ผลไม้บำรุงกำลัง รับ ‘บอลโลก
มูลนิธิสุขภาพไทย
ผ่านไปสัปดาห์กว่าแล้วในศึกฟุตบอลโลก ๒๐๑๐ ที่จัดในดินแดนแอฟริกา และต้องยอมรับว่าเพลงประจำเวิลด์ทัวร์นาเมนต์นี้ มีความสนุกสนานได้บรรยากาศแบบแอฟริกาจริงๆ ชาวไทยก็ยังได้รับมาตรฐานเดียวกับเมื่อ ๔ ปีก่อน ได้โอกาสชมกันทุกแมตช์
แม้ว่าเวลาถ่ายทอดครั้งนี้จะมีตั้งแต่ หกโมงเย็น และสามทุ่ม มีบางคู่ต้องถ่างตาดูตอนตีหนึ่งครึ่ง ก็นับว่าไม่ทำให้ร่างกายคนไทยทรุดโทรมมากนัก อย่างไรเสียต้องไม่ลืมหลักพื้นฐานของการมีสุขภาพดีอย่างหนึ่ง คือ ไม่หักโหมทำอะไรมากเกินไป ดังเช่นการเฝ้าติดตามทุกคู่ทุกนัด จิตใจไม่เป็นอันทำงานอื่น แบบนี้ร่างกายจะเสียสมดุล
ในตำราอินเดียและตำราไทย กล่าวว่า ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศธาตุ (ธาตุนี้มีในอินเดีย ของไทยไม่ค่อยได้กล่าวถึง) มีการประกอบกันขึ้นเป็นร่างกายของเรา และมีความร่วมมือกัน (ใช้ภาษาร่วมสมัยต้องบอกว่าสมานฉันท์ปรองดองกันอย่างดี) จนสามารถบริหารให้ร่างกายของเราดำเนินไปอย่างปกติสุข
สำหรับหลักการของอินเดียบอกว่า ถ้าธาตุดินกับธาตุน้ำร่วมมือกันเรียกว่า เสมหะหรือกพะ ธาตุลมและอากาศธาตุร่วมมือกันเรียกว่า วาตะ ส่วนธาตุไฟร้อนแรงร่วมมือกับธาตุน้ำเรียกว่า ปิตตะ ถ้าจะแบ่งคุณสมบัติครูบาอาจารย์สอนว่า เสมหะหรือกพะมีคุณสมบัติเย็น คุณสมบัติร้อนเดากันได้ง่ายๆ คือ ปิตตะ ส่วนวาตะหรือลมนี้ เข้าใจตามธรรมชาติของลมได้ง่ายๆ ว่า ลมโหมไปที่ไหนก็ไปเสริมที่นั้น คือ วาตะมีมากในหมู่กพะหรือเสมหะก็ยิ่งเย็น ไปโบกพัดปิตตะก็ยิ่งร้อนแรงทวีคูณ
ในอวัยวะทุกส่วนของร่างกายเรา ไม่ว่าจะ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อเยื่อ เอ็น กระดูก จะมีความสามัคคีของ วาตะ ปิตตะ และกพะ ร่วมไม้ร่วมมือกันบริหารงานให้ร่างกายดำเนินไปอย่างปกติ เมื่อใดที่เริ่มขัดแย้งไม่สมดุล บางที่มีน้อยไป บางที่มีมากไป คราวนี้ร่างกายก็พลอยเจ็บไข้ไม่สบายได้
ถ้ามีเหตุให้ปิตตะผิดปกติหรือปิตตะเป็นโทษ หรือหมอยาอาจกล่าวว่า ปิตตะเป็นต้นเหตุ ก็ต้องหาหยูกยาที่มาแก้ปิตตะให้คืนสู่สมดุล และถ้าผู้อ่านได้ติดตามงานของมูลนิธิสุขภาพไทยมาโดยตลอด เมื่อฉบับที่ผ่านมาได้นำเสนอ สมอไทย ซึ่งขอย้ำเตือนว่าเป็นผลไม้ที่ยอมรับกันหนักแน่นว่า มีความพิเศษที่สามารถแก้ ตรีโทษหรือแก้ความผิดปกติทั้ง ๓ อย่างได้ คือ แก้ทั้ง ปิตตะเป็นโทษ วาตะเป็นโทษ และกพะเป็นโทษ ถ้าเปรียบเป็นนักบอลได้ทั้งศูนย์หน้าตัวยิง แบกค์ตัวเหนียว และกองกลางตัวจ่าย ครบเครื่องในสนาม ดังนั้นควรเก็บมติชนเล่มเก่าไว้ค้นหาข้อมูล
แต่ใช่ว่าผลไม้หรือสมุนไพรที่กินผลจะมีดีแค่ สมอไทย หรือตระกูลสมอเท่านั้น มะขามป้อมก็เป็นผลไม้ที่ยอมรับกันว่ามีความครบเครื่องในการแก้โรคภัยไข้เจ็บ และช่วยบำรุงร่างกายได้ดีไม่แพ้กัน และชาวอินเดียใช้มะขามป้อมบำรุงอวัยวะแทบจะทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่ บำรุงผม สมอง ดวงตา คอ หลอดลม ปอด หัวใจ กระเพาะลำไส้ ตับ ไต ตับอ่อน ผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย ปรับประจำเดือนให้มาปกติ บำรุงเลือด บำรุงกำลัง ช่วยควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่คนไทยเป็นกันมาก รวมทั้งลดความเสี่ยงเวลาลุ้นฟุตบอลในสนามด้วย
และขอแนะนำผลไม้ อีก ๓ ชนิด ชนิดแรกในทางตำรายาโบราณของชาวอินเดียถือว่าเป็นยอดแห่งผลไม้ แต่ในโลกสมัยใหม่เวลานำมารับประทานอาจต้องระมัดระวังสารเคมียาฆ่าแมลงเป็นพิเศษ นั่นคือ องุ่นผลสีดำ ให้กินเป็นประจำถือเป็นผลไม้บำรุงกำลังชั้นเยี่ยม ว่ากันตามตำรายาบอกว่าบำรุงพลังทางเพศด้วย และบำรุงสายตาอย่างดี อันนี้น่าช่วยให้พวกที่จ้องแต่ทีวีดูบอลได้ นอกจากนี้ องุ่นสีดำยังช่วยขับปัสสาวะและอุจาระ หรือช่วยระบายท้องได้ดี และช่วยดับกระหาย ดับร้อน แก้ไข้ ไอ เจ็บคอ

องุ่นผลสีดำ ทับทิม มะตูม
ทับทิม ใครที่ไปเที่ยวอินเดียจะพบเห็นแม่ค้าขายผลไม้วางขายลูกทับทิมอยู่ทั่วไป ชาวอินเดียกินหรือนำเม็ดทับทิมมาคั้นน้ำดื่มกันทั่วไป ในทางสรรพคุณยานั้นถือว่าทับทิมชนิดที่มีรสหวาน ช่วยลดตรีโทษ โดยเฉพาะโทษจากปิตตะหรือความร้อนในร่างกาย เชียร์บอลแล้วเครียดร้อนในนึกถึงทับทิม แต่ถ้ากินทับทิมชนิดที่ออกรสเปรี้ยว ไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้ปิตตะกำเริบ เพราะฤทธิ์ยาจะไม่ทำให้ร้อนมากนัก และถ้าไม่ต้องกังวลเลือกกินให้มากนัก ทับทิมทุกชนิดกินเข้าไป ช่วยบำรุงกระเพาะและหัวใจ ช่วยให้ร่างกายชุ่มชื้น เจริญอาหาร
สุดท้ายในเทศกาลฟุตบอลครั้งนี้ เป็นเครื่องดื่มที่คุ้นเคยที่หลายคนอาจมองข้าม คือ น้ำมะตูม ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณเด่น แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงไฟธาตุ บำรุงน้ำดี ซึ่งได้ข่าวมาว่าทางอินเดียมีการศึกษาพบว่าสารสกัดของมะตูม มีส่วนชวยฟื้นฟูตับอ่อนที่เสียไป ซึ่งตรงกับสรรพคุณโบราณที่ช่วยบำรุงน้ำดี ลุ้นบอลโลกก็อย่าลืมดื่มน้ำมะตูมอุ่นๆ ตลอดทัวร์นาเมนต์ ถือเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงกำลังกองเชียร์ชาวไทย อีกหลายปีข้างหน้าอาจได้บำรุงกำลังนักกีฬาไทยได้ไปบอลโลกกับเขาบ้าง
เชียร์บอลให้สนุก ต้องไม่ปล่อยให้สุขภาพทรุดโทรมเพราะอดหลับอดนอน และเคร่งเครียดเกินไป ลองหาผลไม้ยาสมุนไพรที่แนะนำ มาขบเคี้ยวระหว่างการแข่งขันน่าจะช่วยรักษาร่างกายสู่สมดุล.










