หน้าแรก
: เสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 :

 กำหนดการ กิจกรรมอาสาทำของเล่น-ของใช้ ให้เด็กในสถานสงเคราะห์ วันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ.2555ดูรายละเอียดที่นี่..

main_menu

  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับมูลนิธิ
  • ติดต่อมูลนิธิ
  • feed
หน้าแรก

คลิปวิดีโอ

Watch this video!
จากกลอนลำ เป็นตำรา 9 ภูมิปัญญาวิถีิอีสาน

ดูทั้งหมด

หนังสือน่าอ่าน
หนังสือน่าอ่าน
ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เสื้อยืด-กระเป๋าช่วยลดโลกร้อน
ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ล็อกอิน

  • สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่
  • ลืมรหัสผ่าน

นำทาง

  • จัดการจดหมายข่าว

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

ประกาศกระทรวงวิปริต : บทเรียนราคาหมื่นล้าน

เขียนโดย webmaster เมื่อ ศ, 03/20/2009 - 19:35

  เป็นผลงานประจานกระทรวงของกระทรวงอุตสาหกรรมโดยมีกรมวิชาการเกษตรและกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นคนชงเรื่องให้
  คดีของศาลปกครองกลางหมายเลขดำที่ 224/2552 มีนายสมคิด หอมเนตร เป็นผู้ฟ้องคดี และ รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมกับพวกรวม 6 คน เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งศาลปกครองกลางมีคำสั่งลงวันที่ 4 มีนาคม 2552 มีข้อความตอนท้ายว่า "จึงมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2552 ลงวันที่ 29 มกราคม 2551 ข้อ 1 ให้ยกเลิกรายชื่อวัตถุอันตรายเฉพาะที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 1 รายการ คือ SULFUR (ซัลเฟอร์) ... และข้อ 2 ให้รายชื่อวัตถุอันตรายเฉพาะบัญชี ข... ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตรจำนวน 1 รายการคือผลิตภัณฑ์จากชิ้นส่วนพืชซึ่งไม่ผ่านกรรมวิธีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีเฉพาะที่นำไปใช้ป้องกัน กำจัด ทำลาย ควบคุมแมลง วัชพืช โรคพืช ศัตรูพืช หรือควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ได้แก่ สะเดา ตะไคร้หอม ขมิ้นชัน ขิง ข่า ดาวเรือง สาบเสือ กากเมล็ดชา พริก ขึ้นฉ่าย ชุมเห็ดเทศ ดองดึง และหนอนตายหยาก ทั้งนี้ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก"

 ถ้าศาลไม่สั่งทุเลาการบังคับตามประกาศกระทรวงจะเป็นอย่างไร

 สำหรับพืชสมุนไพร 13 ชนิด

 ตอบว่า พริกที่เคยชูรสอาหารจะขื่นลิ้น สะเดาน้ำปลาหวานรสเยี่ยมจะมีรสชาติบาดคอ ต้มยำกุ้งใส่ตะไคร้แสนอร่อยจะสุดกร่อย ขิงข่าก็จะขื่นขม น้ำชาใบชุมเห็ดบรรเทาโรคเบาหวานก็จะไม่มีใครกล้าดื่ม สาบเสือที่ห้ามเลือดได้ชะงัดยิ่งนักก็จะมีปัญหา เพราะพืชสมุนไพรเหล่านี้ถูกแขวนป้ายว่าเป็นวัตถุอันตราย

 คำประกาศกระทรวงที่ระบุให้พืชสมุนไพร 13 ชนิดเป็นวัตถุอันตราย แปลว่า ใครนำไปใช้ผลิตเพื่อขายเป็นสารกำจัดศัตรูพืช หรือสารควบคุมการเติบโตของพืช หากไม่ไปจดแจ้งจะมีความผิดติดคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท ทำให้เกิดผลกระทบใหญ่หลวงต่อสมุนไพรธรรมชาติและกระบวนการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างกว้างขวาง และแน่นอนย่อมจะบั่นทอนอุตสาหกรรมเคมีข้ามชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

 คำประกาศนี้คือการประหารชีวิตพืชสมุนไพร คือการเข่นฆ่าเกษตรกรรมวิถีธรรมชาติอย่างเลือดเย็นนั่นเอง

 ในขณะที่สมุนไพรที่มีผลวิจัยทางเภสัชศาสตร์ว่ามีสรรพคุณทางยานานัปการถูกประกาศว่าเป็นวัตถุอันตราย กลับปรากฏว่าซัลเฟอร์หรือกำมะถัน ซึ่งมีอานุภาพทำระเบิด ทำดอกไม้ไฟ ทำลายผิวหนังและระบบทางเดินหายใจอย่างร้ายแรงซึ่งเคยอยู่ในบัญชีวัตถุอันตรายกลับถูกประกาศยกเลิกออกจากบัญชีวัตถุอันตรายตามประกาศฉบับ 29 มกราคม 2552

  เงื่อนงำควรพิจารณาคืออะไร

 ในคำแถลงเพิ่มของนายสมคิด หอมเนตร ต่อศาลปกครองในคดีดังกล่าว ระบุชื่อ 6 บริษัทเอกชนที่ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์และอาหาร ได้นำเข้าสารซัลเฟอร์หรือกำมะถันในระหว่างกันยายน-ตุลาคม 2551 โดยไม่ขออนุญาตการนำเข้าอย่างถูกต้อง และกำลังถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดี "ความผิดฐานสำแดงเท็จ หลีกเลี่ยงภาษีอากร" เป็นมูลค่า 1,200 ล้านบาท และยังมีคดีซึ่งกรมศุลกากรตรวจค้นจับกุมอีก 21 ราย มูลค่าของ 1,267 ล้านบาท รวมมูลค่า 2,467 ล้านบาท หากส่งฟ้องดำเนินคดี ศาลพิพากษาลงโทษผู้ประกอบการทั้งหมด รวม 27 รายจะต้องถูกชำระค่าปรับตามประมวลกฎหมายภาษีศุลกากรเป็น 4 เท่าของมูลค่าคือเกือบหมื่นล้านบาท

 ในที่นี้ยังมีหลักฐานว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยนายรัชดา สิงคาลวณิช อธิบดีได้มีหนังสือที่ อก 0304/9966 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 ไปถึงอัยการสูงสุด เรื่องขอหารือแนวทางการดำเนินการตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 โดยยกประเด็นหารือว่า ประกาศกระทรวงยกเลิกการควบคุมสารซัลเฟอร์จะมีผลต่อผู้ประกอบการที่ถูกดำเนินคดีที่ได้กระทำผิดอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ประการใด

 ปรากฏว่า สำนักงานอัยการสูงสุด โดยนายอนุชาติ คงมาลัย รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด มีหนังสือที่ อส 0026/854 ลงวันที่ 22 มกราคม 2552 ถึงอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตอบข้อหารือดังกล่าว และเห็นว่า "หากกระทรวงอุตสาหกรรมจะออกประกาศยกเลิกการกำหนดให้ SULFUR CAS NUMBER 7704-43-9 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ก็จะทำให้การกระทำที่หารือไม่เป็นความผิดทางอาญาอีกต่อไป ผู้กระทำการนั้นอยู่ก่อนย่อมพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด เป็นเหตุให้ไม่สามารถดำเนินคดีอีกต่อไปได้ ตามนัยมาตรา 2 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายอาญา"

 นั่นแปลว่า หากศาลปกครองกลางไม่มีคำสั่งข้างต้น ผู้ประกอบการที่ลักลอบนำเข้าและเลี่ยงภาษีอย่างผิดกฎหมายก็จะพ้นผิดไปโดยปริยาย ค่าปรับเกือบหมื่นล้านก็จะสูญไปด้วย

 ประกาศกระทรวงวิปริต ที่ถือว่าพืชสมุนไพร 13 ชนิดเป็นอันตราย ในขณะที่สารซัลเฟอร์เป็นสารปลอดภัย ให้บทเรียนอย่างน้อย 2 ประการ

 1.วิถีแห่งเกษตรกรรมธรรมชาติ ที่พึ่งพิงพืชสมุนไพรกำลังแพร่ขยายอย่างมีพลัง และคุกคามการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืช 18,566 ล้านบาท และปุ๋ยเคมี 78,944 ล้านบาท

 2.ประกาศหยิบสารซัลเฟอร์ออกจากตะกร้าวัตถุอันตรายจะทำให้ค่าปรับเกือบหมื่นล้านบาทของแผ่นดินหายไปในทันทีนี้ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ใคร

 บรรดาผู้ร่วมส่วนทั้งหลายทั้งปวง เช่น กรมวิชาการเกษตร ผู้ชงเรื่อง 13 พืชสมุนไพรอันตราย กรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ชงเรื่องซัลเฟอร์ปลอดภัย ตลอดจนเจ้ากระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคิดจะอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองใน 30 วันหรือไม่ ถ้าอยากท้าทายพลังจริยธรรมของสังคมไทย จงอุทธรณ์!

โดย ประสาร มฤคพิทักษ์

ที่มา : มติชนรายวัน วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11332


หน้า 6
 

  • ย่อโลกสุขภาพ
  • กินครอบจักรวาล
  • สุขกาย สบายจิต
  • บริหารกายเพิ่มพลังชีวิต
  • รู้อยู่ รู้รักษา
  • ทำเองใช้เอง
  • สมุนไพรบำบัด
  • หนังสือน่าอ่าน

บัญชียาหลักแห่งชาติจากสมุนไพร

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550

ร้านทางเลือกเพื่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

จำนวนผู้เข้าชม
C
counter customizable free hit
เริ่มนับ 16 กันยายน 2547


มูลนิธิสุขภาพไทย 520/1-2 ซ.16 เทศบาลรังรักษ์เหนือ ประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กทม.10900
โทร 0-2589-4243 Fax 0-2591-8092
E-mail : thaihof@yahoo.com