หน้าแรก
: เสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2553 :

                        

main_menu

  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับมูลนิธิ
  • ติดต่อมูลนิธิ
  • feed
หน้าแรก บริหารกายเพิ่มพลังชีวิต สุขภาพดีโดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม

คลิปวิดีโอ

Watch this video!
ชุมชนส่งเสริมสุขภาพ

ดูทั้งหมด

หนังสือน่าอ่าน
หนังสือน่าอ่าน
ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เสื้อยืด-กระเป๋าช่วยลดโลกร้อน
ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ล็อกอิน

  • สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่
  • ลืมรหัสผ่าน

นำทาง

  • จัดการจดหมายข่าว

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

“อาหารเสริมลดน้ำหนัก-กาแฟลดอ้วน” ติดชาร์ตผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย

เขียนโดย admin เมื่อ ศ, 12/19/2008 - 01:02
  • สุขภาพดีโดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม

 

        ในการแถลงข่าว อย.เผยสถิติตรวจจับ “ยาลดความอ้วน ไร้มาตรฐานปี 52 ยอดพุ่งเท่าตัว” “อาหารเสริมลดน้ำหนัก และกาแฟลดความอ้วน” ติดชาร์ตท็อปฮิต โดย น.ส.จิตรา เศรษฐอุดม นักวิชาการอาหารและยา ระดับ 9 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยในแต่ละช่วงอายุประสบปัญหาภาวะโรคอ้วน ทำให้ผู้บริโภคมุ่งหาทางแก้ด้วยการรับยาลดความอ้วน แต่จากการควบคุมอย่างเนื่องของ อย.ทำให้ผลิตภัณฑ์ยาลดความอ้วนที่ผิดกฎหมายลดลง แต่กลับพบยาลดความอ้วนแฝงในรูปของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดความอ้วน ทั้ง ชา กาแฟลดความอ้วน ซึ่ง อย.เตรียมติดอาวุธทางปัญญาให้แก่ผู้บริโภคด้วยการให้ความรู้และเน้นย้ำว่า อาหารไม่ใช่ยา กินเพื่อประโยชน์ของร่างกาย การที่อวดอ้างว่าสามารถลดความอ้วนได้นั้น ผู้บริโภคยิ่งต้องตระหนัก เพราะโดยปกติหากเป็นยาลดความอ้วนต้องผ่านการรับรองจาก อย. และการบริโภคต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์ ผู้ประกอบการก็ต้องมีจิตสำนึกไม่แสวงหาแต่ผลกำไร

                                                 

         น.ส.จิตรากล่าวว่า จาก ข้อมูลของการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อลดน้ำหนัก พบว่าส่วนใหญ่ปรากฎทางอินเทอร์เน็ต และผ่านระบบไปรษณีย์ ในปี 2552 อย.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมและดำเนินคดีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลด ความอ้วนที่ผิดกฎหมายอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงและไม่ได้รับอนุญาตถึง 254 คดี เป็นยาลดความอ้วน 17 คดี อาหารเสริม 237 คดี เพิ่มจากปี 2550 ที่มีคดีทั้งสิ้น 185 คดี แบ่งเป็นอาหารเสริม 160 คดี ยาลดความอ้วน 25 คดี พบว่าอัตราการกระทำผิดเพิ่มถึง 2 เท่า นอกจากนี้ยังพบลักลอบการโฆษณาอุปกรณ์ลดความอ้วน ซึ่งในความเป็นจริง อย.ไม่เคยอนุญาตให้มีการโฆษณาอุปกรณ์ดังกล่าว เพราะในการลดความอ้วนทั้งการรับประทานยาและใช้อุปกรณ์ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์

         ศ.เกียรติคุณ พญ.ชนิกา ตู้จินดา ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จาก ข้อมูลล่าสุดพบอัตราเด็กไทยอายุต่ำกว่า 6 ปี อ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 และในเขต กทม.บางโรงเรียนมีอัตราเด็กอ้วนถึง ร้อยละ 20 และ25 และยังพบว่ามีแนวโน้มที่เด็กไทยจะอ้วนมากขึ้น ซึ่งในอนาคตก็ส่งผลให้ประเทศไทยมีประชากรที่ประสบปัญหาภาวะโรคอ้วนมากยิ่ง ขึ้น และเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด ยิ่งในขณะนี้วัยรุ่นนิยมกระแส ผอมขาว หน้ากลม ผมม้า ตาโต ที่เป็นเทรนเกาหลี เกรงว่าเด็กไทยจะหลงเชื่อและนิยมบริโภคยาลดความอ้วนและอาหารเสริมมากยิ่ง ขึ้น ดังนั้นต้องส่งเสริมการออกกำลังกาย เพิ่มพื้นที่กิจกรรมให้กับวัยรุ่นเพื่อได้ใช้แสดงออก และผู้ปกครอง โรงเรียนควรมีส่วนร่วมชี้แนะการบริโภคอาหารที่ถูกต้อง ปราศจากไขมัน และน้ำตาลที่สูงเกินความจำเป็นของร่างกาย

         ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 4-6 ก.พ. 2553 สสส.ร่วมกับเครือข่ายจัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “Obesity Summit Thailand 2010” ที่ รร.เซ็นทารา แกรนด์ แอนด์ บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แอทเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อหาแนวทางร่วมกับนานาชาติในการแก้ไขปัญหาภาวะน้ำหนักเกิน อ้วนลงพุง

 

 

 ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่  23 ธันวาคม 2552

 

 

 

 

  • ย่อโลกสุขภาพ
  • กินครอบจักรวาล
  • สุขกาย สบายจิต
  • บริหารกายเพิ่มพลังชีวิต
  • รู้อยู่ รู้รักษา
  • ทำเองใช้เอง
  • สมุนไพรบำบัด
  • หนังสือน่าอ่าน

บัญชียาหลักแห่งชาติจากสมุนไพร

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550

ร้านทางเลือกเพื่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

จำนวนผู้เข้าชม
C
counter customizable free hit
เริ่มนับ 16 กันยายน 2547


มูลนิธิสุขภาพไทย 520/1-2 ซ.16 เทศบาลรังรักษ์เหนือ ประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กทม.10900
โทร 0-2589-4243 Fax 0-2591-8092
E-mail : thaihof@yahoo.com