สธ.หนุนสมุนไพรเครื่องหอมไทยสู่สากล
พญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวในการเสวนาในหัวข้อ “เครื่องหอมไทย หอมจากไทย ไกลสู่สากล” ว่า จากกระแสความนิยมของชาวต่างชาติกว่า 80% ที่มักเข้าใช้บริการด้านสุขภาพทั้งการนวดและสปา ซึ่งเป็นบริการที่เน้นการบำบัดรักษาด้วยสมุนไพรไทย โดยเฉพาะในเรื่องของสมุนไพรเครื่องหอม แต่ในทางตรงกันข้ามที่วัตถุดิบที่ใช้ในการให้บริการดังกล่าวเกือบ 100% ที่เป็นน้ำมันนวดบำบัดกลับต้องนำเข้าจากต่างประเทศ มูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี และ 60% เป็นสารสังเคราะห์ ไม่ใช่สารจากธรรมชาติ ดังนั้น เพื่อลดการนำเข้าประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาศักยภาพในเชิงของภูมิปัญญาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องหอมโดยเร็ว ด้วยการประสานความร่วมมือจากเครือข่ายภาคี ขับเคลื่อนนโยบายกด้านการพัฒนาสมุนไพรเครื่องหอมให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนทั้งไทยและต่างประเทศ
พญ.วิลาวัณย์กล่าวอีกว่า ในการพัฒนานั้นจะต้องควบคู่กันทั้งภาคการเกษตร คือ 1.ส่วนของการเพาะปลูกและผลิตวัตถุดิบของสมุนไพร ซึ่งจะต้องมีปริมาณที่เพียงพอไม่ก่อเกิดปัญหาของการขาดแคลนวัตถุดิบและเกิดปัญหาราคาวัตถุดิบตกต่ำ 2.ส่วนของการพัฒนาด้านองค์ความรู้ในเชิงของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีปราชญ์ชาวบ้านคอยถ่ายทอดความรู้ในเชิงสกัดสารความหอมจากสมุนไพรที่มี 3.ส่วนของภาควิชาการ คือ นักวิจัยและพัฒนาต่อยอดความรู้ที่สามารถยืนยันถึงสรรพคุณและความปลอดภัยจากการใช้สมุนไพรเครื่องหอม อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น วันนี้ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ รพ.อภัยภูเบศร และผู้มีความรู้จากชุมชน จึงได้จัดเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหัวข้อ “เครื่องหอมไทย หอมจากไทย ไกลสู่สากล” เพื่อเตรียมจัดงาน “สมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 7” ในวันที่ 1-5 ก.ย.2553 นี้ เพื่อกระตุ้นให้คนทั่วไปเห็นความสำคัญของสมุนไพรเครื่องหอมมากขึ้น
“เมื่อเรามีสมุนไพร มีทรัพยากรพร้อมแล้ว เราต้องมีบุคลากรที่สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ ซึ่งถ้าเราผนึกกำลังได้อย่างมั่นคงแล้ว ก็จะสามารถสรุปยอดความรู้เป็นภูมิปัญญาของไทยเราเอง และถ้าประสบความสำเร็จประเทศไทยก็จะกลายเป็นแหล่งผลิตสมุนไพรเครื่องหอมที่มีความมั่นคงและได้รับความไว้วางใจจากทั่วโลก จากนั้นถ้าชาติใดสนใจก็จะเข้ามาเรียนรู้จากเรา” พญ.วิลาวัณย์ กล่าว
ด้าน ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม และหัวหน้าโครงการพิพิธภัณฑ์การแพทย์ไทยอภัยภูเบศร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า สมุนไพรที่สกัดเป็นเครื่องหอมแล้วมีประสิทธิภาพที่สุด ตลอดจนมีผู้นิยมมากในประเทศไทย ได้แก่ 1.มะกรูด ใช้ในการผสมกับยาสระผม 2.ชะลูด เป็นสมุนไพรที่หายาก เป็นพืชตระกูลอบเชยที่มีกลิ่นหอมใช้ในการผลิตยาหอม ยาต้มกิน มีกลิ่นช่วยบำบัด ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความสำคัญของสมุนไพรไทยทั้งสิ้น
ที่มา : ASTV.ผู้จัดการออนไลน์
7 ก.ค.2553










