หน้าแรก
: พฤหัสที่ 11 มีนาคม 2553 :

 ข่าวประชาสัมพันธ์    :  ขยายเวลารับอาสาสมัครนวดเด็ก(รุ่นที่ 10) ออกไปจนถึง 20 มี.ค.2553     : ขอเชิญชมบูธมูลนิธิสุขภาพไทย โอ 15 โซนซี 1 ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 26 มี.ค.-6 เม.ย.2553 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  

main_menu

  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับมูลนิธิ
  • ติดต่อมูลนิธิ
  • feed
หน้าแรก

คลิปวิดีโอ

Watch this video!
การแพทย์แผนไทยภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านอยุธยา
  • 1 of 6
  • ››

ดูทั้งหมด

หนังสือน่าอ่าน
หนังสือน่าอ่าน
ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เสื้อยืด-กระเป๋าช่วยลดโลกร้อน
ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ล็อกอิน

  • สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่
  • ลืมรหัสผ่าน

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

มก. ชูงานวิจัย “น้ำคั้นจากใบข้าว” มีคุณค่าทางโภชนาการสูง

เขียนโดย webmaster เมื่อ จ, 02/08/2010 - 11:31

 

        ดร. ลักขณา กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการทำผลงานวิจัยชิ้นนี้ว่า ได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการและผลิตภัณฑ์จากน้ำคั้นใบข้าว (Nutritional Values of Juice from Thai-rice Leaves and Product Development) ซึ่งเป็นการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของน้ำคั้นจากใบข้าวไทย/ข้าวสาลี การใช้ประโยชน์จากใบข้าวและน้ำคั้นใบข้าวพันธุ์ไทย รวมถึงการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากวัตถุดิบดังกล่าวเพื่อก่อเกิดมูลค่าเพิ่มแก่ข้าวไทย และเป็นการเพิ่มทางเลือกในด้านความหลากหลายของอาหารสุขภาพที่ผลิตขึ้นภายในประเทศให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย “จากการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของน้ำคั้นใบข้าวพันธุ์ไทยเปรียบเทียบกับน้ำคั้นใบข้าวสาลีที่จำหน่ายในท้องตลาด พบว่าน้ำคั้นจากใบข้าวทุกพันธุ์ที่นำมาศึกษา คือ หอมมะลิ 105 สุพรรณบุรี 1 หางทับทิม ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวขาว และข้าวสาลี มีสภาวะเป็นกรดอย่างอ่อน มีค่าพีเอชอยู่ในช่วง 5.8-6.2 โดยน้ำคั้นใบข้าวสาลีมีปริมาณคลอโรฟิลสูงกว่าน้ำคั้นจากใบข้าวเจ้าและข้าวเหนียวถึง 6 เท่า คือ มีปริมาณ 638 mg/L และมีปริมาณแคลเซียม 67 mg/L ซึ่งสูงกว่าข้าวเจ้าและข้าวเหนียวถึง 3 เท่า ส่วนปริมาณของธาตุแมกนีเซียมนั้นพบว่าน้ำคั้นจากใบข้าวเจ้าและข้าวเหนียวมีปริมาณแมกนีเซียมสูงกว่าน้ำคั้นจากใบข้าวสาลี โดยน้ำคั้นใบข้าวหอมมะลิ มีปริมาณธาตุแมกนีเซียมและเหล็กสูงที่สุด คือ 677 mg/L และ 20 mg/L ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับข้าวพันธุ์อื่นๆ การตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ (Total Antioxidant Capacity) พบมีปริมาณสูงที่สุดในน้ำคั้นจากต้นกล้าข้าวหางทับทิม (150 mmol/L) รองลงมา คือ ข้าวสุพรรณบุรี 1 ข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวเหนียวดำ ตามลำดับ"

         ดร. ลักขณา กล่าวต่อว่า จากผลการวิจัยฯ ได้ทำการคัดเลือกพันธุ์ข้าวจำนวน 4 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเจ้าหอมมะลิ 105 ข้าวเจ้าสุพรรณบุรี 1 ข้าวเหนียวดำ และข้าวสาลี เพื่อใช้ในการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นในระยะแรก ได้แก่ ชาใบข้าว วุ้นกะทิผสมน้ำคั้นใบข้าว น้ำคั้นใบข้าวพร้อมดื่ม ไอศกรีมและโยเกิร์ตผสมน้ำคั้นใบข้าว “จากการประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในด้านสี กลิ่น รส ความหวาน เนื้อสัมผัส และการยอมรับผลิตภัณฑ์ในภาพรวม พบว่าผู้บริโภคให้คะแนนความพึงพอใจต่อทุกผลิตภัณฑ์ในระดับดี คือ ได้คะแนนเฉลี่ยมากกว่า 4 จาก 5 คะแนน”
        “ข้าว” พืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของประเทศไทย ซึ่งจากงานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นข้อยืนยันได้ว่าข้าวสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้น ทั้งการนำไปบริโภค การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หรือการนำไปสร้างสรรค์เป็นงานฝีมือ และส่วนเหลือทิ้ง เช่น ฟางข้าว แกลบ ยังนำมาทำเป็นปุ๋ยได้อีกด้วย

 

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์

 

 

 

  • ย่อโลกสุขภาพ
  • กินครอบจักรวาล
  • สุขกาย สบายจิต
  • บริหารกายเพิ่มพลังชีวิต
  • รู้อยู่ รู้รักษา
  • ทำเองใช้เอง
  • สมุนไพรบำบัด
  • หนังสือน่าอ่าน

บัญชียาหลักแห่งชาติจากสมุนไพร

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550

ร้านทางเลือกเพื่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

จำนวนผู้เข้าชม
C
counter customizable free hit
เริ่มนับ 16 กันยายน 2547


มูลนิธิสุขภาพไทย 520/1-2 ซ.16 เทศบาลรังรักษ์เหนือ ประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กทม.10900
โทร 0-2589-4243 Fax 0-2591-8092
E-mail : thaihof@yahoo.com