แนวโน้มนักศึกษาหญิงติดบุหรี่
- กินเหล้ามากขึ้น

สกอ.จัดสัมมนาหาทางแก้ปัญหาวิกฤตสังคมในสถาบันราชภัฎ
พบมีความรุนแรงด้านยาเสพติด
มากกว่าขายบริการทางเพศ โดยแนวโน้มนักศึกษาหญิงจะติดบุหรี่-เหล้ามากขึ้นและยังพบ
นักศึกษาอยู่กันเป็นคู่ ยอมรับหน้าชื่นผู้ปกครองไม่ได้ว่าอะไร
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
จัดสัมมนาการพัฒนานิสิตนักศึกษา แนวทางการแก้ปัญหาภาวะวิกฤติทางสังคมที่มีผลกระทบต่อนิสิตนักศึกษา
ที่สถาบันราชภัฎสุราษฎร์ธานี
เมื่อเร็วๆนี้ โดยนายสมชาย สหนิบุตร ผู้อำนวยการศูนย์เวชศึกษาป้องกันสถาบันราชภัฏ
(รภ.)สุราษฎร์ธานี
กล่าวว่า จากการศึกษาวิจัยพบสารเสพติดน้อยมากประมาณร้อยละ 10
ส่วนการใช้สารเสพติดไม่ร้ายแรง เช่นบุหรี่ สุรา แต่มีถึงร้อยละ
60ในจำนวนนี้ที่น่าสนใจ
คือแนวโน้มการติดบุหรี่และสุราอยู่ในหมู่นักศึกษาผู้หญิงมากขึ้น
ส่วนการทะเลาะวิวาทก็มีบ้าง
เนื่องจากนักศึกษาส่วนมากมาจากต่างจังหวัดก็มีเรื่องทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นบ้าง
สำหรับการขายบริการทางเพศยังเห็นภาพไม่ชัดเจน
นางแสงหิรัญญา สหัสสธารา ผู้อำนวยการศูนย์เวชศึกษาป้องกันรภ.ยะลา
กล่าวว่าการแก้ปัญหา
มักจะทำตามหลัง ไม่มีการป้องกันล่วงหน้า สำหรับยะลาจะมีความต่างด้านวัฒนธรรม
ยอมรับว่า
มีปัญหาด้านการขายบริการทางเพศ เพราะนักศึกษาในส่วนนี้เห็นว่า
จะมีรายได้มีเงินใช้
และอยู่ในสังคมอย่างมีหน้ามีตา ถึงกับมีรถยนต์ใช้ ส่วนเรื่องการเรียนพวกนี้ไม่สนใจมากนัก
ส่วนความรุนแรงยกพวกตีกันน้อยมาก พบว่ายาเสพติดค่อนข้างจะมีมากกว่าการขายบริการทางเพศ
การแก้ปัญหาจะมีครู 4 ทุ่ม คือจะทำตัวกลมกลืนกับนักศึกษาคิดว่าที่ไหนที่กลุ่มเสี่ยงไปเที่ยวกัน
ก็จะได้ข้อมูลใช้ในการแก้ปัญหา ที่แย่คือร้านกาแฟริมทางรอบ ๆ
มีจำนวนมาก นอกจากนี้รอบๆ สถาบันราชภัฏจะมีร้านกาแฟซึ่งอาจจะเป็นจุดนัดพบ
มีการส่งภาษาสื่อสารที่คนนอกไม่เข้าใจ ซึ่งอาจจะมีการขายบริการทางเพศหรือยาเสพติดเกิดขึ้นได้
นางนฤมล อัศวเกศมณี รองผู้อำนวยการสำนักกิจการนักศึกษา
รภ.นครศรีธรรมราชกล่าวว่า มีนักศึกษาเล่าให้ฟังว่ามีการขายบริการทางเพศมีรถรับ-ส่งนักศึกษา
สมัยนี้การสื่อสารสะดวก
ก็ไม่เห็นภาพนั้นแล้วอาจจะมีการติดต่อโดยตรง ปัญหานี้หลายแห่งก็คล้ายกันอยู่
เห็นนักศึกษาบางคน
ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปก็เคยเรียกมาสอบถามต้องยอมรับว่าเขาไม่อาย
"บอกว่าอยู่กับแฟน อาจจะเป็นเพราะบรรลุนิติภาวะแล้ว
ถามว่าพ่อแม่ไม่ว่าหรืออย่างไรก็ได้รับคำตอบว่า
ไม่เป็นไร ในเมื่อผู้ปกครองเห็นเป็นเรื่องปกติ ก็ไม่ทราบว่าจะตำหนิเขาได้อย่างไร
เพียงแต่ให้ข้อคิดว่า
อย่าให้เกิดปัญหา ทั้งที่ความจริงแล้วไม่เห็นด้วยที่นักศึกษาจะอยู่กินด้วยกัน"
นางนฤมล กล่าว
ที่มา:
http://www.manager.co.th/qol/ViewNews.asp?NewsID=2000000032811
|