สธ.ลงนามแผนคุ้มครองสมุนไพรไทย
เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ (ระยะสั้น) พ.ศ.2553-2555 ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 โดยให้ดำเนินการในพื้นที่อนุรักษ์ 4 แห่ง ได้แก่ 1.พื้นที่ป่าชุมชนบ้านหัวทุ่ง เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 2.พื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี 3.พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี และ 4.พื้นที่ป่าเขาสลัดได อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา
สำหรับแผนการคุ้มครองดังกล่าวประกอบด้วย 4 แผนงานได้แก่ 1. กำหนดเงื่อนไขการอนุญาตให้บุคคลเข้าไปในพื้นที่ 2.แผนประสานความร่วมมือระหว่างส่วนราชการและชุมชน 3.แผนงานสำรวจและศึกษาวิจัยสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดสมุนไพร 4.แผนติดตามประเมินผล เพื่อลดภาวะคุกคามที่มีผลกระทบต่อสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดสมุนไพร โดยดำเนินการร่วมกันหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายท้องถิ่น เครือข่ายหมอพื้นบ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้น ใช้งบประมาณดำเนินการจากกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกประมาณ 9 ล้านบาท
รมว.สาธารณสุข กล่าวด้วยว่า รายละเอียดของพื้นที่อนุรักษ์ 4 แห่ง ตามประกาศกระทรวงฯ มีดังนี้ พื้นที่เขตอนุรักษ์พื้นที่ป่าชุมชนบ้านหัวทุ่ง เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว มีพืชสมุนไพรที่นำมาใช้ประโยชน์รวม 133 ชนิด พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา พบสมุนไพรที่มีคุณค่าอย่างน้อย 54 ชนิด และที่สำคัญยังพบสมุนไพรหลายตัวเช่น กลึงกล่อม ซึ่งมีผลวิจัยเบื้องต้นพบว่ามีฤทธิ์ต้านเชื้อเอดส์ในหลอดทดลองด้วย พื้นที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จากการสำรวจพื้นที่ตัวอย่าง 12 แปลง พบสมุนไพร 171 ชนิด ในจำนวนนี้นำมาใช้ประโยชน์กว่า100 ชนิด พื้นที่ป่าเขาสลัดได อุทยานแห่งชาติทับลาน มีพืชสมุนไพรที่สำรวจพบเบื้องต้นมากกว่า 200 ชนิด ในจำนวนนี้ทราบชื่อ 149 ชนิด ที่เหลืออีก 54 ชนิดยังไม่ทราบชื่อ นำมาใช้ประโยชน์ 86 ชนิด มีพืชหายาก 12 ชนิด มีพืชคุ้มครอง 2 ชนิด คือ กวาวเครือขาวและกวาวเครือแดง โดยพื้นที่ตามประกาศครั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ให้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ จัดทำโครงการสำรวจและศึกษาสมุนไพร เพื่อให้ทราบข้อมูลสมุนไพรที่ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ โดยนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจัดทำทะเบียนพันธุ์พืชสมุนไพรในเขตพื้นที่อนุรักษ์ และนำมาจัดทำเป็นแผนจัดการคุ้มครองในระยะยาว เพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป
"ปัจจุบันป่าไม้ถูกทำลายอย่าง ต่อเนื่องเหลือประมาณ 99 ล้านไร่ ทำให้ระบบนิเวศเกิดการเปลี่ยนแปลง มีผลให้สมุนไพรบางชนิดใกล้สูญพันธุ์ รวมทั้งยังประสบปัญหาการลักลอบเข้าไปเก็บสมุนไพรอย่างผิดกฎหมาย ประมาณการว่าประเทศไทยมีพืชสมุนไพรที่ชุมชนท้องถิ่นมีองค์ความรู้ สามารถนำมาใช้เป็นอาหารและยาสมุนไพรประมาณ 800-1,800 ชนิด และมีผลการศึกษาพบว่าสมุนไพรไทยมากกว่า 100 ชนิด มีแนวโน้มจะหมดในอนาคต จึงต้องเร่งปกป้องเพื่อรักษาระบบนิเวศตามธรรมชาติ" นายจุรินทร์ กล่าว.
ที่มาข้อมูล : ไทยรัฐออนไลน์
27 ก.ค.2553










