หน้าแรก
: เสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2553 :

                        

main_menu

  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับมูลนิธิ
  • ติดต่อมูลนิธิ
  • feed
หน้าแรก

คลิปวิดีโอ

Watch this video!
ชุมชนส่งเสริมสุขภาพ

ดูทั้งหมด

หนังสือน่าอ่าน
หนังสือน่าอ่าน
ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เสื้อยืด-กระเป๋าช่วยลดโลกร้อน
ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ล็อกอิน

  • สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่
  • ลืมรหัสผ่าน

นำทาง

  • จัดการจดหมายข่าว

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

สู้หวัดด้วยมือเปล่า

เขียนโดย webmaster เมื่อ จ, 01/11/2010 - 10:37

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย  มูลนิธิสุขภาพไทย

   

        เพราะการสื่อสารผ่านมติชนสุดสัปดาห์ที่มีผู้อ่านมากมาย เป็นเหตุให้แฟนประจำท่านหนึ่งติดอกติดใจเนื้อหาสาระในคอลัมน์นี้ ซึ่งมาทราบภายหลังว่าคือคุณหมอท่านหนึ่งของโรงพยาบาลลำปาง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับจังหวัดของเขลางค์นครหรือเมืองรถม้าในอดีต คุณหมอแผนปัจจุบันแต่เห็นความสำคัญของการใช้ภูมิปัญญาสมุนไพรในการดูแลรักษาสุขภาพ ได้เชิญคณะวิทยากรของมูลนิธิสุขภาพไทยไปบรรยายความรู้ “สมุนไพรสู้หวัด” ปลายปีที่ผ่านมา
         คุณหมอและเจ้าหน้าที่หลายท่านของโรงพยาบาลลำปางมีจิตใจดีงามมาก เล็งเห็นว่าการสู้รบปรบมือกับไข้หวัดโดยเฉพาะหวัดสายพันธุ์ใหม่ ไม่สามารถตั้งรับอยู่แต่การรอคนไข้มาตรวจและเข้ารับการรักษาเท่านั้น แต่ทำงานเชิงรุกโดยจัดเวทีให้ความรู้กับเด็กนักเรียนและกลุ่มผู้สูงอายุกว่า 200 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับความรู้ความเข้าใจในการรับมือกับเชื้อไวรัสไข้หวัด 2009 ทางมูลนิธิฯ จึงขอนำเอาสาระความรู้บางประการมาขยายให้กว้างขึ้น
         คนโดยทั่วไปจำคำรณรงค์ได้ดี “กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ใส่หน้ากากอนามัย” แต่คนจำนวนมากยังเข้าใจผิดว่า “ล้างมือด้วยเจลอัลกอฮอล” ดีกว่าล้างมือด้วยสบู่และน้ำ ทั้งๆ ที่มีผลในการกำจัดเชื้อโรคได้ดีไม่แพ้กัน เจลอัลกอฮอลได้เปรียบในสังคมเมือง และในที่ชุมชนคนมากๆ จึงมีความสะดวกในการใช้ แต่ก็มีราคาแพงกว่าสบู่ สำหรับการล้างมือด้วยสบู่และน้ำได้เปรียบคือหาได้ง่ายทั่วทุกท้องถิ่นไทย และในกรณีที่มือเปื้อนค่อนข้างมาก น้ำและสบู่สามารถชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ออกไปได้มากกว่า
         สิ่งที่คนจำนวนมากยังให้ความสำคัญน้อยอีกประการหนึ่ง คือ เมื่อท่านมีอาการไข้หวัด ไม่ว่าจะหวัดน้อยหรือหวัดใหญ่ เรามักหายากินแล้วยังอยากออกไปทำงานหรือทำกิจกรรมอื่นๆ เหมือนเดิม ทั้งๆที่ควรนอนพักผ่อนให้มากๆ ซึ่งช่วยฟื้นไข้และจำกัดวงในการแพร่กระจายไข้หวัดได้อย่างดีด้วย
         คนรุ่นปู่ย่าตายายแนะนำไว้ในสภาพอากาศแปรปรวนช่วงเปลี่ยนฤดูเช่นนี้ เตือนลูกหลานให้ระวัง เพราะฝนยังไปไม่หมด มีความชื้นสูง อากาศตอนเย็นจนหัวค่ำจะร้อนอบอ้าวมากๆ เรามักจะเผลอตัวใส่เสื้อบางไม่ห่มผ้าและยังนอนเปิดพัดลมโกรกตัว พอตกดึกจนใกล้เช้าอากาศเย็นวูบวาบ ร่างกายกระทบกับความร้อนความเย็นปรับตัวไม่ทัน ไข้หวัดจู่โจมทันที พอเช้าอาบน้ำเย็นเอาน้ำราดหัวอีก ไข้เล่นงานหนักขึ้น
         สิ่งที่สอนกันมาแต่โบราณก่อนที่จะมี SMS ส่งข้อความสั้นมาเตือนใจเหมือนคนยุคนี้ เขาให้สังเกตร่างกายของเราจะเตือนเราได้อย่างดี คือ พอรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวว่าจะเป็นไข้ จะต้องพักผ่อนมากๆ สวมใส่เสื้อหนากันลม และไม่ออกไปเดินตากลม อยู่ในบ้านให้ร่างกายอบอุ่น ดื่มน้ำมากๆ และไม่อาบน้ำเด็ดขาด ให้เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น และยังแนะให้เช็ดถูตัวเฉพาะแขนขา หน้าและท้อง อย่าไปเช็ดตัวหรือทำให้บริเวณหน้าอกเย็นชื้นจะยิ่งทำให้ไข้หายช้า และแม้ว่ารู้สึกอาการดีขึ้น แต่ถ้าต้องการให้ไข้หายไว อย่าเพิ่งอาบน้ำโดยเฉพาะอาบน้ำเย็น ให้ทนกับการเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น เพื่อไม่ให้ร่างกายหนาวเย็นเกินไปจนไข้กำเริบได้
การเลือกกินอาหารประเภทรสจัดๆ จะช่วยแก้ไข้ได้ เช่น ต้มยำ แกงเลียง หรืออาหารที่มีพริกไทย ขิง ข่า ตะไคร้ หัวหอม กระเทียม กะเพรา แมงลัก หรือปรุงรสเผ็ดร้อน เพื่อช่วยขับเหงื่อไล่ไข้ความหนาวเย็น แต่ถ้าบังเอิญมีอาการเบื่ออาหาร ควรกินอาหารย่อยง่าย อาหารอ่อนๆ เช่น ข้าวต้มร้อนๆ กับอาหารรสจัด และควรกินผลไม้สู้หวัด เช่น ส้ม ฝรั่ง สัปปะรด
         ใครที่มีอาการตามมาหลังไข้ ไอ เจ็บคอมีเสมหะ ยาที่ดีที่สุดได้แก่ น้ำธรรมดาๆ หากได้น้ำอุ่นๆ จิบอยู่เสมอๆ นอกจากลดอาการไอแล้ว น้ำยังเป็นยาละลายเสมหะที่ดีที่สุด ประหยัดสุดด้วย แม้จิบน้ำธรรมดาก็ยังช่วยให้ปากคอหายแห้งจากไข้สูง ดื่มน้ำเข้าไปมากๆ ช่วยลดไข้ ช่วยระบายความร้อนได้ดีมาก ดื่มน้ำมากๆ ยังช่วยให้ขับถ่ายดีไม่ท้องผูก การได้ถ่ายท้องช่วยให้ขับของเสียและช่วยให้ร่างกายสบายตัวขึ้น ไข้ลดดีขึ้น
         ถ้าให้ดียิ่งขึ้น ควรปรุงน้ำสมุนไพรดื่มเพื่อช่วยแก้ไข้หวัดให้หายเร็วขึ้น เช่น น้ำกระเจี๊ยบ จะเป็นชาชงร้อนๆ จากดอกกระเจี๊ยบ หรือ นำดอกกระเจี๊ยบ 10 ดอก ต้มกับน้ำ 2 แก้ว ใส่น้ำตาล 3-4ช้อนชา ต้มเคี่ยวๆ จนเหลือน้ำ 1แก้ว ใช้จิบยากระเจี๊ยบเข้มข้น แก้ไข้ แก้ไอ ขับเสมหะได้ดี น้ำขิงคั้นสดให้ได้ 1 ส่วน(ถ้วย) ผสมน้ำมะนาวสด 3 ส่วน(ถ้วย) แต่งเกลือ น้ำผึ้งเล็กน้อย จิบกินแก้ไอ เจ็บคอ และใช้ลดไข้ขับเหงื่อได้ดี ขิงยังมีสรรพคุณลดน้ำมูกได้ด้วย
         นอกจากกินอยู่ตามคำแนะนำของภูมิปัญญาดั้งเดิมแล้ว ยาสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดทั้งหวัดน้อยและหวัดใหญ่ตามฤดูกาล ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี คือ ฟ้าทะลายโจร (ได้เคยแนะนำอย่างละเอียดในคอลัมน์นี้แล้ว กรุณาหาอ่านย้อนหลัง) แต่ขอแนะนำอีกสูตรหนึ่งคือ ใช้ผงฟ้าทะลายโจรหนึ่งช้อนชาครึ่ง ผสมพริกไทยผงหนึ่งช้อนชา ผสมน้ำผึ้งปั้นลูกกลอน ขนาดปลายนิ้วก้อย กินครั้งละ 3-5 เม็ดก่อนอาหาร แก้อาการไข้หนาว อ่อนเพลียได้อย่างดี
         ตามปกติถ้าร่างกายแข็งแรงดี เมื่อจับไข้หวัด และรู้จักสู้หวัดด้วยวิถีการปฏิบัติตัวและใช้สมุนไพร อย่างดี 3 ถึง 7 วันก็จะหาย แต่เพราะเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ เราต้องไม่ประมาท ยิ่งอากาศแปรปรวนและลมหนาวเริ่มมาอย่างต่อเนื่อง หากใครมีไข้สูงไม่ยอมลดภายใน 48 ชั่วโมง และยังมี 5 อาการต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง 1) ปวดหัวมาก 2)เบื่ออาหารมากกินอะไรแทบไม่ได้ 3) เมื่อยตามเนื้อตัวอย่างมาก 4) รู้สึกอ่อนเพลียอย่างรุนแรง และ๕) มีอาการท้องเสีย นี่คือสัญญาณบอกว่า “จำเป็นต้องพบแพทย์ทันที”
        
สู้หวัดได้ด้วยมือเปล่า แต่ก็ควรสู้ด้วย สติและ ไม่ประมาทด้วย.
 

      
 

  • ย่อโลกสุขภาพ
  • กินครอบจักรวาล
  • สุขกาย สบายจิต
  • บริหารกายเพิ่มพลังชีวิต
  • รู้อยู่ รู้รักษา
  • ทำเองใช้เอง
  • สมุนไพรบำบัด
  • หนังสือน่าอ่าน

บัญชียาหลักแห่งชาติจากสมุนไพร

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550

ร้านทางเลือกเพื่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

จำนวนผู้เข้าชม
C
counter customizable free hit
เริ่มนับ 16 กันยายน 2547


มูลนิธิสุขภาพไทย 520/1-2 ซ.16 เทศบาลรังรักษ์เหนือ ประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กทม.10900
โทร 0-2589-4243 Fax 0-2591-8092
E-mail : thaihof@yahoo.com