หน้าแรก
: เสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2553 :

                        

main_menu

  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับมูลนิธิ
  • ติดต่อมูลนิธิ
  • feed
หน้าแรก

คลิปวิดีโอ

Watch this video!
ชุมชนส่งเสริมสุขภาพ

ดูทั้งหมด

หนังสือน่าอ่าน
หนังสือน่าอ่าน
ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เสื้อยืด-กระเป๋าช่วยลดโลกร้อน
ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ล็อกอิน

  • สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่
  • ลืมรหัสผ่าน

นำทาง

  • จัดการจดหมายข่าว

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

กู้วิกฤติ “ยาฝน” บนเส้นทางแห่งโอกาส

เขียนโดย webmaster เมื่อ พ, 12/16/2009 - 11:46

 

      สถานการณ์โรคเอดส์ที่แพร่ระบาดในจังหวัดเชียงใหม่ช่วงต้นปี ๒๕๓๐ เป็นวิกฤติที่ถูกพลิกให้เป็นโอกาสในการพัฒนาด้านองค์ความรู้ของหมอเมืองหรือหมอพื้นบ้านภาคเหนือ เพราะนับจากปีนั้นมีผู้พยายามพิสูจน์เรื่องการใช้สมุนไพรรักษาเอดส์จำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็เกิดการรวมกลุ่มของหมอเมืองเพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ และนำมาสู่การพัฒนาด้านการบริการสุขภาพชุมชนโดยใช้บ้านหมอเมืองเป็นฐานหลัก
     
      หมอสมศักดิ์ กันตีมูล คือหมอเมืองผู้หนึ่งที่คิดค้นจนได้ตำรับยาเพื่อดูแลรักษาสุขภาพผู้ป่วยเอดส์ โดยนำมาใช้กับคนใกล้ตัวก่อนการเรียนรู้เรื่องการรักษาด้วยสมุนไพรของหมอสมศักดิ์มีรากฐานมาจากการเป็นหลานของหมอเมืองและได้บวชเรียนนานถึง ๘ ปี ทำให้มีโอกาสได้ซึมซับและเรียนรู้เรื่องเหล่านี้มาแต่เยาว์วัย
“ตอนอายุ ๑๑ ปี ได้บวชเณร จึงได้เรียนทั้งเกี่ยวกับศาสนา ภาษาล้านนา คาถาอาคม และเรื่องยาสมุนไพร อีกทั้งมีพ่ออุ๊ย (คุณตา) เป็นหมอยาต้มและยาฝน จึงได้ศึกษาเรื่องสมุนไพรทั้งจากที่วัดและจากพ่ออุ๊ย แต่ก็ศึกษาเพียงเบื้องต้นเท่านั้น”
      หลังจากสึกออกมา หมอสมศักดิ์ได้ใช้ความรู้เรื่องสมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเองอยู่เสมอ เมื่อมีอาการปวดหลังปวดเอวก็ใช้ยาฝน ทำให้มีชาวบ้านเข้ามาขอยาไปกินบ้าง มาปรึกษาเรื่องผีบ้าง จนกระทั่งประมาณปลายปี ๒๕๓๖ หลานป่วยเป็นเอดส์ ทางญาติเห็นว่าหมอสมศักดิ์ต้มยา ฝนยากินได้ จึงขอให้ช่วยรักษาหลาน “ตอนนั้นก็ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรกับโรคนี้ดี พยายามหาข้อมูลจากหลายๆ ที่ ทั้งจากโทรทัศน์และแผ่นพับจากสถานีอนามัย พอรู้ว่าอาการของเอดส์เป็นอย่างไรแล้วก็เริ่มหาตัวยามาแก้ ลองเทียบยา หาวิธีการ จนได้ตำรับยาฝนและยาต้ม เอามาให้หลานกินแล้วอาการก็ดีขึ้น เราก็ให้งดอาหารแสลงด้วย”
      องค์ความรู้ของหมอสมศักดิ์เริ่มต้นพัฒนาจากจุดนั้น เป็นจุดวิกฤติที่ทำให้บ้านหมอเมืองผู้นี้เป็นที่พึ่งพิงของคนในชุมชนยามเจ็บป่วย และเป็นแหล่งเรียนรู้ สืบทอดด้านการแพทย์พื้นบ้านมาจนถึงปัจจุบัน นับแต่นั้นหมอสมศักดิ์ก็ใช้ยาฝนมาตลอด และเรียนรู้หลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องธาตุ เรื่องสรีระร่างกาย และเรื่องอาหารของผู้ป่วย สังเกต วิเคราะห์ และพัฒนาสูตรยาขึ้นมาเรื่อยๆ โดยอาศัยฐานความรู้ดั้งเดิมที่มี ใช้บ้านของตนเป็นที่นัดพบ รักษาให้กับคนในชุมชน โดยคิดค่ายาในราคาที่ถูกมาก หรือบางทีก็ไม่คิดเลย
      เมื่อสถานการณ์เอดส์เริ่มซาลงหมอสมศักดิ์ก็ใช้ยาฝนรักษาอาการป่วยไข้ต่างๆ เช่น แก้อาหารผิดสำแดง แก้ไข้ แก้ลมผิดเดือน (อาการไม่สบายของหญิงหลังคลอด)  หมอสมศักดิ์อธิบายว่า ยาฝน เป็นยารากไม้แต่ละชนิดที่เอามาฝนรวมกัน จำนวนตัวยาที่ใช้มากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับสูตร บางสูตรมี ๗-๘ ตัว บางสูตรมี ๑๐ ตัว และบางสูตรก็มีถึง ๒๐ ตัว “ช่วงหลังๆ มานี้จะรักษาเกี่ยวกับอาหารผิดสำแดงเยอะ เช่น บางคนแพ้หน่อไม้เมื่อกินเข้าไปก็จะแน่นท้อง ปวดเนื้อปวดตัว บางคนก็แพ้อาหารจำพวกแมลงต่างๆ บางคนแพ้เนื้อวัว แพ้ปลาที่ไม่มีเกล็ด กินเข้าไปแล้วทำให้มึนหัวเมาหัว จะอาเจียนแต่ไม่อาเจียน ทางการแพทย์สมัยใหม่เขาเรียกว่าอาหารเป็นพิษ รองลงมาก็รักษาอาการลมผิดเดือนของแม่ก๋ำเดือน คือจะมีอาการปวดเนื้อปวดตัว มึนหัว ผอมแห้งแรงน้อย บางคนอาจถึงขั้นเป็นบ้า”
      สูตรยาที่รักษาการกินอาหารผิดสำแดงของหมอสมศักดิ์ใช้ตัวยา ๔ ตัว หลักๆ คือ จันทน์ขาว จันทน์แดง รวมกับตัวยาอื่นๆ และสูตรยาที่รักษาอาการลมผิดเดือนใช้ตัวยา ๘ ตัว หลัก คือ เจตะปังคี รวมกับตัวยาอื่นๆ ตัวยาส่วนใหญ่จะใช้รากนำมาฝนกับหินที่นำมาจากแม่น้ำหรือภูเขาซึ่งต้องเลือกเอาก้อนแข็งๆ และผิวหยาบเหมือนกระดาษทราย
      การฝนยาจะฝนผสมกับน้ำเปล่าประมาณครึ่งลิตร ให้ผู้ป่วยดื่มเฉพาะเวลามีอาการ สำหรับผู้ที่กินอาหารผิดสำแดง ถ้าอาการหนักมากเมื่อดื่มยาฝนเข้าไปแล้วจะทำให้อาเจียนออกมา ถ้าอาการไม่หนักยาก็จะไปช่วยขับลม และช่วยระบายท้อง เป็นการขับพิษออก “เวลาฝนยาแต่ละตัวเราจะรู้ด้วยความชำนาญว่าควรหยุดฝนเมื่อไหร่ และเวลาฝนจะใส่ข้าวสารจ้าวใส่ลงไปในน้ำก่อน ๑ หยิบมือ เพื่อปรับฤทธิ์ยาให้สมดุลกัน ความพิเศษของยาฝน คือเป็นวิธีการรักษาที่ประหยัดทรัพยากร เพราะเรานำไม้มาแค่คืบเดียวก็สามารถใช้ได้ตลอดข้ามรุ่นคน ยาบางตัวใช้มา ๓ ชั่วอายุคนแล้วฝนเท่าไหร่ก็ยังไม่หมด” หมอสมศักดิ์อธิบาย
      ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มารักษากับหมอสมศักดิ์อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ และมีบางรายที่ข้ามภาคข้ามจังหวัดมาบ้าง เช่น ยโสธร เลย นครปฐม เพชรบุรี บ่งบอกถึงฤทธิ์ยาฝนที่แผ่ขยายไปเยียวยาผู้คนได้กว้างขวางมากขึ้น ความรู้ที่ได้ซึบซับมาแต่เยาว์วัยบวกกับประสบการณ์ที่พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จากการเรียนรู้จากผู้ป่วยและได้แลกเปลี่ยนกับหมอเมืองในเครือข่ายด้วยกัน ทำให้หมอสมศักดิ์ซึ่งมีวัยเพียง ๕๓ ปี เป็นที่เคารพศรัทธาจากคนในชุมชน วันนี้หมอสมศักดิ์ เป็นทั้งหมอยาสมุนไพร หมอคาถา เขียนเทียน ลงยันต์ ดูลายมือ ดูเส้น ดูจุดบนมือ และดูหน้า เพื่อวินิจฉัยโรค
      ปัจจุบันบ้านของหมอสมศักดิ์กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้สุขภาพพื้นบ้าน (นำร่อง) ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ดำเนินงานควบคู่กันทั้งด้านการเรียนรู้และการให้บริการ ด้วยความคาดหวังว่าจะมีผู้มาสืบทอดภูมิปัญญานี้ต่อไป “ถ้ามีคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนดีมาสืบทอดเราก็จะภูมิใจ เพราะในชุมชนเราจะได้ใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญา ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย เท่าที่ดูๆ ไว้ก็น่าจะมีคนที่สามารถถ่ายทอดให้ได้ อาจจะเป็นลูก และพระที่ท่านสนใจ”
นั่นคือความหวังที่หมอยาฝนคนนี้ฝากไว้

 

 โดย กองบรรณาธิการจดหมายข่าวเพื่อนธรรมชาติ ฉบับที่ 4/2552

        วันที่ 16 ธันวาคม 2552
 

  • ย่อโลกสุขภาพ
  • กินครอบจักรวาล
  • สุขกาย สบายจิต
  • บริหารกายเพิ่มพลังชีวิต
  • รู้อยู่ รู้รักษา
  • ทำเองใช้เอง
  • สมุนไพรบำบัด
  • หนังสือน่าอ่าน

บัญชียาหลักแห่งชาติจากสมุนไพร

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550

ร้านทางเลือกเพื่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

จำนวนผู้เข้าชม
C
counter customizable free hit
เริ่มนับ 16 กันยายน 2547


มูลนิธิสุขภาพไทย 520/1-2 ซ.16 เทศบาลรังรักษ์เหนือ ประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กทม.10900
โทร 0-2589-4243 Fax 0-2591-8092
E-mail : thaihof@yahoo.com