หน้าแรก
: เสาร์ที่ 11 กันยายน 2553 :

ในโอกาสเข้าพรรษานี้ ขอเชิญท่านร่วมกันทำบุญโดยการอุทิศเวลาว่างของท่านมาเป็นอาสาสมัครช่วยดูแลน้องๆในสถานสงเคราะห์เด็ก สอบถาม โทร.0-2589-4243 ,0-2591-8092   ดูรายละเอียดโครงการ..ได้ที่นี่..           

main_menu

  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับมูลนิธิ
  • ติดต่อมูลนิธิ
  • feed
หน้าแรก บริหารกายเพิ่มพลังชีวิต สุขภาพดีโดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม

คลิปวิดีโอ

Watch this video!
ชุมชนส่งเสริมสุขภาพ

ดูทั้งหมด

หนังสือน่าอ่าน
หนังสือน่าอ่าน
ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เสื้อยืด-กระเป๋าช่วยลดโลกร้อน
ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ล็อกอิน

  • สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่
  • ลืมรหัสผ่าน

นำทาง

  • จัดการจดหมายข่าว

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

เสริมอาหารจากธรรมชาติ(1)

เขียนโดย admin เมื่อ ศ, 12/19/2008 - 01:05
  • สุขภาพดีโดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม

 

เสริมอาหารจากธรรมชาติ(1)

 

"หากต้องการให้ร่างกายได้วิตามินหรือได้คุณค่าจาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรจะกินในรูปอาหารธรรมดาจะดีกว่า"
รศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ จากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำ

รศ.ดร.แก้ว บอกว่า การรับประทานอาหาร 1 ชามหรือ 1 มื้อ
เราควรจะมีความรู้ว่าคุณค่าหรือคุณประโยชน์ของสารอาหารอยู่ตรงไหนบ้าง บางอย่างอยู่ในเนื้อสัตว์
บางอย่างอยู่ในผัก บางอย่างอยู่ในผลไม้สำหรับบุคคลที่รับประทานอาหารเจหรืออาหารมังสวิรัติ ซึ่งงดเว้นเนื้อสัตว์
ก็ต้องไปหาพืชผักบางอย่างมารับประทานเสริมกับสารอาหารที่ขาดไป เช่น ถั่วหรือเห็ด เป็นต้น

แล้วควรรับประทานพืชผักผลไม้สดให้มาก ซึ่งส่วนใหญ่วิตามินและแร่ธาตุทั้งหลายมักอยู่ในพืชผักผลไม้สด
ดังนั้นผู้ที่ไม่ชอบกินผักและผลไม้มักจะขาดวิตามินถ้าถามว่าจำเป็นต้องกินวิตามินเป็นเม็ดหรือไม่
รศ.ดร.แก้ว อธิบายว่า "เราควรกินวิตามินที่เป็นเม็ดหรือในรูปสารสกัด ก็เพื่อแก้ปัญหาเฉียบพลันเท่านั้น
ยกตัวอย่างบางคนที่มีปัญหาโรคปากนกกระจอก ก็ต้องกินวิตามินเป็นเม็ด เพื่อแก้ปัญหาเฉียบพลันในเบื้องต้นก่อน
แล้วค่อยไปเพิ่มจากการกินอาหาร โดยกินข้าวซ้อมมือให้มากขึ้น โรคดังกล่าวก็จะหายไป

ความรู้ตรงนี้มีความสำคัญตรงนี้ ทำอย่างไรที่จะทำให้เราดำเนินชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีปัญหาสุขภาพ
และเราต้องสังเกตด้วยตนเองว่า สภาวะที่ดีที่สุดของเราอยู่ตรงไหน
ที่กล่าวเช่นนี้เพราะ แต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ละคนต้องการวิตามินและเกลือแร่ไม่เท่ากัน
บางคนต้องการบางอย่างมากกว่าอีกคนหนึ่ง หรือปฏิกิริยาต่อร่างกายที่มีต่ออาหารของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก"

ทางด้าน รศ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า
ร่างกายเราต้องการการดูดซึมของวิตามินและแร่ธาตุหลายอย่าง เราจึงควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย
ซึ่งร่างกายเราต้องการวิตามินและแร่ธาตุในจำนวนไม่มาก

แต่ในจำนวนที่ไม่มากนั้นจะนำไปทำให้การทำงานของร่างกายดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การที่เราเสริมวิตามิน
และแร่ธาตุให้กับร่างกายก็มีข้อพิจารณาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการที่ร่างกายได้รับในปริมาณที่มากเกินไป
ถ้าเป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้ หากเหลือเกินร่างกายก็จะกำจัดออกทางปัสสาวะ แต่ถ้าเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน
จะต้องดูดซึมพร้อมอาหาร และถ้าได้รับมากเกินไปจะไปสะสมในร่างกาย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้

"การได้รับวิตามินในปริมาณที่มากก็ต่อเมื่อเราเจ็บป่วย อย่างผู้ที่เป็นโรคปากนกกระจอกแล้ว
กินวิตามินที่รักษาอาการผิดปกติของร่างกาย ถือว่าเป็น"ยา" ไม่ใช่ "อาหารเสริม" แล้ว ซึ่งเป็นการนำมาใช้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว
ต่อไปก็ต้องกลับไปรับประทานอาหารให้มีความสมดุล"

รศ.ดร.แก้ว ย้ำว่า ปัจจุบันมีข้อมูลให้ศึกษาหลายด้าน และมีการให้ข้อมูลกันอย่างแพร่หลาย เราก็ควรศึกษาหลายด้าน
สมัยก่อนเราเชื่อกันว่า...อาหารที่มีคลอเรสเตอรอลสูง เช่น ไข่ เราไม่ควรกินมาก แต่ปัจจุบันมีข้อมูลออกมาว่า
ร่างกายสามารถสร้างคลอเรสเตอรอลในร่างกายขึ้นมาเพื่อใช้งานตามปกติ ถ้ากินอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลมาก
ร่างกายก็จะสร้างเองน้อย แต่ถ้ากินอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลน้อย ร่างกายก็จะสร้างมากแต่ถ้ากลัวว่า...
ร่างกายจะได้รับคลอเรสเตอรอลสูงก็ควรรับประทานอาหารที่มี เพคติน หรือใยอาหารให้มาก
ซึ่งมีอยู่ในผลไม้แทบทุกชนิด

"เพคตินหรือใยอาหารมีมากในผลไม้ตระกูลส้ม โดยเฉพาะส้มโอ ส่วนผิวของเปลือกส้มโอส่วนที่มีสีขาวนั้น
มีเพคตินอยู่มากมาย คนสมัยก่อนมักจะเอามาเชื่อมทำเป็นขนมเปลือกส้มโอ แต่เปลือกส้มโอเชื่อมมีน้ำตาลมากเกินไป
ถ้านำมาพัฒนาในลักษณะที่ไม่ใส่น้ำตาล ใช้น้ำตาลเทียม หรือประยุกต์ในรูปแบบอื่น
จะมีประโยชน์ในการไปช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้มากมายเลย"

อีกตัวหนึ่งที่ช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้ดีก็คือ กระเทียม สุดยอดสมุนไพรไทยตัวหนึ่งที่มีสรรพคุณมากมาย
"ผมเคยทำการทดลองกับสัตว์ทดลอง โดยการฉีดเข้าเส้นเลือด ปรากฏว่าคลอเรสเตอรอลลดลงทันที
แต่โดยปกติเรารับประทานกระเทียมสดธรรมดาก็เพียงพอแล้วลองสังเกตดูว่าเวลาที่เรารับประทานกระเทียมมากๆ
เวลาที่มีเหงื่อจะมีกลิ่นกระเทียมออกมาด้วย นั่นแสดงว่าคือส่วนเกินที่ร่างกายขับออกมา"

ทางที่ดีที่สุดก็คือ การรับประทานกระเทียมสด แต่หากได้รับประทานในรูปแบบอื่นเกรงว่าจะได้ในลักษณะที่เกินความต้องการ
หรือถ้าการผลิตขาดการควบคุมคุณภาพก็จะทำให้ไม่ได้รับประโยชน์

  • ย่อโลกสุขภาพ
  • กินครอบจักรวาล
  • สุขกาย สบายจิต
  • บริหารกายเพิ่มพลังชีวิต
  • รู้อยู่ รู้รักษา
  • ทำเองใช้เอง
  • สมุนไพรบำบัด
  • หนังสือน่าอ่าน

บัญชียาหลักแห่งชาติจากสมุนไพร

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550

ร้านทางเลือกเพื่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

จำนวนผู้เข้าชม
C
counter customizable free hit
เริ่มนับ 16 กันยายน 2547


มูลนิธิสุขภาพไทย 520/1-2 ซ.16 เทศบาลรังรักษ์เหนือ ประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กทม.10900
โทร 0-2589-4243 Fax 0-2591-8092
E-mail : thaihof@yahoo.com