ร้องปปช.เอาผิด รมต."คดีซัลเฟอร์" มติกก.วัตถุมีพิษให้อุทธรณ์ศาลปกครอง
นักวิชาการผู้ฟ้องคดีซัลเฟอร์ ร้อง ป.ป.ช.เอาผิด"ชาญชัย"กับพวก 6 คน กล่าวหาสั่งยกเลิกบัญชีวัตถุอันตรายเป็นการทำผิด กม.และขัด รธน. อ้างมีกลุ่มอดีตนักการเมืองวิ่งเต้นเพราะเสียผลประโยชน์ เคยล็อบบี้ให้ยุติเคลื่อนไหวมาแล้ว กก.วัตถุอันตรายมีมติยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลา และประเด็น กก.ปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมายในกรณีพืชสมุนไพร กมธ.ปชป.จ้องสอบ ชี้มีคนวิ่งเต้นไม่อยากเสียหมื่นล้าน
นายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระ ยื่นหนังสือถึงนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ที่สำนักงาน ป.ป.ช.เมื่อสาย วันที่ 25 มีนาคม ร้องทุกข์กล่าวโทษนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กับพวก 6 คน กรณีออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2552 เอื้อผลประโยชน์ ให้บริษัทเอกชน เนื่องจากกรมสอบสวนคดี พิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมบริษัทเอกชน 6 บริษัท ในความผิดฐานสำแดงเท็จหลีกเลี่ยงภาษีอากร การสั่งยกเลิกสารซัลเฟอร์ หรือกำมะถันออก จากบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ทำให้สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องถูกระงับไป นอกจากนี้ก่อนการลงนามในประกาศดังกล่าว กรมโรงงาน อุตสาหกรรมได้ทำหนังสือหารือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) โดย อสส.ตอบว่า "การ ออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมยกเลิกการควบคุมสารซัลเฟอร์ออกจากบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ถือเป็นกรณีกฎหมายซึ่งออกมาภายหลังความผิดตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะกระทำความผิดตามประมวล มาตรา 2 วรรค 2"
การกระทำของนายชาญชัยกับพวก จึง เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.พ.ศ2542 และขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 66 มาตรา 67 มาตรา 83 และมาตรา 86 ซ้ำยังเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และ 157
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมคิดแนบหลักฐานบริษัทนำเข้ากำมะถัน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงาน 6 บริษัท จนถูกดีเอสไอและกรมศุลกากรกล่าวหาดำเนินคดีในข้อหาสำแดงเท็จหลีกเลี่ยงภาษีอากร มายื่นต่อ ป.ป.ช.ด้วย ประกอบด้วย บริษัท อดิตยา เบอร์ลา เคมีคัลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ถูกดำเนินคดีพิเศษเลขที่ 70/2551 บริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน) ถูกดำเนินคดีพิเศษเลขที่ 71/2551 บริษัท โยโกฮามา ไทร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ถูกดำเนินคดีพิเศษเลขที่ 72/2551 บริษัท สยามมิชลิน จำกัด ถูกดำเนินคดีพิเศษเลขที่ 73/2551 บริษัท ไทยบริดสโตน จำกัด ถูกดำเนินคดีพิเศษเลขที่ 74/2551 และบริษัท บริดสโตน ไทร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ถูกดำเนินคดีพิเศษเลขที่ 76/2551
นายสมคิดยังเปิดเผยรายชื่อบริษัทเอกชนอีก 21 แห่งที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาเดียวกัน ที่ด่านศุลกากรแหลมฉบัง มุกดาหาร และ กทม. ซึ่งมีมูลค่าของกลางรวมกันสูงถึง 1,267 ล้านบาท พร้อมระบุว่าทราบว่านาย ชาญชัยได้เรียกประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันเดียวกันนี้ เพื่อพิจารณายื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง โดยทราบว่าผู้มีอำนาจในกระทรวงอุตสาหกรรมและอดีตรัฐมนตรี บางคน พยายามวิ่งเต้นให้ยกเลิกสารซัลเฟอร์ เพราะได้รับการร้องขอจากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ โดยผู้ใหญ่บางคนถึงขั้นโทรศัพท์มาร้องให้ยุติการติดตามเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป
นายสมคิดกล่าวว่า เรื่องนี้มีกลุ่มผลประโยชน์ที่เป็นอดีตนักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งอยู่เบื้องหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้มีการโทรศัพท์มาหาคนที่ตนเคารพที่ จ.อุดรธานี ให้มาขอร้องว่าให้ถอนเรื่องที่ไปร้องต่อศาลปกครอง รวมถึงมีการขู่ต่อหน้าว่าจะฟ้องกลับที่ใต้ถุนรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อนึ่ง นายสมคิดคือผู้ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง คดีนายชาญชัยกับพวก 6 คน ร่วมกันออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2552 โดยมิชอบ โดยศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2552 ให้ทุเลาการบังคับตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าวไปก่อน จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ขณะที่นายอนุสรณ์ เนื่องผลมาก รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายว่า ที่ประชุมได้มีการหารือในกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2552 โดยเห็นว่าควรให้ดำเนินการอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับใช้ การถอนสารซัลเฟอร์ ตามบัญชี ก
ส่วนในเรื่องของการถอนรายชื่อวัตถุอันตรายตามบัญชี ข ซึ่งได้แก่ พืชสมุนไพร 13 ชนิดนั้น ที่ประชุมเห็นว่าควรที่จะดำเนินการอุทธรณ์ในประเด็นที่มีการระบุว่าคณะกรรมการปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยทั้ง 2 กรณี ได้มอบหมายให้มีการหารือกับทางอัยการสูงสุด
นายอนุสรณ์กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการวัตถุอันตราย เป็นผู้จัดทำคำอุทธรณ์และลงนามในคำอุทธรณ์ รวมทั้งดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอุทธรณ์และให้มีการมอบอำนาจช่วงได้ โดยได้มอบให้สำนักกฎหมาย กรมโรงงานอุตสาหกรรมไปหารือกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้ได้ความชัดเจนเกี่ยวกับการอุทธรณ์ รวมทั้งขอขยายเวลาการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 4 เมษายน 2552
"หลังจากที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้จัดทำคำอุทธรณ์โดยหารือกับทางอัยการสูงสุดแล้วให้ส่งต่อไปยังศาลได้เลย โดยไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอีก" นายอนุสรณ์กล่าว
นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทน ราษฏรจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กมธ. จะเชิญให้อธิบดีกรมโรงงานฯ และกรมวิชาการเกษตรเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ หลังจากพบว่าการออกประกาศกฎกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อยกเลิกสารซัลเฟอร์ออกจากการเป็นวัตถุอันตราย มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามวิ่งเต้นเพื่อที่จะให้ไม่ต้องเสียค่าปรับมูลค่าหมื่นล้าน อีกทั้งนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ออกกฎหมายกำหนด "ซัล เฟอร์" อยู่ในวัตถุอันตราย เมื่อปี 2538 แนะนำให้ตรวจสอบ เพราะเห็นว่าการออกประกาศดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผิดปกติ
"การอุทธรณ์เพื่อยกเลิกคำสั่งศาลปกครอง เพื่อให้มีผลย้อนหลังด้านคดีความนั้นคงไม่ได้ เพราะถือว่าคดีความการหลีกเลี่ยงภาษี เป็นความผิดเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น การดำเนินคดีก็ต้องทำต่อไป จะยกเลิกคดีด้วยนำประกาศกระทรวงมาอ้างคงไม่ได้ โดยกรรมาธิการจะสอบลงลึกไปทั้งระบบ เพราะมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศด้วย ซึ่งจะดูว่านำเข้ามาเพื่ออะไร ทั้งที่เหมืองซัลเฟอร์ในประเทศก็มีและน่าจะเพียงพอ" นายชาญชัยกล่าว
ที่มา : มติชนรายวัน หน้า 1 วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11338










