ไขความเชื่อ 'การอยู่ไฟ' ตัวช่วยฟื้นสุขภาพ 'แม่หลังคลอด'
ในอดีต หากพูดถึงการดูแลสุขภาพคุณแม่หลังคลอด พบว่า มีด้วยกันหลายวิธี แต่สิ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ นั่นคือ “การอยู่ไฟ” ซึ่งคนโบราณเชื่อว่า หญิงตั้งครรภ์ จะมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะสรีระ น้ำหนัก หรือหน้าท้องที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้หลังคลอด อาจมีอาการปวดเมื่อย หรืออักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณสันหลัง หรือขา ที่เกิดจากการกดทับระหว่างตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นจึงได้คิดค้นวิธีดังกล่าว โดยใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ฟื้นฟูร่างกายคุณแม่หลังคลอด เพื่อปรับสมดุลในร่างกายให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เข้าใจถึงคำว่า 'อยู่ไฟ' ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทีมงาน Life and Family ได้สอบถามไปยัง "หมอวี-กวี ทัศนศร" อายุ 53 ปี หมอนวดแผนไทย และหมอพื้นบ้านที่มีความรู้เกี่ยวกับการอยู่ไฟ ได้ให้ความรู้ว่า 'การอยู่ไฟ' เป็นความคิดที่ชาญฉลาดของคนโบราณ เป็นกระบวนการดูแลหญิงหลังคลอด เพื่อให้ร่างกายฟื้นจากความเหนื่อยอ่อนให้กลับคืนสภาพปกติได้เร็วที่สุด โดยใช้ความร้อนเข้าช่วย ทำให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นบริเวณหลัง และขา ที่เกิดจากการกดทับขณะตั้งครรภ์ คลายตัว ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามตัวในภายหลังได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ การอยู่ไฟยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ทำให้อาการหนาวสะท้านที่เกิดจากการเสียเลือด และน้ำหลังคลอดมีอาการดีขึ้น ช่วยปรับสมดุลร่างกายในตัวคุณแม่ให้เข้าที่ และที่สำคัญช่วยให้มดลูกที่ขยายตัว หดตัว หรือเข้าอู่ได้เร็ว พร้อมกับช่วยให้ปากมดลูกปิดได้ดี ป้องกันการติดเชื้อในโพรงมดลูกหลังคลอด ทำให้น้ำคาวปลาแห้งเร็ว ลดการไหลย้อนกลับจนนำไปสู่ภาวะเป็นพิษได้
สำหรับวิธีการอยู่เรือนไฟในสมัยก่อนนั้น หมอวีเล่าว่า คุณแม่หลังคลอดทุกคน จะต้องเข้าเรือนไฟที่สร้างเป็นกระท่อมหลังคาจาก โดยเข้าไปนอนผิงไฟ พร้อมกับลูกน้อยที่จะเอาใส่กระด้ง ร่วมอยู่ไฟกับคุณแม่ บนกระดานไม้แผ่นเดียว ทุกๆ วัน จะอาบน้ำร้อน ดื่มเฉพาะน้ำอุ่น งดอาหารแสลงบางประเภท กินข้าวกับเกลือ ที่คนโบราณเชื่อว่า จะไปทดแทนเกลือที่ร่างกายต้องเสียไปทางเหงื่อที่ไหลออกมาระหว่างการอยู่ไฟนั่นเอง "การอยู่ไฟสมัยก่อน มี 2 แบบคือ ไฟข้าง (ก่อไฟอยู่ข้างตัวบริเวณท้อง) และไฟแคร่ (คุณแม่นอนบนไม้กระดาน ส่วนเตาไฟอยู่ใต้แคร่ มีแผ่นสังกะสีรองทับอีกที เหมือนการนอนปิ้งบนไฟดี ๆ นี่เอง) ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้แบบแรกมากกว่า โดยจะมีสามี หรือญาติ คอยดูเรื่องฟืนไฟให้ เพราะคุณแม่จะต้องอยู่ในเรือนไฟ 7 - 15 วัน หลังจากคลอด และห้ามออกจากเรือนไฟเด็ดขาด เพราะจะทำให้ตัวคุณแม่ปรับอุณหภูมิของร่างกายไม่ทัน ทำให้เกิดการเจ็บป่วย และไม่สบายได้" หมอวีกล่าว
บอกเล่าประสบการณ์การอยู่ไฟได้จาก 'คุณยายประเทือง แย้มเกตุหอม' คุณยายวัย 74 ปี ที่ผ่านการอยู่ไฟในการคลอดลูก 5 วัน เล่าว่า หญิงหลังคลอดสมัยนั้น จะต้องอยู่ไฟกันทุกคน เพราะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนโบราณ โดยจะมีสามีเป็นคนจัดเตรียมที่นอนสำหรับการอยู่ไฟให้ ไม่ว่าจะดูแลเรื่องฟืนไฟ ที่จะต้องไม่ร้อนเกินไป โดยฟืนที่ใช้ จะต้องมาจากไม้แห้ง เช่น ไม้มะขาม เพราะไม่ทำให้ฟืนแตก และไม่ควรนำฟืนเปียกมาก่อไฟ เพราะจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็น "ยายอยู่กินในเรือนไฟ เกือบครึ่งเดือน โดยไม่ได้ออกไปไหนเลย กินแต่ข้าวต้ม ปลาเค็ม ดื่ม และอาบน้ำอุ่นทุกวันไปจนถึงวันออกจากเรือนไฟ และจะต้องทำขาให้ชิดกัน เพื่อให้แผลฝีเย็บติดกัน ซึ่งคนโบราณจะเรียกว่าการเข้าตะเกียบ การอยู่ไฟอาจจะมีนวดประคบด้วย ทั้งนี้แล้วแต่ความเหมาะสมในคุณแม่แต่ละคน" ยายเทืองเล่า
หลังจากอยู่ไฟแล้ว ยายเทือง เผยความรู้สึกว่า "การอยู่ไฟทำให้ระบบเลือดของยายไหลเวียนดี ท้องยุบ น้ำคาวปลาแห้งเร็ว ร่างกายกลับมากระชับได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ดี ตอนนี้ดูเหมือนว่า คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการอยู่ไฟเท่าที่ควร ทำให้เกิดคำเปรียบเทียบที่ว่า คนรุ่นใหม่ที่มีลูก มักจะบ่นว่าปวดเมื่อยกันบ่อยๆ เพราะไม่ได้อยู่ไฟหลังคลอด อะไรทำนองนี้ อีกอย่างทำไมคนโบราณถึงมีแรงคลอดลูกได้บ่อยๆ เพราะการอยู่ไฟช่วยฟื้นร่างกายให้แข็งแรงนั่นเอง"

อยู่ไฟโบราณ สู่การอยู่ไฟร่วมสมัย
ปัจจุบันการอยู่ไฟแบบโบราณได้เริ่มเปลี่ยนไป เนื่องจากวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่ได้เข้ามาแทนที่ ส่งผลให้การอยู่ไฟแบบเก่าแทบจะไม่ค่อยได้ใช้และมีให้เห็นกันเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะพบได้ตามต่างจังหวัดมากกว่ากับประเด็นนี้ "คุณมาลา สร้อยสำโรง" แพทย์แผนไทยประยุกต์ กลุ่มงานวิชาการแพทย์แผนไทย และสมุนไพรไทย สะท้อนว่า การดูแลคุณแม่หลังคลอดด้วยการอยู่ไฟในปัจจุบันยังคงมีให้เห็นอยู่ ซึ่งยังคงใช้รูปศัพท์เดิม คือการอยู่ไฟ แต่วิธีการได้เปลี่ยนแปลงไปเพราะการแพทย์สมัยใหม่ได้เข้ามาแทนที่ แต่ช่วงหลังได้มีการส่งเสริมการอยู่ไฟ ด้วยแพทย์แผนไทยประยุกต์กันมากขึ้น เช่น การนวดประคบ การเข้ากระโจม อาบน้ำอุ่น หรือการทับหมอเกลือ
สำหรับคุณแม่ท่านใดสนใจที่จะอยู่ไฟตามโรงพยาบาลต่างๆ ปัจจุบันเริ่มมีการส่งเสริมในเรื่องดูแลหญิงหลังคลอด ซึ่งจะมีการดูแลคุณแม่หลังคลอดในงานแพทย์แผนไทย นอกจากนี้ยังมีศูนย์สุขภาพต่างๆ สปาสุขภาพ คลินิกแพทย์แผนไทย ที่จะเปิดบริการดูแลหลังคลอดด้วย ส่วนใหญ่จะจัดเป็นระยะตั้งแต่ 3-10 วัน โดยจะเน้นในเรื่องความสวยความงามเป็นหลัก ซึ่งไม่เหมือนสมัยโบราณ เช่น ลดไขมันหน้าท้อง ทำให้ผิวพรรณผ่องใส
อย่างไรก็ดีการเลือกใช้บริการแต่ละอย่างนั้น ต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยและชำนาญการของผู้ให้บริการด้วย และที่สำคัญการใช้บริการในแต่ละคอร์สมีราคาที่สูงพอสมควร ทางที่ดีวิธีที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ คือ อาบน้ำอุ่นที่บ้าน ซึ่งบางบ้านอาจใช้สมุนไพร เช่น ตะไคร้ หรือมะกรูด ผสมอาบเพื่อสุขภาพด้วยก็ได้
จะเห็นได้ว่า ช่วงหลังคลอดถือเป็นช่วงที่ต้องพักฟื้นจากอาการเหน็ดเหนื่อย จากการเสียเลือด และเสียน้ำหลังคลอด ซึ่งปกติร่างกายจะปรับสภาพคืนสู่ภาวะปกติได้เอง แต่ทั้งนี้เพื่อการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง 'คุณมาลา' ให้คำแนะนำ ถึงวิธีการดูแลตัวเองให้กับคุณแม่หลังคลอดว่า คุณแม่ควรคำนึงถึงเรื่องอาหารการกินเป็นสำคัญ ควรเน้นผักและผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์ ดื่มน้ำอุ่น และไม่ควรอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 23 ธันวาคม 2552










