คณะเภสัชฯ ม.มหาสารคาม ดึงสมุนไพรไทยต้านกระดูกพรุนเข้าสู่การวิจัยทางวิทยาศาสตร์
มมส.ดึงสมุนไพรไทยเข้าแล็บ รับรองฤทธิ์บนฐานวิจัยวิทย์
คณะเภสัชฯ ม.มหาสารคาม ดึงสมุนไพรไทยต้านกระดูกพรุนเข้าสู่การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สร้างฐานข้อมูลทางเภสัชวิทยารับรองตำรายาพื้นบ้าน ดร.วนิดา ไทรชมภู หน่วยปฏิบัติการวิจัยเภสัชเคมีและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) อยู่ระหว่างรวบรวมสมุนไพร 9 ชนิดที่มีฤทธิ์ต้านกระดูกพรุน โดยอาศัยข้อมูลความรู้จากหมอพื้นบ้านและตำรายาอีสาน เพื่อนำมาวิจัยกับเซลล์กระดูกในหลอดทดลอง และจัดทำเป็นรายงานฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา สำหรับประโยชน์ทางการแพทย์ด้านการอ้างอิงรักษาผู้ป่วย
สมุนไพร 9 ชนิด ได้แก่ ไส้ไก่ (กระดูกงู) มะดูก หญ้าพันงูขาว มะเดื่อปล้อง ขวากไก่ (เขี้ยวงู) ยอบ้าน สะบ้าลิง สารพัดพิษและสะพ้านก๊น ซึ่งพบใน จ.แม่ฮ่องสอน โดยชาวเขานิยมนำมาพอกรักษากระดูกหักหรือกระดูกซ้น งานวิจัยนี้ได้รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ระหว่างปี 2551-2553
โครงงานวิจัยนี้เป้าหมาย เพื่อศึกษารับรองสมุนไพรตามตำราพื้นบ้าน ตามกระบวนการวิจัยวิทยาศาสตร์ โดยสามารถระบุว่าสารสกัดหยาบที่มีฤทธิ์ลดหรือต้านกระดูกพรุนในหลอดทดลองเป็นสารกลุ่มใด ใช้ในปริมาณเท่าไหร่ ตลอดจนศึกษาฤทธิ์ดังกล่าวในสัตว์ทดลอง เพื่อเป็นแนวทางอ้างอิงในการป้องกันหรือรักษาผู้ป่วยกระดูกพรุนในอนาคต
ทั้งนี้ กระดูกพรุนเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาได้ศึกษาระบาดวิทยาและพยาธิสรีรวิทยาของโรคพบว่า โรคกระดูกพรุนส่วนใหญ่เกิดจากขบวนการดูดซึมหรือเมตาบอลิซึมของกระดูกผิดปกติ จากข้อมูลการตีพิมพ์โรคกระดูกพรุนของ Lancet และ The Spine Journal ปี 2549 พบประชากรทั่วโลกประมาณ 100 ล้านคนเป็นโรคนี้ โดยพบในหญิงมากกว่าชาย ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะโรคกระดูกเสื่อม หรือกระดูกพรุนเพิ่มมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนและกลุ่มคนผู้สูงอายุ อีกทั้งโรคกระดูกพรุนยังทำให้มวลกระดูกลดลง อาจเป็นผลจากยาบางชนิดด้วย
ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com วันที่ 13 เม.ย.2552










