักปล่อยให้มีอาการแล้วจึงมาดูแลรักษาด้วยยา หรือวิธีการแพทย์ ในโรงพยาบาล ทางที่ดีกว่านั้นเราควรใช้การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตโดยสิ้นเชิง ทั้งโภชนาการ การจัดการความเครียด ลดพฤติกรรมเสี่ยง และหันมาออกกำลังกาย" ต้นเหตุที่นำพาไปสู่การเป็นโรคดังกล่าวนั้นอยู่ที่พฤติกรรม การใช้ชีวิตของผู้คนปัจจุบันที่ละเลยการใส่ใจตัวเอง ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ใช้ร่างกายมากแต่ขยับร่างกายน้อย บริโภคของ ไม่มีคุณภาพ เอาความสะดวกด่วนเข้าว่าและยังสะสมความเครียดเข้าไปอีก และที่ร้ายไปกว่านั้นคือการไม่ออกกำลังกาย ด้วยข้อแม้ที่สุดแสนจะคลาสสิกว่า "ไม่มีเวลา"
ด้วยข้ออ้างแบบนี้ นวัตกรรมการออกกำลังกายแบบ "ไทยปราณ" จึงถูกคิดค้นขึ้น โดยอาศัยหลักการบริหารร่างกายแบบไทยแท้ ด้วยการใช้ท่าฤๅษีดัดตน ผสมผสานเข้ากับ โยคะอาสนะ และชี่กง 32 ท่าของไทยปราณที่เข้าไปกระตุ้นเส้นประสาทในร่างกายทั้ง 10 สามารถอธิบายด้วยหลักทางวิทยาศาสตร์ โดยแต่ละท่าจะเข้าไปยืดหยุ่นเส้นสายและเนื้อเยื่อที่หดตัวตึงแข็งให้คลายตัว ปรับโครงสร้างแนวกระดูกให้อยู่ในแนวปกติ ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงเซลล์ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้พลังชีวิตไหลเวียนได้อย่างคล่องตัว ยิ่งทำบ่อยก็จะยิ่งช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย ส่งให้ภูมิคุ้มกันเข้มแข็งยิ่งขึ้น ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือกายบริหารแบบไทยปราณ เป็นวิธีที่ประหยัดทุกทาง ใช้สถานที่ไม่มาก ใช้เวลาน้อย และยังทำคนเดียวก็ได้ ในทริปสุขภาพที่จัดขึ้นโดยโรงพยาบาลพญาไท ที่เอวาซอน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ ซิกเซ้นส์ สปา อ.วันทนีย์ ลีจีรจำเนียร และ อ.ลาวัณย์ ทยาเศรษฐ์ วิทยากรไทยปราณ กล่าวถึงหลักในการฝึกไทยปราณนี้ว่า อยู่ที่การเคลื่อนไหวช้า ๆ หยุดนิ่ง ค้างไว้ โดยไม่มีการเจ็บปวด แต่กล้ามเนื้อต้องตึงมากที่สุด และผ่อนคลายที่สุดตลอดการทำท่า นอกจากนั้นยังต้อง มีสติตลอดการฝึก ไล่ตามลมหายใจ หายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบ เท่ากับว่าไทยปราณ นอกจากจะเป็นการบริหารร่างกายโดยส่วนลึกแล้ว ยังช่วยบริหารสติได้อีกด้วย
การบริหารแบบไทยปราณนี้หากทำอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการดูแลเรื่องอาหารการกิน ลดพฤติกรรมความเสี่ยง และเช็กร่างกายอยู่เป็นประจำด้วยแล้ว...สุขภาพดี ๆ จะหนีไปไหนได้ !
3 ท่าเดินพลัง
ศูนย์กายภาพบำบัด โรงพยาบาลพญาไท ฝาก 3 ท่าช่วยกระตุ้นเส้นทางเดินพลังให้สมดุล มาให้ได้ลองกัน
1.ท่าม้วนกระดูกสันหลัง
- ยืนตัวตรง เท้าวางห่างกันเท่ากับความกว้างของไหล่ หายใจออกพร้อมกับก้มตัวลง เริ่มจากศีรษะ คางชิดอก ม้วนตัวลงไปเรื่อย ๆ ให้กระดูกสันหลังทุกข้อเคลื่อนไหว มือทั้งสองไล่ไปตามขา ลงไปจนสุดเท่าที่ทำได้ ค้างไว้
- หายใจเข้า ยืดและยกตัวขึ้น เริ่มจากสะโพก พยายามทำให้กระดูกสันหลังทุกข้อได้เคลื่อนไหว จนยืนตรง หน้าตรง
- ใช้มือทั้งสองพยุงด้านหลังเอว หายใจเข้าพร้อมกับแอ่นตัวไปด้านหลังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เริ่มจากคอ ค้างไว้
- หายใจออก ค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นตรง เริ่มจากกระดูกสันหลังส่วนล่าง ไล่มาจนถึงกระดูกคอ จนยืนตรงอีกครั้ง
2.ท่าเอียงตัวไปด้านข้าง
- ยืนตรง เท้าห่างกันเท่ากับความกว้างของไหล่ หายใจเข้า ยกแขนขวากางออก หมุนฝ่ามือขึ้นชูเหนือศีรษะ แขนแนบใบหู
- หายใจออก เอียงตัวไปด้านซ้ายให้มากที่สุด ปล่อยแขนตามสบาย ค้างไว้
- หายใจเข้า เหยียดแขนขวาชูขึ้นเหนือศีรษะและเอียงตัวกลับสู่ท่าเริ่มต้น
- หายใจออก ปล่อยแขนลงไปอยู่ในท่ายืนตรง ทำสลับกับแขนอีกข้าง
3.บิดหมุนกระดูกสันหลัง
- ยืนตัวตรง กางขาให้กว้าง หันปลายเท้าซ้ายไปทางซ้าย 90 องศา และหันปลายเท้าขวาไปทางซ้าย 45 องศา
- หายใจออก ย่อเข่าซ้าย โน้มตัวไปทางซ้าย ขาขวาเหยียดตรง แขนขวาอ้อมไปแตะที่สะบักซ้าย แขนซ้ายบิดไปด้านหลังแตะที่เอวขวา
- หายใจเข้า พร้อมบิดตัวไปทางซ้ายให้มากที่สุด หันหน้าไปทางซ้ายเต็มที่ ค้างไว้ ค่อย ๆ กลับไปสู่ท่าเตรียม ทำสลับกับอีกข้างหนึ่ง
ที่มา : ประชาชาธุรกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 4160










