เนอกันดิ หรือ คนทีเขมา ไม้ยาน่าปลูก
โดย กองบรรณาธิการ มูลนิธิสุขภาพไทย
ช่วงโบกมือลาปีวัวต้อนรับปีเสือ ใครต่อใครต่างเดินทางท่องเที่ยวฉลองเทศกาลปีใหม่กัน คณะของมูลนิธิสุขภาพไทย ประกอบด้วยนักวิชาการ แพทย์ และผู้ปฏิบัติงานในชุมชน ซึ่งสนใจการส่งเสริมการใช้สมุนไพร ได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาที่ประเทศอินเดียในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้พบเห็นกิจกรรมดีๆ ซึ่งจะทยอยมาเล่าสู่กันฟังเป็นระยะๆ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาวงการสมุนไพรของบ้านเราต่อไป
ขอเล่าเรื่องต้นไม้ชนิดหนึ่ง มีความหมายดีรับกับต้นปี คนไทยเรียกต้นไม้นี้ว่า “คนทีเขมา” แต่ในภาษาสันสกฤตเรียกพืชชนิดนี้ว่า “เนอกันดิ” (nirgundi) มีความหมายว่าปกป้องร่างกายจากโรคต่าง ๆ ซึ่งในการรักษาด้านอายุรเวทมีการใช้สมุนไพรชนิดนี้กันมาก คนทีเขมาเป็นพืชในกลุ่มเดียวกับคนทีสอ คนทีเขมาแตกต่างจากคนทีสอตรงที่มีใบเป็นสีแดงคล้ำ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นยอดอ่อนและใบเมื่อขยี้จะมีกลิ่นหอมแรงกว่า
คนทีเขมามีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Vitex negundo Linn.ส่วนคนทีสอหรือคนทีสอขาวมีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Vitex trifolia Linn. ทั้งคนทีเขมาและคนทีสอเป็นพืชที่มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย คนไทยคุ้นเคยกับคนทีสอมากกว่าคนทีเขมา สมุนไพรทั้งสองชนิดนี้ โดยเฉพาะคนทีเขมาผีเสื้อชอบมาตอมตามต้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นชื่อสามัญที่ได้ยินกันบ่อยอีกชื่อหนึ่งคือต้นผีเสื้อ คนทีเขมาจัดว่าเป็นไม้พุ่มกึ่งยืนต้น สูงได้ถึง 4 เมตร ในประเทศแถบตะวันตกและในอเมริกานิยมนำไปปลูกเป็นไม้ประดับ ส่วนประกอบของใบมีน้ำมันหอมระเหยมีกลิ่นหอมมาก และยางหรือชันเป็นองค์ประกอบหลัก ใบมีรสเผ็ดร้อน ขมและฝาดเนื่องจากมีสารอินทรีย์ประเภทอัลคาลอยด์ ไกลโคไซด์ ฟาโวนอยด์และแทนนิน เป็นองค์ประกอบในเนื้อใบ
การใช้ประโยชน์ทางยาของคนทีเขมาในแบบดั้งเดิมของชาวอินเดีย หรือในหลักการแบบอายุรเวท นิยมนำเอาใบมาผสมน้ำอาบหรืออบไอน้ำเพราะมีกลิ่นหอม อาบหรืออบแล้วสดชื่น ส่วนของน้ำมันหอมระเหยยังช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อ ซึ่งทางอินเดียมีข้อมูลยืนยันว่าการอบไอน้ำที่มีใบคนทีเขมา ช่วยแก้อาการปวดหลังซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของคนทำงานในออฟฟิตได้อย่างชะงัดนัก
ใบแห้งเมื่อนำมาสูบแก้อาการปวดหัวและแก้หวัดที่มีน้ำมูกไหล นอกจากนี้ยังมีการสกัดน้ำมันจากใบเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆได้หลายรูปแบบ เช่น รักษาโพรงจมูกอักเสบและเจ็บปวดอย่างรุนแรง นวดศีรษะและลำคอเพื่อคลายอาการปวดและเครียด ผสมน้ำอาบระงับการเป็นหวัด รักษาอัณฑะอักเสบ ปวดกระดูกเชิงกราน ท่อปัสสาวะอักเสบและรักษาแผลต่าง ๆ
ใบเมื่อนำมาต้มใช้เป็นยากลั้วปากรักษาแผลในปากและกลั้วคอแก้คอเจ็บ ใบเมื่อนำมาอังไฟให้ร้อนใช้นวดประคบอาการปวดบวมและเจ็บตามข้อ หรือนำใบสดมาขยี้ปิดที่หน้าผากช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ แก้หวัด แก้ไอ ราก ใช้เป็นยารักษาภายนอก เช่น กลากเกลื้อน เชื้อราตามซอกนิ้วเท้า ฟกช้ำ หรือบาดแผลที่เกิดจากสัตว์กัด ต่อย ส่วนของผลใช้เป็นยาขับเสมหะ รักษาอาการหอบหืด ไข้รากสาดน้อย ส่วนของดอกมีรสฝาดสมานใช้รักษาอาการท้องเสียและเป็นยาลดไข้ รากใช้เป็นยาขับพยาธิ โดยเฉพาะพยาธิเข็มหมุด
สำหรับการใช้เป็นยาภายในสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคได้หลากหลายเช่นกัน ที่น่าสนใจซึ่งทางอายุรเวทใช้กันมาก คือรักษาภาวะผิดปกติของกระดูกสันหลัง (spondylosis) ซึ่งก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดที่สุดของร่างกาย นอกจากนี้ยังมีตำรับอายุรเวทอีกขนานหนึ่ง นำน้ำคั้นจากใบสดมาผสมกับปัสสาวะวัวใช้เป็นยาแก้ม้ามพิการ และสรรพคุณที่ดีใช้กันมากคือ เป็นยาแก้ไอ หอบ หืดและหลอดลมอักเสบ
ในเมืองไทยกลับพบว่ามีการใช้คนทีเขมาไม่คึกคักเท่าชาวอินเดีย แต่เมื่อลองไปทบทวนตำรับยาต่างๆ ที่มีการบันทึกการใช้ไว้ก็พบว่า มีการใช้ประโยชน์คล้ายบ้างต่างบ้าง ดังนี้
โรคไข้มาลาเรีย ให้ใช้ใบสดประมาณ 180 กรัม ใส่น้ำให้ท่วมแล้วนำไปต้มกับไฟอ่อน ๆ เคี่ยวให้เหลือครึ่งถ้วย แล้วแบ่งรับประทานครึ่งหนึ่งก่อนมีอาการจับไข้ หลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมงให้กินส่วนที่เหลือ หรือให้เอารากสดประมาณ 30 กรัม ต้มกับน้ำกินก่อนมีอาการจับไข้ประมาณ 3 ชั่วโมง
ไข้หวัด ลำไส้อักเสบ บิดไม่มีตัว ให้ใช้ใบสดประมาณ 30-40 ใบหรือประมาณ 10 กรัมต้มน้ำดื่มวันละ 3 เวลา โรคไข้รากสาดน้อยและไอให้เอาผลประมาณ 3-10 กรัม มาคั่วพอเหลืองอย่าให้ไหม้แล้วนำมาต้มกิน ปวดท้องโรคกระเพาะ ให้ใช้ผลที่แห้งแล้วประมาณ 3-10 กรัม นำมาบดให้เป็นผงแล้วปั้นเป็นเม็ดใช้กิน กระเพาะอาหารเป็นแผล กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังให้ใช้ผลที่แห้งแล้วประมาณ 30 กรัม นำมาต้มน้ำหรือบดเป็นผงกิน หรือจะใช้รากสดประมาณ 30 กรัม ใส่น้ำตาลแดง ปริมาณพอควรต้มน้ำกิน หอบหืด ให้ใช้ผลแห้งประมาณ 50 ลูกหรือจะใช้ประมาณ 6-15 กรัม นำมาบดเป็นผง แล้วใส่น้ำตาลทรายจำนวนพอควร แล้วชงน้ำกินวันละ ๒ เวลา
ฝีคัณฑสูตร ให้ใช้ผลที่แห้งแล้วประมาณ 15 กรัม แล้วนำมาคั่วบดเป็นผง หรืออาจจะใช้เหล้าเล็กน้อยนำมาผสมกินตอนท้องว่าง แผลผุพองจากไฟไหม้ ให้นำกิ่งที่แห้งแล้ว มาคั่วอย่าให้ไหม้ แล้วบดเป็นผงนำมาผสมกับน้ำมัน ใช้ทาบริเวณที่เป็นแผล เชื้อราที่เท้า ให้ใช้ใบสดตำให้ละเอียด แล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็นเชื้อรา บาดแผลจากของมีคม สุนัขหรือตะขาบกัด ให้ใช้ใบสด ตำให้ละเอียด แล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็น ไล่แมลง ให้ใช้ใบแห้งปูรองเมล็ดพืชกันแมลงรบกวน และโรคปวดตามข้อ ที่ชาวอินเดียนิยม ให้ใช้กิ่งสดประมาณ 15 กรัม นำมาต้มน้ำ แล้วแบ่งกิน 2 เวลา เช้า – เย็น
แม้คนไทยจะใช้ประโยชน์ต้นคนทีเขมาไม่เท่าชาวอินเดีย แต่น่ายินดีที่มีการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนของการผลิตคนทีเขมาผงไว้เรียบร้อย ตาม มผช 1182/2549 แสดงว่าการใช้คนทีเขมาเป็นยาสมุนไพร น่าจะมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง
เริ่มต้นปีปลูกสมุนไพรยืนต้น ชื่อ เนอกันดิ ไว้ในบ้านช่วยปกป้องโรคภัยต่างๆ ดีกว่า.










