อบต.วังแสง อนุรักษ์ภูมิปัญญารักษาสุขภาพด้วยสมุนไพร
จากการศึกษารูปแบบการบริหารจัดการองค์ความรู้ส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมภูมิปัญญาพื้นบ้าน เพื่อดูแลสุขภาพชุมชนของ ต.วังแสง อ.แกดำ จ.มหาสารคาม ดำเนินงานภายใต้แนวพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ เพื่อการพึ่งตนเองของชุมชน โดยมูลนิธิสุขภาพไทย ได้รับทุนสนับนสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) ปี 2551ทำการศึกษาหมอพื้นบ้าน ผู้รู้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้ง9 ด้าน ประกอบด้วย ยาพื้นบ้านอีสาน หมอบำบัดพิเศษ หมอเส้น หมอเอ็น ฮีต คอง อาหารอีสาน โสกบ้าน และสถาปัตยกรรมชุมชน การดูแลคู่แต่งงานจนหลังการคลอดบุตร อุบัติเหตุ สู่ขวัญ เป็นต้น ได้แก่ พบภูมิปัญญาในการดูแลสุขภาพทั้งสิ้น 31 เรื่อง แยกเป็นตำรับยา 27 ตำรับ และการดูแลสุขภาพ

นายสมนึก ไชยสงค์
นายสมนึก ไชยสงค์ นายก อบต.วังแสง บอกว่า อบต.ร่วมกับสถาบันวิจัยวลัยรุกขเวชมหาวิทยาลัยมาหาสารคาม ได้มองเห็นความสำคัญของภูมิปัญญาในการดูแลสุขภาพ จึงได้ร่วมกันสร้างเครื่อข่ายการทำงานออกเป็น4 ภาคี ด้านสุขภาพระดับตำบลในการผลักดันให้ อบต.เข้าไปดูแลการใช้รูปแบบ บริหารการจัดการของ อบต.เพื่อสนับสนุนภูมิปัญญาพื้นบ้านในการดูแลสุขภาพชุมชน โดยมีสถานีอนามัยตำบลวังแสงเป็นเครื่อข่ายร่วมมือ ซึ่งใช้รูปแบบ อบต.เป็นศูนย์ ภายใต้ชื่อ "ศูนย์บำบัดทุกข์สร้างสุขภาพชุมชนตำบลวังแสง" ในโครงการฮักแพง เบิ่งแญงคนอีสาน โดยส่งเสริมรูปแบบการบริการโดยศูนย์บริการสุขภาพ ขั้นปฐมภูมิ สร้างเครื่อข่ายด้านสุขภาพกับสถานีอนามัย โดยมีกลุ่มหมอยาพื้นบ้าน 63 คน ในตำบลวังแสง ครูนักเรียนในตำบลวังแสง 2 โรงเรียน ผู้นำหมู่บ้าน อนามัยตำบลวังแสง1 แห่ง วัดป่าพิเชฐ ชัชวาล และ อบต.ข้างเคียง
นอกจากนี้มีการศึกษาองค์ความรู้ของหมอยาพื้นบ้านในการดูแลสุขภาพแต่ละชุมชน และศึกษารูปแบบการบริหารจัดการของท้องถิ่นในการสนับสนุนภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อการดูแลสุขภาพของชุมชน มีหมอยาพื้นบ้าน ผู้รู้ด้านยาสมุนไพรพื้นบ้านอีสานจำนวน 31คน ด้านหมอยาบำบัด 5 คน หมอเอ็น-เส้น13 คน ผู้รู้ด้านฮีต-ครอง 5 คน ผู้รู้ด้านสู่ขวัญ พบจำนวน 3 คน ผู้รู้ด้านอุบัติเหตุ 3 คน หมอตำแย 2 คน โดยมีการประชุมสมาชิกผู้นำท้องถิ่น ศึกษาเก็บข้อมูลหมอพื้นบ้าน ประชุมหมอพื้นบ้านเพื่อการรักษาได้ถูกตามเป้าหมาย นำความคิดเห็นที่ประชุมสภาตำบลเพื่อให้สภาตำบลอนุมัติหลักการ และประชาสัมพันธ์ตามหมูบ้าน โดยมีผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้านจัดประชุมในหมู่บ้าน นำแผนไปฏิบัติขยายสู่ปีต่อๆไป นำแผนไปทดลองใช้โดยการรับรองของสภาตำบล โดยมีรูปแบบเป็นศูนย์
ที่มาข้อมูลข่าว : สยามรัฐออนไลน์
24 ม.ค.2555
ลิ้งค์ข่าว http://goo.gl/enk9k










