ผลักดันผลิตภัณฑ์น้ำพุร้อนและชาชงสมุนไพรเข้าสู่ตลาดสากล
นพ.สญชัย วัฒนา รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การผลักดันโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากน้ำแร่ 7 บ่อน้ำพุร้อน กับสมุนไพร เช่น น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง น้ำพุร้อนฝาง จังหวัดเชียงใหม่ น้ำพุร้อนพรรั้ง จังหวัดระนอง และชาชงสมุนไพร 8 ตำรับ จากภาคเหนือและภาคใต้เข้าสู่ตลาดสากล เป็นการใช้ประโยชน์จากบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งได้นำแร่ธาตุต่างๆ จากบ่อน้ำพุร้อนมาแปรรูป ร่วมกับสารสกัดสมุนไพรในท้องถิ่น พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในเชิงสุขภาพและสปา เช่น เจลอาบน้ำ ครีมหมักผม โคลนพอกตัว
และพัฒนาสมุนไพรท้องถิ่นภาคใต้และภาคเหนือ สำหรับภาคเหนือ มี 4 ตำรับ คือ ตำรับปัญจขันธ์ มะตูม มะขามป้อม ขิง และภาคใต้มี 4 ตำรับ คือ ตำรับบำรุงร่างกาย ใบบัวบก ส้มแขก ชุมเห็ดเทศ มาผลิตเป็นชาชงสมุนไพร มาตรฐานสากล อันเป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นและประเทศไทย
ชุมเห็ดเทศ บัวบก
สำหรับโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนประเภทสมุนไพรเข้าสู่ตลาดสากลนั้น เกิดจากแนวคิดในการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทย เช่นน้ำแร่ในบ่อน้ำพุร้อนมาใช้ให้เกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในระดับชุมชนถึงระดับประเทศ อันจะเป็นการผลักดันให้มีการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ประเภทสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สปา จากแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากล
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์










