นวัตกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ
โครงการจัดการภูมิปัญญาพื้นบ้านและชาติพันธุ์ เพื่อการดูแลสุขภาพชุมชนอย่างยั่งยืน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มุ่งหมายที่จะให้มีการใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านด้านสุขภาพ ในการดูแลสุขภาพของชุมชนแบบพึ่งตนเอง โดยอาศัยฐานทุนสำคัญ คือ องค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมและทรัพยากรธรรมชาติ อันได้แก่ ป่าธรรมชาติที่เป็นแหล่งของสมุนไพรหลากหลายชนิดที่สามารถนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพได้
ในการดำเนินการตามโครงการนี้ กิจกรรมสำคัญประการหนึ่งคือ การสำรวจศึกษาแหล่งสมุนไพร แล้วจัดการทำบันทึกไว้ในรูปเอกสารต่าง ๆ ทั้งในส่วนของชนิดของสมุนไพร แหล่ง หรือทำเล ที่พบ สภาพพื้นที่ที่พบ ซึ่งในการบันทึกเป็นเอกสารเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ผู้ที่มาศึกษาในภายหลังมองภาพไม่ออกถึงตำแหน่งที่เป็นแหล่งสมุนไพรที่มีคุณค่า รวมถึงขนาดของพื้นที่ด้วย
เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาโครงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และเครือข่ายจัดการทรัพยากรจังหวัด ได้จัดทำแผนที่ 1:4000 ให้กับทุกตำบล เพื่อจะทำการสำรวจการใช้ที่ดินของจังหวัด ทางโครงการเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ร่วมมือกับเครือข่ายจัดการทรัพยากรจังหวัด ที่จะได้นำเอาแผนที่มาเป็นเครื่องมือให้กับชาวบ้าน ในการเป็นสื่อสร้างความเข้าใจ ถึงสภาพพื้นที่ป่าและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น กล่าวคือ ในแผนที่ดังกล่าว จะมีทั้งแผนที่รอบนอก คือชาวบ้านจะมองเห็นตำแหน่งของสภาพแวดล้อมของชุมชน ตรงไหนเป็นป่า เป็นสวน ที่ดินของใคร ขณะเดียวกันก็จะเห็นแผนที่รอบในคือสภาพที่ตั้งของชุมชนว่าตั้งอยู่อย่างไร ในการใช้แผนที่นี้ ชาวบ้านสามารถเอาข้อมูลจากการเดินสำรวจป่ามาลงในแผนที่ ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน โดยมีแผนที่เป็นสื่อ โดยสามารถวงลงในแผนที่ได้ว่าตรงไหนเป็นแหล่งสมุนไพรอะไร มีชุกชุมมากน้อยเพียงไร ซึ่งเป็นประโยชน์ในแง่การวางแผนการจัดการและการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นหลังที่จะได้มีสื่อในการเรียนรู้ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้น ทาง อบต.ป่าแป๋ ก็มีโครงการร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการนำระบบ GIS มาใช้ในการจัดทำระบบฐานข้อมูลทรัพยากร ทำให้โครงการสามารถผลักดันเรื่องการวางแผนจัดการสมุนไพรในป่าธรรมชาติให้เข้าสู่ระบบข้อมูลที่ อบต.จะดำเนินการต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากชาวบ้านใน ต.ป่าแป๋ มีความเข้าใจเรื่องการใช้แผนที่เป็นอย่างดี ประกอบกับในระหว่างการดำเนินงานตามโครงการนี้ โครงการได้ร่วมมือกับ อบต. อย่างใกล้ชิด โดยได้ขอความร่วมมือจากนายก อบต. อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ข้อมูลของ อบต. มาทำงานร่วมกับโครงการอย่างใกล้ชิด จึงเป็นที่มั่นใจของโครงการว่าถึงแม้ทีมงานของโครงการจะถอนตัวออกมาแล้ว โครงการก็ยังคงดำเนินต่อเนื่องต่อไปได้โดยความร่วมมือระหว่างชุมชนกับ อบต.
การนำแผนที่ 1:4000 มาใช้จึงเป็นทั้งเครื่องมือในการเรียนรู้ การบันทึกข้อมูล การวางแผนจัดการทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน รวมถึงการเชื่อมต่อระบบข้อมูลที่จัดทำโดยชาวบ้านกับข้อมูลของหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดทำโดยเจ้าหน้าที่ และในอนาคตก็จะสามารถเชื่อมต่อกับหน่วยงานของรัฐหน่วยอื่นๆได้ด้วย ก็จะเป็นการลดช่องว่างในการใช้ข้อมูลไม่ตรงกันในการดำเนินกิจกรรมต่างๆต่อไป
ที่มา : แผนงานพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพเพื่อการพึ่งตนเองของชุมชน มูลนิธิสุขภาพไทย










