หน้าแรก
: เสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 :

 กำหนดการ กิจกรรมอาสาทำของเล่น-ของใช้ ให้เด็กในสถานสงเคราะห์ วันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ.2555ดูรายละเอียดที่นี่..

main_menu

  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับมูลนิธิ
  • ติดต่อมูลนิธิ
  • feed
หน้าแรก

คลิปวิดีโอ

Watch this video!
จากกลอนลำ เป็นตำรา 9 ภูมิปัญญาวิถีิอีสาน

ดูทั้งหมด

หนังสือน่าอ่าน
หนังสือน่าอ่าน
ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เสื้อยืด-กระเป๋าช่วยลดโลกร้อน
ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ล็อกอิน

  • สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่
  • ลืมรหัสผ่าน

นำทาง

  • จัดการจดหมายข่าว

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

เชิดชูหมอพื้นบ้าน ตำนานคนดีที่ต้องช่วยกันฟื้นฟู

เขียนโดย webmaster เมื่อ ศ, 05/22/2009 - 12:51

    เทศกาลสงกรานต์คนไทยทั่วๆไปจะยกย่องเชิดชูผู้สูงอายุ แต่สงกรานต์ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิสุขภาพไทยมีโอกาสร่วมจัดงานแสดงความกตัญญู และยกย่องเชิดชูผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับชุมชน คือ หมอยาพื้นบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยในชุมชนของตำบลวังแสง อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของแผนงานพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพเพื่อการพึ่งตนเองของชุมชน
     ที่มาที่ไปของการจัดงานตรงกับคำพูดเปิดงานของหลวงพ่อสวน ติกขยาโน หมอพระแห่งวัดสุเนตรชัชวาลย์ ซึ่งเป็นวัดป่าต้นไม้ครึ้มในเนื้อที่กว่า 700 ไร่และตั้งอยู่ในตำบลวังแสง เพื่อใช้เป็นที่พักพิงทั้งกายและใจของชุมชน หลวงพ่อกล่าวว่า “การมองข้ามการดูแลรักษาสุขภาพแบบโบราณ ทำให้หมอพื้นบ้านต้องหลบ ๆ ซ่อนๆ เพราะสังคมให้สถานะเป็นหมอเถื่อน ทั้งๆ ที่หมอเถื่อนเหล่านี้ก็เป็นผู้ที่มีส่วนเยียวยาดูแลรักษาสุขภาพของคนในชุมชนมาช้านาน” รวมทั้งตัวหลวงพ่อเองที่ช่วยรักษาชีวิตคนมาหลายสิบราย แต่หมอพื้นบ้านเหล่านี้นับวันก็จะร่วงโรยและจากลาไปตามวัย
      งานเชิดชูหมอพื้นบ้าน จึงเกิดขึ้นเพราะเห็นคุณค่าของหมอพื้นบ้านที่ยังดำรงอยู่ และยังมีบทบาทคอยดูแลสุขภาพของชาวบ้านได้จริงในชุมชน ข้อเท็จจริงนี้สอดคล้องกับกฏหมาย ที่เอื้ออำนวยให้ชุมชนสามารถใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ในมาตรา 47 (7) ว่า “ให้มีการส่งเสริม สนับสนุน การใช้และการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ”  และจากการทำงานในพื้นที่ของทางมูลนิธิสุขภาพไทย พบว่าชาวบ้านในชุมชนทั้งภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ พูดตรงกันว่า “ประชาชนอยากให้มีระบบการสืบทอดหมอพื้นบ้านสู่คนรุ่นใหม่ในชุมชนตามแบบแผนการสืบทอดดั้งเดิมของชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและยอมรับสถานภาพของหมอพื้นบ้าน รวมทั้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ”
ทั้งแนวคิด และสิ่งดีๆ ที่ยังมีอยู่ในชุมชน จึงสร้างแรงบันดาลใจให้องค์การบริหารส่วนตำบลวังแสงโดยการนำของนายกฯสมนึก ไชยสงค์ และแกนนำชุมชนทั้ง 20 หมู่บ้าน เห็นพ้องต้องกันที่จะนำเอาภูมิปัญญาด้านสุขภาพกลับมามีบทบาท โดยเริ่มงานจัดเวทียกย่องเชิดชูเกียรติให้กับหมอพื้นบ้านในตำบลวังแสง เพราะตระหนักดีว่าหมอพื้นบ้านคือปูชนียบุคคล ที่มีคุณธรรมและความรู้ประสบการณ์มากมาย
    การรับรองเชิดชูหมอครั้งนี้ ได้สร้างมาตรฐานการมีส่วนร่วมไว้ โดยตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง ประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน สมาชิกอบต.ทุกหมู่บ้าน ครูในชุมชน นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กำหนดเกณฑ์สำคัญ 5 ข้อ คือ
    1.ประชาชนในพื้นที่ตำบลวังแสงให้การยอมรับ (เกณฑ์ที่ใช้คือชุมชนต้องรู้จักหมอคนนั้นมากกว่าร้อยละ 80 ของคนในหมู่บ้าน ซึ่งหมอส่วนใหญ่ก็จะเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงในระดับตำบลด้วย)
    2. ต้องทำการรักษาหรือประกอบกิจกรรมที่สอดคล้องกับแขนงต่างๆของหมอพื้นบ้านไม่น้อยกว่า 15 ปี (ทำการสอบถามคนในหมู่บ้านว่าหมอที่เก่งในแต่ละโรคเป็นใครบ้าง และตรวจทานระยะเวลาในการรักษา)
    3.ทำการรักษา หรือประกอบกิจกรรมที่สอดคล้องกับแขนงต่างๆของหมอพื้นบ้านในการสร้างประโยชน์ให้กับคนในชุมชนตำบลวังแสงไม่น้อยกว่า 10 ปี
    4. เป็นบุคคลที่มีภูมิลำเนาในตำบลวังแสงเท่านั้น

    5. มีความสำคัญมากคือ ดำรงตนเป็นผู้มีคุณธรรม ซึ่งผลการคัดเลือกได้หมอพื้นบ้านทั้งหมด 62 ท่านจากทั้ง 20 หมู่บ้าน(ทั้งตำบล)

          
    
     ตัวอย่างหมอ นายบุญ ฤทธิ์ละคร บ้านดอนก่อ อายุ 77 ปี เชี่ยวชาญด้าน หมอยา หมอเป่า หมอแต่งแก้ หมอสูตร นายชาย อนุอัน บ้านดอนก่อ อายุ 74 ปี เชี่ยวชาญด้านหมอยา นางพลอย ทองภู บ้านคำแก่นคูณ อายุ 58 ปี เชี่ยวชาญด้านหมอเส้น-เอ็น นายบุญหนา พาพอน บ้านโนนศรีบุญเรือง อายุ 70 ปี เชี่ยวชาญด้านหมอเป่าพิษ นายสาย สุดชา บ้านหนองบัว อายุ 79 ปี เชี่ยวชาญด้านหมอเป่างูสวัด เป่ากำเลิด และนางไล พันโยศรี อายุ 72 ปี เชี่ยวชาญด้านหมอนวดเส้น-เอ็นหมอยา หมอไลท่านนี้ มีความสามารถสูง ดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคามยังต้องนัดหมายมาให้นวด และขอทำความเข้าใจไว้ด้วยว่า วิชานวดของหมอไลนี้ ไม่เหมือนการนวดไทยแก้เมื่อยทั่วไป แต่เรียกกันว่า การจับเส้น แก้อาการเจ็บป่วยเป็นการเฉพาะ
     ตัวอย่างตำรับยา เช่น ยาแก้กินผิดของแม่ลูกอ่อน ที่มีอาการปวดตามเส้น ตามเอ็น ปวดตามตัว ตำรับนางไล พันโยศรี ให้ใช้รากต้นพวงพีดอกขาว(ภาษากลางเรียกว่าพนมสวรรค์) รากพวงพีดอกแดง รากต้นหมอน้อย รากต้นย่านาง อย่างละ 1 ราก มาฝนรวมกันดื่มและยังช่วยในการขับน้ำคาวปลาได้ด้วย ตำรับแก้ไอ ของพ่อบัวพันธ์ จิตเฉลียว ใช้ ฟ้าทลายโจร ชะเอม เจตมูลเพลิง รากมะเขื่อขื่น รากมะแว้ง ต้นขลู่ ตัวยาเสมอภาคกัน นำมาต้มน้ำ ใช้จิบกินเวลาไอ มีข้อห้ามคือขลำ ตามวัฒนธรรมชาวอีสาน เวลากินยานี้ห้ามรับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติเย็น เช่น แตงโม ฟัก แฟง
     กิจกรรมเชิดชูหมอพื้นบ้านครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี แต่ยังมีภารกิจที่ท่านนายกฯ อบต. และผู้นำชุมชนเตรียมผลักดันให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน เช่น การประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องในชุมชนรับรู้ถึง หมอพื้นบ้านทั้ง 62 ท่าน เพื่อเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพ และการปรับปรุงสถานที่ใน อบต. ให้เป็นที่พบปะของเครือข่ายหมอพื้นบ้าน ซึ่งจะช่วยกันรวบรวมความรู้ และเป็นสถานที่บริการสุขภาพให้กับคนในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของหลวงพ่อสวน ติกขยาโน ว่า “พี่รู้ 2 น้องรู้ 1” คือ ผู้รู้ควรจะได้มีโอกาสมาพบปะแลกเปลี่ยนความรู้กัน เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ สืบทอด และใช้ประโยชน์ให้กับสังคมสืบไป
     งานเชิดชูยกย่องหมอพื้นบ้าน ซึ่งเป็นผู้สูงอายุของคนในชุมชนวันนั้น เต็มไปด้วยรอยยิ้มและแววตาของความสุขจากพ่อหมอแม่หมอ และผู้ร่วมงานทุกคน เป็นรูปแบบที่น่าสนใจให้องค์การบริหารส่วนตำบลที่อื่นๆ นำไปปรับประยุกต์ใช้ เพื่อประโยชน์สุขของคนในหมู่บ้านตัวเอง.

 

  • ย่อโลกสุขภาพ
  • กินครอบจักรวาล
  • สุขกาย สบายจิต
  • บริหารกายเพิ่มพลังชีวิต
  • รู้อยู่ รู้รักษา
  • ทำเองใช้เอง
  • สมุนไพรบำบัด
  • หนังสือน่าอ่าน

บัญชียาหลักแห่งชาติจากสมุนไพร

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550

ร้านทางเลือกเพื่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

จำนวนผู้เข้าชม
C
counter customizable free hit
เริ่มนับ 16 กันยายน 2547


มูลนิธิสุขภาพไทย 520/1-2 ซ.16 เทศบาลรังรักษ์เหนือ ประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กทม.10900
โทร 0-2589-4243 Fax 0-2591-8092
E-mail : thaihof@yahoo.com