เสริมอาหารจากธรรมชาติ(3)
เสริมอาหารจากธรรมชาติ(3)
มาถึงตอนจบของเรื่องสุขภาพดีโดยไม่ต้องพึงอาหารเสริม ซึ่ง รศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพจากสถาบันวิจัยโภชนาการ
มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความรู้เอาไว้
โดย ดร.นิยดาได้กล่าวอยู่เสมอว่า "ไม่มีของดีที่สุดเพียงอย่างเดียวในโลกแต่ละอย่างจะมีข้อดีข้อเสียต่างกัน"
อาหารหลากหลายชนิดก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โปรตีนจากพืช วิตามินแร่ธาตุ
จากผักผลไม้หรือสมุนไพรต่างๆ ก็มีคุณสมบัติและคุณประโยชน์ในตัวต่างกันเช่นเดียวกัน
แล้วอาหารไทยของเราที่รับประทานกันอยู่ทุกวันนี้แหละที่สามารถนำมาบำรุง ร่างกายได้โดยไม่ต้องไปพึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ดร.แก้ว บอกไว้ว่า "ปัจจุบันมีการวิจัยว่าเซลิเนียมสามารถต้านมะเร็งได้ แต่ต้องได้รับในปริมาณที่เหมาะสม ในทางตรงกันข้าม
ถ้าเราได้รับมากเกินความต้องการของร่างกายแล้ว กลับไปกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งขยายตัวมากกว่าจะมาป้องกัน
หากเราต้องการเซลิเนียมจริงๆ เราก็รับประทานจากอาหารธรรมชาติ อาทิเช่น หอยนางรม แต่ถ้าไม่รับประทานเนื้อสัตว์
จะหาเซลิเนียมได้จาก "ใบกระเพรา" เวลาที่เรากินข้าวผัดใบกระเพรา เราก็ได้เซลิเนียมแล้ว และเราไม่ได้สารเซลิเนียม
เพียงอย่างเดียว แต่เราจะได้สารที่เป็นประโยชน์อื่นๆ ตามมาด้วย"
เซเลเนียมเป็นสารอาหารที่ทำงานร่วมกับวิตามินอี ช่วยรักษาเนื้อเยื่อในร่างกายให้มีความยืดหยุ่น ช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น
ป้องกันไม่ให้ความดันโลหิตในร่างกายสูงเกินไป เพิ่มความต้านทานโรค ช่วยป้องกันร่างกายจากรังสี ต่อต้านอนุมูลอิสระ
สำหรับผู้ชายจะช่วยให้เชื้ออสุจิมีความแข็งแรง เซเลเนียม นอกจากจะอยู่ในอาหารทะเล และใบกระเพราที่ดร.แก้ว
กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ยังพบได้ในข้าวกล้อง และข้าวต่างๆ รวมทั้ง ตับ นม ไข่ หัวหอม กระเทียม บล็อกโคลี่ มะเขือเทศ และเห็ด
"หากต้องการจะได้เลซิติน เราก็กินถั่วเหลืองหรือกินหลนเต้าเจี้ยว เราก็ได้วิตามินบี 12 ตามมาด้วย" ดร.แก้วอธิบายเพิ่มเติมว่า
ในอาหารปกติที่เรารับประทานอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยหรืออาหารจีนต่างมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการครบถ้วน อยู่แล้ว
เพียงแต่ว่าเราควรรับประทานอาหารให้มีความหลากหลายในแต่ละมื้อ...แต่ละวัน
"ลองไปศึกษาดูว่าบรรพบุรุษของเรา...พ่อแม่ปู่ย่าตายายของเรากินอะไรมาแต่โบราณ เราก็กินตามนั้น อย่างบัวลอยน้ำขิง
เราจะได้ธาตุเหล็กจากงาดำ ส่วนขิงมีสารสำคัญอยู่สองชนิดที่มีสรรพคุณต้านมะเร็งได้ หรือกินน้ำพริกผักจิ้มก็จะได้สาร
อาหารมากมาย เราจะได้น้ำมันปลาหรือโอเมก้า 3 ในปลาทู เราจะได้เบต้าแคโรทีนจากชะอมชุบไข่ เป็นต้น
หรือรับประทานมะเขือเทศเป็นประจำจะช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี แต่ทั้งนี้ต้องหลีกเลี่ยงการตากแดดจัดๆ ด้วย
ส่วนผู้หญิงที่ต้องการเสริมธาตุเหล็ก ควรรับประทานเลือดหมูต้มหรือเลือดเป็ดต้ม จะได้โปรตีนจากโมเลกุล
ที่สามารถดูดซึมเข้าไปใช้ในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว"
นอกจากนี้ เราสามารถได้ธาตุเหล็กจากงาดำ งาขาว ข้าวโพด ผักหวาน ข้าวกล้อง ผักต้ม ไข่แดง กุ้งแห้ง เป็นต้น
"ที่จริงแล้วหากเรารับประทานอาหารเช่นเดียวกับที่บรรพบุรุษเคยกินมา คนไทยไม่น่าจะมีปัญหาเลย" ดร.แก้วสรุป
นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้เรื่องของสมุนไพรสำคัญบางชนิดที่รู้จักกันดีก็คือ ขมิ้นชัน รางจืด และเหงือกปลาหมอ
ซึ่งคุณอิฐบูรณ์ อ้นวงษา ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร จากวารสารฉลาดซื้อ อธิบายไว้ว่า รางจืด เป็นไม้เถาที่มีสรรพคุณ
ในการช่วยลดความดัน แต่บางคนที่กินในขณะท้องว่างอาจจะมีอาการหน้ามืดได้เนื่องจากสรรพคุณของตัวยา
ทำให้ความดันลดลง แพทย์แผนตะวันออกถือว่า รางจืดเป็นยาเย็นช่วยลดไข้ แม้จะเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง
แต่ก็ไม่แนะนำให้กินต่อเนื่องนานๆ เนื่องจากจะไปทำให้ร่างกายเย็นเกินไป
ส่วนเหงือกปลาหมอเป็นยาร้อน ในตำรับยาไทยบอกไว้ว่ามีสรรพคุณในการบำบัดโรคเกี่ยวกับน้ำเหลือง
เหมาะกับคนที่ผิวหนังเกิดแผลพุพองได้ง่าย ยุงกัดแล้วเป็นแผล น้ำเหลืองไม่ดีเป็นต้น จะใช้กินหรือใช้อาบก็ได้
แต่มีข้อระวังก็คือ ผู้ที่อายุต่ำกว่า 30 ปีไม่แนะนำให้รับประทาน เพราะจะทำให้แก่ก่อนวัย
เนื่องจากเป็นยาร้อนทำให้การเผาผลาญในร่างกายเร็วเกินไป
"ในตำราแพทย์แผนไทยจะรวมเป็นตำรับยา คือผสมผสานสมุนไพรหลายชนิดเข้าด้วยกัน ก็จะเกิดการหักล้างกันเอง
คือไปลดพิษ ลดร้อน ลดเย็นของสมุนไพรแต่ละตัวให้เกิดความสมดุล เวลารับประทานไปแล้วจะไม่เกิดอันตราย
ผสมกันแล้วบำรุงร่างกายหรือเป็นยาอายุวัฒนะ ซึ่งวิทยาศาสตร์สมัยใหม่อธิบายไม่ได้ ส่วนขมิ้นชันเป็นสมุนไพร
กลุ่มร้อนสามารถฆ่าเชื้อได้"
ดร.นิยดา อธิบายเสริมว่า คนไทยใช้ขมิ้นชันในอาหารกันมาก เนื่องจากขมิ้นชันมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยขับลม
ช่วยในการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และที่สำคัญสามารถต้านอนุมูลอิสระได้
"การที่เราปรารถนาให้สุขภาพดีนั้น ไม่ใช่เรื่องอาหารอย่างเดียวที่เราควรระวัง แต่จะต้องใส่ใจวิถีชีวิตด้านอื่นประกอบกัน
ถ้าเรากินอาหารอย่างดีที่สุด แต่นอนดึก ดื่มเหล้า ไม่ออกกำลังกาย สุขภาพก็ดีขึ้นไม่ได้ เช่น ถ้านอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
แล้วไปหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากินชดเชยกับร่างกายที่ทรุดโทรมไม่มีทางได้ผล ทางที่ดีที่สุดที่ร่างกายต้องการขณะนั้น
ก็คือการพักผ่อนดังนั้น การดูแลสุขภาพให้ดีก็คือดูแลทุกด้านให้มีความสมดุลกัน"










