ยาไทยแก้โรคจิตประสาท
ปลายหนาวกำลังสิ้นสุด พร้อมกับความร้อนอบอ้าวของคิมหันตกาลเข้ามาเยือน ทำให้ผู้คนมีอาการหงุดหงิด จิตร้อนรุ่มระส่ำระสาย บ่อยครั้งเกิดอาการปวดขมับหนึบๆ ขึ้นมาเฉยๆ โดยไม่มีไข้ โดยเฉพาะในยามนี้อุณหภูมิทางการเมืองกำลังร้อนแรง ส่งผลให้จิตใจของสาธารณชนยิ่งแปรปรวนมากขึ้น เข้าตำราทฤษฏีสุขภาพแบบองค์รวมคือ เมื่อสังคมและศีลธรรมของบ้านเมืองวิปริต ก็ทำให้กาย-จิต ของบุคคลป่วยไปด้วย ท่านอาจารย์พุทธทาส เคยวินิจฉัยโรคที่เกิดจากโลกวิปริตว่า โรคทางวิญญาณ
แปลกแต่จริงที่เหตุการณ์บ้านเมืองใน พ.ศ.นี้ กลับไปคล้ายกับเหตุการณ์เมื่อ 30 ปีก่อน ในวันล้ออายุ 70 ปี ของท่านอาจารย์พุทธทาส ท่านได้ตั้งหัวข้อแสดงธรรมในวันเกิดของท่านครั้งนั้นว่า “ โลกวิปริต ” มีใจความสำคัญประการหนึ่งคือ โลกตกเป็นทาสของวัตถุนิยม และมีปัญหาการต่อสู้กันอย่างรุนแรง คือปัญหาคอรัปชั่น และหลังจากวันล้ออายุในปีนั้นเพียง 5 เดือน ก็เกิดเหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลาคม 2519 ในปีต่อมาท่านอาจารย์พุทธทาส ได้เขียน สูตรยาแก้โรคทางวิญญาณ ไว้บนผนังโรงมหรสพทางวิญญาณที่สวนโมกข์ว่า
ประกอบด้วยตัวยา 7 อย่าง
• เอาเปลือก “ ไม่รู้ไม่ชี้ ” หนัก 1 ชั่ง
• เอาแก่น “ ช่างหัวมัน ” หนัก 1 ชั่ง
• เอาราก “ อย่างนั้นเอง ” หนัก 1 ชั่ง
• เอาใบ “ ไม่มีตัวกู-ของกู ” หนัก 1 ชั่ง
• เอาดอก “ ไม่น่าเอา-ไม่น่าเป็น ” หนัก 1 ชั่ง
• เอาลูก “ ตายเสียก่อนตาย ” หนัก 1 ชั่ง
ทุกอย่างนี้ หนักอย่างละ 1 ชั่ง รวมเป็น 6 ชั่ง
• เอาเมล็ด “ ดับไม่เหลือ ” หนักเท่ายาทั้งหลาย คือ 6 ชั่ง
เอาเครื่องยาเหล่านี้มาเสกด้วยคาถา “ สัพเพ ธัมมานาลัง อภินิเวสายะ ” 3 คาบ 7 คาบ ใส่หม้อเพื่อจะต้ม ใส่น้ำพอให้ท่วมเครื่องยา ต้มให้งวด 3 เอา 1 แล้วกินวันละ 3 เวลา ครั้งละ 1 ช้อนยาพอ อย่าลืมเสีย รับรองหายแล...
แน่นอน ถ้าใครกินยา “ ประสะดับไม่เหลือ ” ขนานนี้ของท่านอาจารย์พุทธทาส รับรองว่าจะปลอดจากโรคจิต โรคประสาททั้งปวง แต่นั่นแหละ สำหรับปุถุชนคนกิเลสหนา ที่ยังไม่กล้ากิน “ ยาขมทางวิญญาณ ” ขนานนี้ ก็คงต้องพึ่งสมุนไพรไปพลาง
เริ่มจากยาแก้ปวดหัวทั่วไป ใช้สมุนไพรใกล้ตัวก้นครัวของเราเอง
ขนานที่ 1 ท่านให้เอาผลมะนาวสด นำมาฝานเป็นชิ้นบางๆ เอาปูนแดงที่กินกับหมาก ละเลงหน้าด้านหนึ่งของชิ้นมะนาวฝาน แล้วใช้ปิดขมับข้างที่ปวด ถ้าปวดทั้งสองข้าง ก็ปิดขมับทั้งสองข้าง ปล่อยทิ้งไว้จนหายปวด หรือถ้ายังไม่หายปวดหัว พึงทำปิดซ้ำอีก
ขนานที่ 2 ท่านให้เอาหัวกระเทียมโทน 3 หัว กับดินสอพองนำมาตำผสมกัน ใช้พอกที่ขมับข้างที่ปวด อาการปวดหัวจะหายชะงัดแล
ทายาพอกภายนอกไม่ได้ผล ท่านให้ ใช้ยากิน เอาหัวหอมแดง 1 กำมือ นำมาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้แหลก คั้นเอาน้ำครึ่งถ้วยกาแฟ หรือประมาณ 15 ซีซี ผสมกับน้ำอ้อยสด 1 ช้อนโต๊ะ กวนให้เข้ากัน ใช้รับประทาน แก้ปวดหัวได้ผลชะงัดนักแล
แต่ถ้าถึงขั้นเป็นโรคจิต คิดเครียดหรือฟุ้งซ่าน ท่านให้ใช้ สูตรยาพิเศษ ประกอบด้วย พริกขี้หนู เกลือทะเล หัวข่า ขมิ้นอ้อย หัวไพล ว่านน้ำ ดีเกลือ ตัวยาทั้ง 7 อย่างนี้ เอาหนักอย่างละ 1 บาทเท่ากัน ใส่หม้อต้มน้ำพอท่วมยา ให้งวด 3 เอา 1 กินครั้งละ 30 ซีซี วันละ 3 เวลา ประมาณ 15 วัน อาการโรคจิตประสาท จะบรรเทาหายไปเป็นปลิดทิ้ง
สำหรับผู้ป่วยโรคปวดหัวเรื้อรังนั้น ท่านให้เอาแก่นขี้เหล็ก ผักเสี้ยนผี ต้นแมงลัก สิ่งละ 1 บาท ใส่ห้อมต้มน้ำพอท่วมยา ต้มเคี่ยว 3 ส่วน ให้เหลือ 1 ส่วน กินยาครั้งละ 30 ซีซี วันละ 4 เวลา ก่อนอาหาร และก่อนนอน รับรองว่าภายใน 1 สัปดาห์ จะไม่ต้องกุมขมับอีกเลย
เห็นไหมภูมิปัญญายาไทย มีสมุนไพรง่ายๆ ไม่มีพิษภัย ที่ใช้รักษาอาการทางจิตประเภท แก้ปวดหัวได้ผลดีไม่แพ้ยาฝรั่งที่อาจมีพิษข้างเคียง ช่วง วิกฤตจริยธรรม อุณหภูมิการเมืองร้อนแรงแข่งกับองศาหน้าร้อน ชาวประชามีสิทธิป่วยเป็นโรคจิตประสาทกันถ้วนหน้า ลองใช้สมุนไพรไทยไร้พิษ ราคาถูกดูบ้าง แล้วท่านจะได้รับผลดีเกินกว่าที่คาดหมาย
โดย กองบรรณาธิการ มูลนิธิสุขภาพไทย










