รู้ทันสเตียรอยด์ รู้ใช้สมุนไพรถูกวิธี
ขอปรบมือให้ นางสาววลัยลักษณ์ เมธาภัทร นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากสำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เจ้าของรางวัลวิชาการยอดเยี่ยม ปี 2552 ที่ทำการวิจัยและพัฒนา “ชุดทดสอบอิมมูโนโครมาโทกราฟี ของ เดกซ์ซาเมธาโซน(Dexsamethasone) และเพร็ดนิโซโลน(Prednisolone) ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร”
พูดให้ฟังง่ายชาวบ้านนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง คือ ชุดตรวจหาสารสเตียรอยด์ในผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างง่ายๆ ใครซื้อไปใช้แล้วทำตามวิธีที่แนะนำ ไม่เกิน ๑๕ นาที รู้ผลว่ายาสมุนไพรที่พ่อค้าแม่ขายคะยั้นคะยอขายเรานั้น เป็นยาสมุนไพรปลอมที่ผสมสารสเตียรอยด์ให้เรากินหรือไม่
บรรดาพ่อค้าเหล่านี้ต้องจัดอยู่ในกลุ่ม “ผู้ทำลาย” วงการสมุนไพรเลยทีเดียว เนื่องจากทุกวันนี้ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปให้ความสำคัญ และยอมรับการใช้สมุนไพรมากขึ้น ที่สำคัญยิ่งคือ สมุนไพรหลายชนิดมีคุณสมบัติที่ดีใช้ทดแทนยาฝรั่งได้สบายๆ แต่พ่อค้าคิดไม่ซื่อ เอาประโยชน์ส่วนตน แอบใส่สารสเตียรอยด์เข้าไปในยาสมุนไพร หวังให้ผู้ใช้เห็นผลเร็วโดยไม่คำนึงถึงอันตรายใดๆ
ยาจำพวกนี้ไม่ใช่ยาสมุนไพร ต้องเรียกว่า “ยาปลอม” และหน่วยงานรัฐต้องจัดการตามกฎหมายให้สิ้น เพื่อไม่ให้มาทำลายการพัฒนายาสมุนไพรของไทย
การที่นักวิทยาศาสตร์ช่วยคิดชุดทดสอบอย่างง่ายๆ คงเพราะเห็นว่าตามจับเท่าใดก็ไม่หมด และผู้ขายพวกนี้มีแต่ทำลายชื่อเสียงยาสมุนไพรที่ดีๆ จึงให้ผู้บริโภครวมพลังเป็นหูเป็นตาคุ้มครองสุขภาพกันเองด้วย ใครพบก็ช่วยแจ้งข่าวให้สารวัตร อย. ไปจัดการ
ทำไมต้องตรวจหาสารสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่ใช้ในยาแผนปัจจุบัน? คำตอบคือ
สารสเตรอยด์เหมือนยาครอบจักวาล สามารถนำไปใช้แก้อาการเจ็บป่วยได้หลายประเภท และออกฤทธิ์ทันใจ เมื่อกินเข้าไปไม่กี่วันอาการต่างๆ จะดีขึ้นทันตา ผู้ใช้ก็ติดใจและคิดว่ายาดีถูกกับโรคก็ยิ่งกินเข้าไปจำนวนมาก ผลที่ตามมาหรือเรียกว่าเกิดพิษมากมาย คือ สารสเตียรอยด์จะกดภูมิคุ้มกันร่างกาย ยิ่งกินยิ่งทําให้ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อโรคได้ง่าย กินแล้วระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารทําให้กระเพาะอาหารเป็นแผลหรือกระเพาะทะลุ กินแล้วเกิดการสะสมของไขมันในอวัยวะบางส่วน และยังทําให้ใบหน้าผิดเพี้ยนเรียกว่าหน้าพระจันทร์ หรือมูนเฟซ (moon face) ใบหน้ากลมผิดปกติ และหลังเป็นหนอกคล้ายหลังควาย เกิดการคั่งของเกลือ ทำให้บวม เป็นอันตรายมากต่อผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ การใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์นานๆ ทําให้กล้ามเนื้อลีบ กระดูกผุ นํ้าตาลในเลือดสูง
ผลของสารสเตียรอยด์ ซึ่งในทางยาแผนปัจจุบันถือว่าเป็นยาควบคุมพิเศษ สามารถใช้ได้ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น แต่พอพ่อค้าใจร้ายมาปลอมปนในยาสมุนไพรทั้งในรูปแบบลูกกลอน ยาเม็ด ยากวน และบางครั้งยังปลอมปนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่กำลังเฟื่องฟูในปัจจุบันด้วย ผู้บริโภคจึงควรรู้ทันสินค้าอันตรายเหล่านี้ โดยขอแนะนำวิธีรู้ทันไว้ ดังนี้
๑. สินค้ายาสมุนไพรที่ชอบโอ้อวดสรรพคุณ และอ้างว่ารักษาโรคได้สารพัด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ไม่น่าไว้วางใจ
๒. สินค้ายาสมุนไพรที่มักอวดอ้างสรรพคุณกินหายได้ในสามวันเจ็ดวัน ในกลุ่มรักษาการปวดเมื่อย ปวดข้อ ปวดหลัง ปวดเอว และยังใช้รักษาอาการเรื้อรัง เช่น หอบ หืด หรือกลุ่มอาการเรื้อรังต่างๆ เมื่อท่านซื้อไปกินแล้ว เพียง ๒-๓ วัน ดีขึ้นทันตาเห็นเดินเหินตัวปลิว หายปวดเมื่อยเป็นปลิดทิ้ง ทั้งๆ ที่เคยรักษามานานกินยามามากก็ยังไม่ดีขึ้นเลย แบบนี้รีบทดสอบยาของท่านด่วน เพราะโดยหลักแล้วอาการของโรคเรื้อรังจะดีขึ้นเมื่อกินยาที่ถูกกับโรค จะค่อยๆดีขึ้นที่ละเล็กที่ละน้อย ต้องใช้เวลาพอสมควร
๓. สินค้ายาสมุนไพรที่ไม่มีแหล่งผลิตที่แน่ชัด ไม่มีทะเบียนอย. ไม่แสดงส่วนประกอบ หรือตัวยาหลักที่ออกฤทธิ์ แบบนี้ให้หลีกเลี่ยงอย่าหลงเชื่อซื้อหามาใช้
สำหรับท่านที่มีอาการจำพวกที่พ่อค้าใจร้ายมักแอบใส่สารสเตียรอยด์นั้น ขอแนะนำยาสมุนไพรดีๆ มีความปลอดภัย ซึ่งทุกท่านสามารถหามาหรือปรุงใช้เอง เช่น อาการปวดเมื่อย ขอให้ทำลูกประคบไพล นำมานึ่ง และนวดประคบบริเวณที่ปวดเมื่อย แม้อาการปวดข้อเข่าก็ใช้ได้ หรืออุดหนุนวิชาชีพหมอนวดไทยที่เขาบริการประคบไพลให้ก็พอช่วยได้
ถ้าเป็นยาสมุนไพรที่มีการใช้มาแต่ในอดีต ขอแนะนำ เถาวัลย์เปรียง ซึ่งในตำรายาไทยกล่าวว่า รากใช้แก้เส้นเอ็น แก้กษัย(ปวดเมื่อยจากความเสื่อมชรา) ส่วนเถา ใช้แก้ไอ แก้หวัด แก้บิด ขับปัสสาวะ ช่วยให้เอ็นอ่อน แก้ปวดเมื่อยได้ ซึ่งปัจจุบันมีการนำมาปั้นเป็นเม็ดหรือบรรจุแคปซูล กินแล้วแก้อาการปวดเมื่อยได้ ขณะนี้มีการศึกษาพบว่า เถาวัลย์เปรียงมีสารออกฤทธิ์ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และชวยลดการอักเสบ ซึ่งสรพคุณส่วนหลังนี้น่าจะตรงกับภูมิปัญญาดั้งเดิมที่นำมาใช้แก้อาการปวดเมื่อยต่างๆ

เถาวัลย์เปรียง
สมุนไพรดีๆ ของไทยที่ช่วยดูแลสุขภาพคนไทยมีมากมาย อย่าปล่อยให้พ่อค้าหรือผู้ผลิตเอาแต่ได้ ผสมสารสเตียรอยด์หลอกขายทำร้ายสุขภาพและทำลายวงการสมุนไพรไทย.










