รับร้อน ช่วยผ่อนคลาย แก้อ่อนเพลีย เรียกหาบัวบก
มูลนิธิสุขภาพไทย
ลมร้อนของคิมหันต์ฤดูยามนี้ดูจะร้อนแรงพอๆ กับความร้อนของบ้านเมือง อุณหภูมิภายนอกยังแผ่รัศมีเพิ่มดีกรีถึงในบ้าน จนสมาชิกในครอบครัวแบ่งฝ่ายโต้แย้งถกเถียงกันชุลมุนไปหมด อากาศก็ร้อน อารมณ์ก็ร้อน สุขภาพร่างกายของเราพลอยรุ่มร้อนอ่อนแอไปหมด
การรับมือกับอาการฮอตๆแบบนี้ ถ้าถือคำพระ “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” ก็ต้องฝึกใจ ให้พิจารณารู้ผิดชอบและเห็นความเปลี่ยนแปลงเป็นอนิจจังตามเหตุปัจจัย แต่คนที่ฝึกใจได้แบบนี้มีไม่มากนัก ส่วนใหญ่ยังพึ่งเหตุภายนอกให้มาเยียวยารักษากายใจให้สงบเย็น ถ้าคิดจะพึ่งลองดูสมุนไพรบรรเทาอาการร้อนๆ แบบนี้ดีไหม
บรรยากาศและสถานการณ์เช่นนี้ ขอเสนอบัวบกให้ท่านพิสูจน์ อย่าไปคิดร้ายว่าฝ่ายไหนกำลังแย่จนชอกช้ำระกำใจต้องกินน้ำใบบัวบกแก้ช้ำในสถานเดียว อันความจริงบัวบกมีสรรพคุณโดดเด่นมากกว่ายาแก้ช้ำในที่คนไทยรู้จัก บัวบกเป็นยาเย็น ดับร้อนดับพิษ อาการร้อนในที่ปะทุขึ้นในร่างกายที่มักแสดงออกที่ปาก หมอฝรั่งเรียกว่าปากเปื่อย แต่หมอจีนหมอไทยว่าร้อนใน บางคนเป็นบ่อยมาก ยิ่งในฤดูร้อนถ้าไปกินอาหารมันๆทอดๆจะเกิดร้อนในได้เร็วมาก
วิธีแก้แบบภูมิปัญญาตะวันออกท่านว่าให้กินยาเย็น บัวบกเป็นยาเย็นที่หมอยาจัดอยู่ในยาเย็นจัดทีเดียว ใครที่ร้อนในมากๆลองดื่มน้ำบัวบกเข้าไปสักวันสองวัน เมื่ออาการดีขึ้นแล้วให้หยุดกินเพราะความที่เป็นยาเย็นจัดจะไปทำให้ร่างกายเสียสมดุลไปอีกฝากหนึ่ง นอกจากร้อนในแล้ว ร้อนนอกหรือตัวร้อน มีผู้ใช้บรรยายให้ฟังว่า “ผมเคยเป็นไข้ตัวร้อนจัด รู้สึกกระวนกระวายกระหายน้ำ ได้ใช้บัวบกทั้งก้านและใบตำให้พอแหลก ผสมน้ำซาวข้าวพอให้ยาเหลว แล้วเอามาทาตัว หน้าผาก หัวและข้อพับ หลังจากใช้แล้วอาการค่อยทุเลา ตัวหายร้อนจัด” วิชาความรู้แบบนี้ เพื่อนบ้านชาวมาเลเซียใช้วิธีตำใบบัวบกให้ละเอียด แล้วนำมากึ่งทากึ่งพอกให้ทั่วตัว เพื่อช่วยลดความร้อนและลดไข้ได้
นอกจากดับร้อนในตัวแล้ว บัวบกยังดับพิษร้อนของผิวหนังที่เกิดจากอาการแสบๆคันๆที่ผิวหนังได้ด้วย คนไทยใช้ภูมิปัญญาดองใบบัวบกกับเหล้า ทิ้งไว้ ๗ วัน เอาน้ำยามาทาวันละ ๓ ครั้ง แต่ที่ญี่ปุ่น กล่าวว่าบัวบกแก้โรคผิวหนังเรื้อรังได้ดี โรคที่ว่านี้ภาษาหมอเรียก “เอ็กซ์ซีม่า” คือต่างจากโรคผิวหนังอื่นๆ คือไม่ได้เกิดจากเชื้อรา แต่จะมาจากผิวหนังถูกผงซักฟอก สารเคมี กรด ด่าง หรือพืชและแมลงบางชนิดที่มีฤทธิ์กัดผิวหนัง จนเป็นผื่นแดงปวดแสบปวดร้อนและคันๆ ถ้าเป็นมากจะมีเม็ดพอง มีน้ำเหลืองไหล
ที่ญี่ปุ่นเขารักษาง่ายๆด้วยการใช้บัวบกทั้งต้นและรากล้างน้ำสะอาด ขนาด ๑๐ กรัม( ๑/๔ แก้ว) ต้มกับน้ำ ๒ แก้ว นานครึ่งชั่วโมง แล้วใช้น้ำยาล้างผิวหนังวันละ ๒-๓ ครั้ง ล้างครั้งหนึ่งนาน ๑๐-๑๕ นาที ที่อินเดียก็ใช้เหมือนกัน และยังใช้กับโรคผิวหนังเรื้อรังหายยากอื่นๆ ด้วย
เรื่องร้อนๆก็มักจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ซึ่งที่มาของความอ่อนเพลียพูดให้วกวนก็จะมาจากความร้อนอีกนั้นแหละ เช่น คนที่ร้อนในมากๆ นอกจากปากเป็นแผลแล้ว นัยน์ตาร้อนผ่าวจนตาแฉะก็มี ริมฝีปากแห้ง เรี่ยวแรงหายหมด แบบนี้ได้บัวบกสักหนึ่งดริ้งค์ จะทำให้ชุ่มชื่นใจหายเพลียไปมาก หรือหมดแรงเพราะตรากตรำทำงานหนักอดหลับอดนอน หรือไปชุมนุมบ้าง ฟังปราศรัยบ้างจนเรี่ยวแรงหดหาย ถ้าได้ซดน้ำใบบัวบกบ้างจะทำให้เพิ่มกำลังและสร้างความสดชื่นได้ดี
บัวบกยังเป็นที่ยอมรับในแง่ของเป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ หรือเรียกว่ายาอายุวัฒนะและยังมีชื่อเสียงด้านบำรุงสมอง จนขณะนี้บริษัทฝรั่งนำไปทำเป็นอาหารเสริมบำรุงสมองกันมากมาย และยังคุยว่ากินแล้วคงความเป็นหนุ่มสาว แต่เรามาพิจารณาภูมิปัญญาดั้งเดิมกันดีกว่า
ในตำราอินเดียบอกว่า ถ้าได้กินใบบัวบกแค่วันละ ๑-๒ ใบ เป็นประจำทุกวัน ช่วยทำให้จิตใจสดชื่นแจ่มใส ช่วยให้ความจำดีขึ้น บำรุงประสาทและบำรุงเลือด คนอินเดียบางแคว้น นิยมกินผงบัวบกกับนมสดจนเป็นนิสัย ถือว่าเป็นยาบำรุงร่างกายและบำรุงสมอง
สำหรับเมดอินไทยแลนด์ ตำรายาไทยพูดถึงการใช้บัวบกเป็นยาอายุวัฒนะ โดยใช้ผงบัวบก ๒ ส่วน ผสมผงพริกไทย ๑ ส่วน ละลายน้ำร้อนกินก่อนนอน กินครั้งละครึ่งช้อนชา ตำราท่านว่าไว้ให้กินเท่านี้พอ ใครที่หวังเรียนทางลัดหรือเข้าข่ายโลภไม่หยุด หวังว่าจะบำรุงกำลังกันมากๆ โดยไม่คิดถึงผลข้างเคียง โดยการกินปริมาณมากขึ้น ก็ขอให้ระมัดระวังไว้ด้วยเพราะบัวบกเป็นยาเย็นจัด แม้นจะมีพริกไทยช่วยเพิ่มรสร้อนบ้างแล้ว ก็ไม่ควรทำนอกตำรา
ถ้าเชื่อในตำราโบราณ ท่านว่ากิน ๑ เดือนโรคร้ายหาย มีปัญญา กิน ๒ เดือน บริบูรณ์ น่ารักเป็นเสน่ห์ กิน ๓ เดือน ริดสีดวง ๑๐ จำพวกหายสิ้น กิน ๔ เดือน ลมสิบจำพวกหายหมด กิน ๕ เดือน โรคร้ายในกายทุเลาขึ้น กิน ๖ เดือน ไม่รู้จักเมื่อยขบ กิน ๗ เดือน ผิวกายจะสวยงาม กิน ๘ เดือน ร่างกายสมบูรณ์ เสียงไพเราะ
ปิดท้ายด้วยภูมิปัญญาสมัยใหม่ โลกแห่งโภชนบำบัด บัวบกเป็นพืชที่บำรุงสมองมาก ในบัวบก ๑ ขีด หรือประมาณ ๒-๓ ขยุ้มมือ มีวิตามินบี ๑ สูงถึง ๐.๒๔ มิลลิกรัม แต่ผักอื่นๆ ในปริมาณเท่ากันมีน้อยกว่า เช่น กะหล่ำปลีมีแค่ ๐.๐๔ มิลลิกรัม คะน้ามี ๐.๐๕ มิลลิกรัม บัวบกยังมีเบต้า-แคโรทีนอยู่สูงด้วย
ร้อนนี้ถ้าต้องการร่างกายที่สงบเย็นและสมอง หัวใจที่สดชื่นมีพลังในการดำเนินกิจกรรมทุกอย่าง อย่าลืม บัวบก ผักพื้นบ้านของเรานะจ๊ะ










