แฉกรม โรงงานอุตสาหกรรม ทำหนังสือแจ้ง"ศุลกากร-ดีเอสไอ"และหน่วยงานเกี่ยวข้องกำหนดความเข้มข้นของ การนำเข้า "ซัลเฟอร์"ก่อนประชุม กก.วัตถุอันตราย
แฉกรม โรงงานอุตสาหกรรม ทำหนังสือแจ้ง"ศุลกากร-ดีเอสไอ"และหน่วยงานเกี่ยวข้องกำหนดความเข้มข้นของ การนำเข้า "ซัลเฟอร์"ก่อนประชุม กก.วัตถุอันตราย "ชาญชัย" ยันไร้ประโยชน์ คุยนายกฯแล้ว
นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา โฆษกคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตาม ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับ 6) พ.ศ.2552 ลงวันที่ 29 มกราคม 2552 ให้ยกเลิกรายชื่อวัตถุอันตรายซัลเฟอร์ จนเกิดข้อสงสัยในประกาศดังกล่าวอาจเอื้อบริษัทเอกชนที่ถูกกรมศุลกากรและกรม สวนสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมและต้องถูกปรับเป็นเงินมูลค่า 10,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ว่า การที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาห กรรม ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าซัลเฟอร์เป็นสารควบคุม ไม่น่าจะเป็นไปได้ และไม่เชื่อ อย่างแน่นอน เพราะถือว่าเป็นงานที่รับผิดชอบโดยตรง และประกาศเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ มีผลต่ออุตสาหกรรมและคุณภาพชีวิตคน " เรื่องนี้ดูแล้วมีอะไรบางอย่างชวนให้น่าสงสัย ซึ่งคณะกรรมาธิการได้รับเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาแล้ว และกำลังหาข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะเบื้องลึกที่มาที่ไปของคำร้องเรียนจากภาคอุตสาหกรรมไปยังหน่วย ราชการต่างๆ ซึ่งภาคอุตสาหกรรม ได้นัดให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการ ในวันที่ 20 มีนาคม คาดว่าผลการตรวจสอบเรื่องนี้น่าจะมีความคืบหน้าในไม่ช้า" ส.ว.สรรหาระบุ
ขณะที่ นายอภิชาต สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ทาง กมธ.จะนำเรื่องนี้เข้า ที่ประชุมวันที่ 26 มีนาคม เพื่อขอความเห็นชอบในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว เพราะเห็นว่าหากมีการยกเลิกสารซัลเฟอร์ออกจากวัตถุอันตราย อาจกระทบต่อคดีความต่างๆ ซึ่งรัฐอาจสูญเสียรายได้ที่เป็นเงินค่าปรับนับหมื่นล้านบาทได้
รายงาน ข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งว่า ก่อนหน้าที่จะมีการออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมให้ยกเลิก "ซัลเฟอร์" ออกจากวัตถุอันตราย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมปี 2538 ทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อ วันที่ 20 ตุลาคม 2551 ว่า ได้กำหนดคุณสมบัติของสารซัลเฟอร์ที่จะควบคุมขึ้น โดยจะควบคุมเฉพาะสารซัลเฟอร์ ที่มี CAS number 77-04-34-9 ที่มีความเข้มข้น 80% และสามารถละลายน้ำได้ทันที
"จากนั้น ในวันที่ 30 ตุลาคม 2551 ยังได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ อก 0305(2)/9188 แจ้งกรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกลุ่มผู้ประกอบการที่นำเข้ากำมะถันเพื่อใช้ในอุตสาห กรรมว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายเห็นชอบให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม กำหนดการควบคุมสารซัลเฟอร์ให้ชัดเจน กล่าวคือ เฉพาะส่วน ที่นำไปใช้ในการเกษตรซึ่งมีคุณสมบัติเป็นของแข็ง มีความเข้มข้น 80% และมีสาร หรือส่วนประกอบอื่นผสมเพื่อช่วยให้แขวนลอยหรือผสมปนน้ำได้ หรืออยู่ในรูปของเหลว ที่มีความเข้มข้นตั้งแต่ 52% ขึ้นไป" รายงานข่าวระบุ
รายงาน ข่าวแจ้งว่า การที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมทำหนังสือถึงกรมศุลกากรและดีเอสไอ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2551 ถือว่าเป็นการดำเนินการก่อนการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายแจ้งกำหนดปริมาณ ความเข้มข้นของสารซัลเฟอร์ที่จะควบคุม เป็นการดำเนินการเกินอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุ อันตราย เนื่องจากการประกาศกำหนดให้สารซัลเฟอร์เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 นั้น ไม่ได้มีการกำหนดความเข้มข้นที่จะควบคุมเป็นการเฉพาะ นั่นหมายความว่าสารซัลเฟอร์ทุกความเข้มข้นเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3
" การที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีหนังสือกำหนดคุณสมบัติของสารกำมะถันที่จะควบคุม ขึ้นเอง โดยไม่ได้มีการนำเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อดำเนินการประกาศความเข้มข้นที่จะควบคุม และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาก่อน ซึ่งถูกมองว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่มิได้ดำเนินการตามบท บัญญัติแห่งกฎหมายวัตถุอันตราย ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีจากกรมศุลกากรและดีเอสไอหลายคดี" แหล่งข่าวระดับสูงระบุ
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ยืนยันการประกาศถอนสารซัลเฟอร์ออกจากบัญชีวัตถุอันตรายไม่มีเรื่องผล ประโยชน์มาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และก่อนหน้าดำเนินการได้ปรึกษากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแล้ว อีกทั้งเป็นปัญหาของภาคอุตสาหกรรมที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอเข้ามา และเห็นสารซัลเฟอร์ดังกล่าวมีสถานะเป็นก้อน เพื่อนำมาใช้เฉพาะกับอุตสาหกรรมยาง ยางรถยนต์ ไม่ได้เป็นชนิดผงหรือสารละลาย ซึ่งใช้กับภาคเกษตรกรรมที่อาจจะมีอันตราย ส่วนจะมีการอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองหรือไม่ เป็นเรื่องของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 9 กระทรวง " ยืนยันว่า การประกาศดังกล่าวจะไม่จะมีผลย้อนหลังไปถึงคดีที่กรมศุลกากรจะเรียกปรับกับ ผู้ประกอบการที่นำเข้ามาก่อนประกาศยกเลิกแน่นอน" นายชาญชัยระบุ
ที่มา : มติชนรายวัน หน้า 1
วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11331










