กลั้นปัสสาวะ
การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
หรือภาวะปัสสาวะเล็ดราด เป็นปัญหาสำคัญของคนไทยยุคนี้ น.พ.วชิร
คชการ หน่วยศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
เปิดเผยว่า อาการนี้พบได้ตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยสูงอายุ โดยผลการสอบถามประชาชนที่เข้าออกร้านสะดวกซื้อ
มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่15-20% ส่วนคนสูงอายุในบ้านพักคนชรากลั้นปัสสาวะไม่อยู่
50-70% ขณะที่คนปกติปัสสาวะวันละ 6-8 ครั้ง ผู้สูงอายุ 60
ปีขึ้นไป ตื่นปัสสาวะคืนละ 1-2 ครั้ง หากตื่นเข้าห้องน้ำเกินคืนละ
3 ครั้ง รบกวนการนอน ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ชั่วคราวมีหลายสาเหตุ
เช่น สมองเกิดความสับสนจากการเจ็บป่วยไม่รู้สติ ทางเดินปัสสาวะอักเสบติดเชื้อซึ่งผู้หญิงเป็นบ่อยกว่าผู้ชาย
ขาดฮอร์โมนเพศหญิงช่องคลอดแห้ง การรับประทานยาแก้หวัด คัดจมูก
ลดน้ำมูก ทำให้หูรูดกระเพาะปัสสาวะคลายตัว ยานอนหลับ ยารักษาโรคซึมเศร้าทำให้หลับลึกและนานจนปัสสาวะราดโดยไม่รู้ตัว
ยารักษาโรคความดันโลหิตสูงที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ นอกจากนั้น
อาการท้องผูก อุจจาระเป็นก้อนกดทับเส้นประสาทหูรูดกระเพาะปัสสาวะทำให้ฉี่ราด
ซึ่งหากแก้ไขสาเหตุเหล่านี้จะทำให้ควบคุมปัสสาวะได้
นอกจากนี้ยังพบอาการปัสสาวะเล็ดราดถาวร
เกิดจากหูรูดไม่แข็งแรง เวลาไอ จาม หัวเราะทำให้ปัสสาวะเล็ด
พบมากในเพศหญิงที่ผ่านการตั้งครรภ์มากหรือสูงอายุ ภาวะปัสสาวะไหลราดโดยไม่รู้ตัวในคนเป็นอัมพาต
สมองเสื่อม สมองฝ่อ ต่อมลูกหมากโตจากการบีบหดตัวซึ่งต่อมลูกหมากมีเฉพาะในเพศชาย
โดยมีความสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น คืออายุ 50ปี พบ 30% อายุ
60 ปี พบ 50% อายุ 70 ปี พบ 70% และอายุ 90 ปี พบ 90%
สำหรับการรักษาแนะนำให้ฝึกขมิบก้น
คล้ายกับการอั้นอุจจาระ วันละ 100 ครั้งขึ้นไป ติดต่อกัน 3-4
เดือน จะเห็นผล หากมดลูกหย่อนมากแพทย์อาจรักษาด้วยการผ่าตัด
ส่วนต่อมลูกหมากโตถ้าไม่กระทบต่อคุณภาพชีวิต ยังพอทนได้ แพทย์จะให้รอดูอาการ
ถ้ายังไม่ถึงกับฉี่เป็นเลือด เป็นนิ่ว แพทย์จะรักษาด้วยยา
แต่ถ้ามีอาการแทรกซ้อน กระทบต่อการใช้ชีวิต แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดคว้านต่อมลูกหมาก
ซึ่งการผ่าตัดด้วยกล้องได้ผลดีกว่าการใช้แสงเลเซอร์ ซึ่งผ่าตัดคว้านต่อมลูกหมากมีอัตราเป็นซ้ำใน
10-15 ปี ส่วนเลเซอร์เป็นซ้ำใน 2-3 ปี แต่มีค่ารักษาเป็นแสนบาท