หน้าแรก
: พฤหัสที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 :

เปิดรับอาสาสมัคร ช่วยดูแลเด็กในสถานสงเคราะห์ ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัคร คลิกที่นี่..

main_menu

  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับมูลนิธิ
  • ติดต่อมูลนิธิ
  • feed
หน้าแรก

คลิปวิดีโอ

Watch this video!
จากกลอนลำ เป็นตำรา 9 ภูมิปัญญาวิถีิอีสาน

ดูทั้งหมด

หนังสือน่าอ่าน
หนังสือน่าอ่าน
ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เสื้อยืด-กระเป๋าช่วยลดโลกร้อน
ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ล็อกอิน

  • สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่
  • ลืมรหัสผ่าน

นำทาง

  • จัดการจดหมายข่าว

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

สมุนไพรช่วยลดน้ำตาลในเลือด

เขียนโดย webmaster เมื่อ ศ, 01/27/2012 - 00:09

                                                                                                                 มูลนิธิสุขภาพไทย

 

          เวลานี้คนไทยป่วยด้วยเบาหวานจำนวนมาก ไม่ใช่คนเมืองเท่านั้น แต่คนในหมู่บ้านก็เป็นเบาหวานกันมากขึ้น เมื่อฉบับที่ผ่านมาได้แนะนำอาหารที่เป็นยาสมุนไพรช่วยบรรเทาอาการเบาหวานไปแล้ว แต่ติดค้างสมุนไพรบางชนิดไว้ ขอแนะนำให้ได้รู้จักดังนี้
           เริ่มจากต้นอินทนิลน้ำ (Lagerstroemia speciose (L) Pers.) เป็นไม้ใหญ่ในป่าเบญจพรรณที่ออกดอกสวยงาม จนมีพ่อค้าต้นไม้นำมาขาย หรือแนะนำให้ปลูกเป็นไม้ประดับ อินทนิลน้ำมีชื่อเสียงมาแต่โบราณ ทั้งประสบการณ์การใช้ของหมอพื้นบ้านและที่บันทึกในตำรับตำราโบราณ ต่างกล่าวตรงกันว่า ใช้รักษาเบาหวาน ซึ่งอาจถือว่าเป็นสมุนไพรยอดนิยมชนิดหนึ่งที่มีคนใช้กันมาก

                                    
                                                                    อินทนิลน้ำ


           วิธีใช้ทำได้หลายวิธี แต่ส่วนใหญ่จะใช้ใบอินทนิลน้ำที่เป็นใบแก่ ล้างน้ำสะอาด นำมาสัก ๑ หยิบมือ ต้มกับน้ำ ๑ ลิตร บางที่ก่อนต้มจะหั่นใบเป็นชิ้นเล็กๆ และใช้หม้อดินต้ม แต่ในปัจจุบันใช้หม้อแสตนเลสก็ได้ ควรต้มด้วยไฟอ่อนๆ นาน ๑๕ นาที กินครั้งละ ๑ ถ้วยชา วันละ ๓ เวลา เช้า กลางวัน เย็น สามารถดื่มได้ทุกวัน กินต่อเนื่อง ๒ – ๔ สัปดาห์ จะเห็นผล
           มีบางรายใช้วิธีการคั่ว โดยนำใบอินทนิลน้ำล้างสะอาด นำไปตากแดดให้แห้ง ใช้ ๘-๙ ใบ แล้วคั่วให้กรอบ เวลาใช้ ให้นำใบแห้งมาชงกับน้ำร้อนแบบชงชา ให้กินต่างน้ำ ได้ผลเช่นกัน
           แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากอินทนิลน้ำหลายรูปแบบ ทั้งรูปยาน้ำ สารสกัด แคปซูล ผงแห้ง และเป็นชาชง และอยากจะบอกว่ามีผู้นำอินทนิลน้ำไปจดสิทธิบัตรในรูปแบบที่เป็นยาสูบ เนื่องจากมีการศึกษาว่าสามารถนำใบอินทนิลน้ำมาทดแทนใบยาสูบ(บุหรี่) และพบว่าช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้
           มีการศึกษาวิจัยในมนุษย์อีกว่า ทดลองให้ผู้ป่วยกินยาต้มจากใบอินทนิลน้ำ ในปริมาณ ๘๐ กรัมต่อคน ปรากฏว่าช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ และมีการทดลองให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ ๒ กินสารสกัดจากอินทนิลน้ำ ซึ่งยาตัวนี้มีสารสำคัญที่อยู่ในอินทนิลน้ำ ชื่อว่า corosolic acid การศึกษาพบว่า เมื่อให้กินยาที่มีปริมาณสารดังกล่าว ขนาด ๔๘ มก./วัน เป็นเวลานาน ๒ สัปดาห์ สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้
นอกจากนี้ยังมีการจดสิทธิบัตร สารที่ค้นพบในอินทนิลน้ำอีก ได้แก่ สาร 1,2,3,4 – penta - O – galloyl-D-glucose และ ellagitannins ซึ่งมีฤทธิ์สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้
           อินทนิลน้ำ สมุนไพรท้องถิ่นของเราจึงมีศักยภาพในการช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ แต่อย่างไรก็ตามมีข้อควรรู้ควรระวังว่า เด็ก สตรีตั้งครรภ์ และหญิงให้นมลูก และคนที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์อินทนิลน้ำ ส่วนผู้ที่เป็นเบาหวานเมื่อใช้ก็ต้องติดตามดูระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้ฤทธิ์ยามากเกินไปจนเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำผิดปกติ
           สมุนไพรอีกชนิดที่อยากแนะนำให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้เป็นเบาหวาน คือ ต้นว่านหางจระเข้ (Aloe barbadensis Mill.) สมุนไพรชนิดนี้คนทั่วไปมักรู้จักในชื่อเสียงเป็นยาแก้แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวพรรณชั้นดี แต่น้อยคนนักที่รู้ว่าว่านหางจระเข้มีฤทธิ์ช่วยลดน้ำตาลในเลือดด้วย

                  
                                                                          ว่านหางจระเข้


           มีการศึกษาทางคลินิกหรือทดลองในผู้ป่วย พบว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ยังไม่ได้กินยาแก้เบาหวาน และกลุ่มผู้ป่วยที่กินยารักษาเบาหวาน gilbenciamide ขนาด ๕ มก. จำนวน ๒ เม็ด เมื่อได้กินน้ำว่านหางจระเข้ ความเข้มข้น ๘๐% ปริมาณ ๑ ช้อนโต๊ะ วันละ ๒ ครั้ง ช่วงเช้า และก่อนนอน กินนาน ๔๒ วัน พบว่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ซึ่งการศึกษานี้พบว่า เมื่อกินน้ำว่านหางจะเข้ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน จะช่วยให้ลดน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่ากินยาแผนปัจจุบันอย่างเดียว และไม่มีผลต่อตับและไต
           ยังมีการศึกษารายงานว่า ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ ๒ เมื่อกินน้ำว่านหางจระเข้ ปริมาณ ๑๕๐ มล. วันละ ๑ ครั้ง เวลาเช้า พบว่าระดับน้ำตาลในเลือดและค่าระดับน้ำตาลสะสมในเลือดลดลง
วิธีทำกินเอง ให้เลือกต้นว่านหางจระเข้ปลูกมาแล้วประมาณ ๑๐ – ๑๒ เดือนขึ้นไป ตัดกาบใบมาล้างน้ำสะอาด ปอกเปลือก ล้างยางสีเหลืองให้หมด กินเนื้อวุ้นสด ปริมาณ ๑๕ กรัม กินทุกวันเวลาเช้า ต่อเนื่องนานสัก ๑ เดือนขึ้นไป จะเห็นผล
           ว่านหางจระเข้เป็นยาใกล้ตัว ปลูกง่ายขึ้นง่าย ในแง่ความเป็นพิษยังไม่มีรายงานการใช้วุ้นสด แต่รายงานการกินสารสกัดจากวุ้นแล้วมาทำเป็นยาเม็ด ยาแคปซูล และลำเป็นชาชง พบว่ามีอาการข้างเคียง คือท้องผูก และทำให้ตับอักเสบได้ แต่เมื่อหยุดยาตับก็จะกลับคืนมาปกติ
           แม้ว่าเบาหวานจะเป็นโรคเรื้อรัง แต่ก็มีทางเลือกด้วยการใช้สมุนไพรที่ช่วยดูแลสุขภาพแบบการพึ่งตนเองในครัวเรือนได้หลายชนิด ขอให้ใส่ใจและรู้จักเลือกใช้สมุนไพรเหล่านี้.

 

 

 หมายเหตุ: บทความและเนื้อหาของเว็บไซต์นี้ ไม่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า

 

 

  • ย่อโลกสุขภาพ
  • กินครอบจักรวาล
  • สุขกาย สบายจิต
  • บริหารกายเพิ่มพลังชีวิต
  • รู้อยู่ รู้รักษา
  • ทำเองใช้เอง
  • สมุนไพรบำบัด
  • หนังสือน่าอ่าน

บัญชียาหลักแห่งชาติจากสมุนไพร

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550

ร้านทางเลือกเพื่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

จำนวนผู้เข้าชม
C
counter customizable free hit
เริ่มนับ 16 กันยายน 2547


มูลนิธิสุขภาพไทย 520/1-2 ซ.16 เทศบาลรังรักษ์เหนือ ประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กทม.10900
โทร 0-2589-4243 Fax 0-2591-8092
E-mail : thaihof@yahoo.com