กรรมการสุขภาพหนุน พรบ.คุ้มครองคนไข้
จากกรณีที่สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป จะออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ..... ซึ่งผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2553 และอยู่ระหว่างการนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ด้วยการนัดแต่งดำในการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไปทั่วประเทศ กว่า 90 แห่งในวันที่ 29 ก.ค.และนัดรวมพลครั้งใหญ่ที่กระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 30 ก.ค.นี้ เนื่องจากเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ทจะส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ใน วงกว้าง และมีการเสนอให้ขยายมาตรา 41 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ส.2545 แทนที่จะออกกฎหมายใหม่
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ แถลงข่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ดำเนินการตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2551 เรื่อง ข้อเสนอทางนโยบายเพื่อการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยและญาติกับ บุคลากรทางการแพทย์ และคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้ให้ความเห็นชอบต่อข้อเสนอนี้เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2552 โดยจะต้องเร่งดำเนินการผลักดันร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการ สาธารณสุข พ.ศ...... เข้าสู่การพิจารณาของสภาและตราเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป
นพ.อำพล กล่าวอีกว่า แนวคิดของการยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ต้องการให้เกิดการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย โดยไม่ต้องพิสูจน์ความถูกผิด ต่างจากมาตรา 41 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ที่จ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการเช่นกันตรง ที่มาตรา 41 จะครอบคลุมเฉพาะประชาชนที่อยู่ในสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง เท่านั้น แต่ พ.ร.บ.นี้จะเป็น พ.ร.บ.กลางที่จะคุ้มครองประชาชนในสิทธิประกันสังคมและสวัสดิการข้าราชการ ด้วย ส่วนที่มีการเสนอให้ขยายมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ครอบคลุมประชาชนที่ใช้สิทธิประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการแทนที่จะออก พ.ร.บ.ใหม่นั้น ไม่สามารถทำได้
ทั้งนี้ อยากให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพในการจัดเวทีพูดคุยระหว่างผู้ที่สนับ สนุนและคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นี้ ส่วนที่มีการท้วงติงในส่วนของคณะกรรมการสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบ บริการสาธารณสุข ซึ่งจะเกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.นี้ ว่ามีสัดส่วนของวิชาชีพแพทย์น้อยเกินไปทั้งที่เป็นเรื่องทางการแพทย์นั้น นพ.อำพล กล่าวว่า ยืนยันว่าคณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่พิจารณาว่าผู้ร้องได้รับความเสียหายหรือ ไม่ ไม่ได้พิจารณาว่าการรักษาเป็นไปอย่างได้มาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ จึงไม่จำเป็นที่คณะกรรมการจะต้องเป็นตัวแทนวิชาชีพแพทย์ทั้งหมดหรือในสัด ส่วนที่มากกกว่า การมีแพทย์เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของคณะกรรมการจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะ พ.ร.บ.นี้จะจ่ายชดเชยให้ผู้ป่วยโดยไม่ต้องพิจารณาผิดถูก อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้มีการเพิ่มสัดส่วนตัวแทนแพทย์สามารถแก้ไขในขั้นตอนการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการสาธารณสุขสภาผู้แทนราษฎรได้
"ที่เกรงว่าจะมี ประชาชนแห่มาตายที่โรงพยาบาลมากขึ้น เพื่อจะได้เงินชดเชย เนื่องจาก พ.ร.บ.นี้จะจ่ายเงินชดเชยให้ทันทีโดยไม่ต้องมีการพิสูจน์ถูกผิด เป็นไปไม่ได้ เพราะหลักการของ พ.ร.บ.นี้จะจ่ายชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการไม่ใช่ จากการเจ็บป่วย และกรณีที่โรงพยาบาลใหญ่ที่มีผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลมากกว่าโรงพยาบาล ชุมชนที่เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กมีคนเข้ารับบริการน้อย ก็ย่อมมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดมากกว่า ทำให้ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมากกว่าตามหลักการสถานพยาบาลที่เกิดข้อผิด พลาดมากต้องจ่ายเงินสมทบมากนั้น จะต้องหารือในรายละเอียดอีกครั้ง"
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์
29 ก.ค.2553










