ปลุกปั้นได้ด้วยใจรัก “ผักโฮมเมด (2)”
เชื่อว่าหลังอ่านคอลัมน์นี้ของฉบับที่แล้วจบลง แฟนๆ คอลัมน์คงเริ่มคันมือคันไม้อยากลงมือปลุกปั้น “ผักโฮมเมด” ตามที่ว่าง หรือซอกหลืบที่มีแสงแดดส่องถึงในบ้านกันขึ้นมาแล้ว
คราวนี้ก็ถึงเวลาที่จะขยายความกันต่อว่าเราจะลงมือปลูกและให้อาหารบำรุงผักในบ้านของเรากันอย่างไร จึงจะโตไว แข็งแรง และที่สำคัญคือรอดตายจนถึงวันที่เราจะเด็ดมากินให้ชื่นได้...
กลเม็ดเด็ดพรายต่างๆ ที่นำมาเสนอในที่นี้นำมาจาก หนังสือ สวนครัวคนเมือง ปลูกความสุขในบ้านคุณ โดย คุณนคร ลิมปคุปตถาวร และ คุณสุณัฐลินี สินพรม จัดพิมพ์โดย มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) “เพื่อนธรรมชาติ” ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี่
เรามาเริ่มกันด้วยวิธีการปลูกก่อน จากนั้นจะเป็นวิธีการจัดอาหารบำรุงผัก 2 เมนู ได้แก่ การทำปุ๋ยหมัก และ น้ำสกัดชีวภาพ ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้เองจากของในบ้าน
วิธีการปลูกผัก
วิธีการปลูกผัก โดยทั่วไปมีอยู่ 2 วิธีหลักๆ คือ ปลูกลงแปลงโดยตรง และย้ายปลูก
1.การปลูกลงแปลงโดยตรง ได้แก่ การหว่านหรือหยอดหลุม วิธีนี้ใช้กับเมล็ดพันธุ์ที่มีราคาถูกหรือมีขนาดใหญ่ หรือเป็นพวกผักกินหัว/ราก เช่น หัวไชเท้า แครอท เพราะรากและลำต้นสามารถงอกทะลุผ่านเม็ดดินที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ และพืชกินหัวจะไม่ทำการย้ายต้นกล้าไปปลูก เพราะจะทำให้รากของต้นผักได้รับการกระทบกระเทือน อาจชะงักการเจริญเติบโตได้
วิธีการหยอดเมล็ดลงแปลง ก่อนหยอดเมล็ดให้ใช้ไม้กรีดดินให้เป็นร่องตามความยาวของแปลงผัก ลึกประมาณ 2-3 เท่าของขนาดเมล็ด หยอดเมล็ดลงในร่อง แล้วใช้ดินตรงสันร่องกลบทับเมล็ด จากนั้นจึงคลุมดินด้วยฟางแล้วรดน้ำ
2. การเพาะเมล็ดแล้วย้ายปลูก วิธีนี้เหมาะสำหรับเมล็ดพันธุ์ที่มีราคาแพง เช่น ผักสลัด มะเขือเทศ พริก หรือจะใช้วิธีนี้เมื่อต้องการให้มีความประณีตและผลผลิตที่ดี ทำได้โดยการเพาะในถาดหลุมหรือกระจาดพลาสติก เมื่อต้นกล้าผักงอกจนมีใบจริงประมาณ 2-3 ใบแล้วจึงย้ายไปปลูกลงแปลงได้
สำหรับท่านที่ต้องการปลูกผักในกระถาง หลักสำคัญ คือ ให้เลือกกระถางที่มีขนาดใหญ่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช ควรจะมีความลึกของก้นกระถางหรือภาชนะที่ใช้ประมาณ 30-50 เซนติเมตร ขึ้นไป หากไม่มีกระถางสามารถใช้กะละมังเก่าที่ก้นแตกแล้ว ลังไม้ หรือกล่องโฟมที่จะนำไปทิ้ง มาดัดแปลงเป็นภาชนะสำหรับปลูกผักได้
วัสดุที่ใช้ปลูกควรมีความโปร่งร่วนซุย ดินปลูกที่ขายเป็นถุงตามร้านค้าอุปกรณ์การเกษตรหรือร้านต้นไม้ทั่วไปก็พอใช้ได้ แต่ควรเสริมวัสดุปลูกให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น หรือทำใช้เองก็ได้ตามส่วนผสมตามสูตรดังนี้
ส่วนผสมวัสดุปลูกผักกระถาง
1. ดินร่วนหรือดินถุง 1 ส่วน
2. ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน
3. แกลบเผา หรือขุยมะพร้าว หรือใบก้ามปู 1 ส่วน
วิธีการปลูกผักในภาชนะ
1. ตวงและผสมวัสดุปลูก ได้แก่ ดินผสม ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก และอินทรียวัตถุ ที่หาได้ เช่น ขุยมะพร้าว แกลบเผา ฯลฯ ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันด้วยมือหรือพลั่ว
2. นำวัสดุปลูกใส่ถุง หรือกระถาง หรือภาชนะปลูกที่หาได้ง่าย เช่น กล่องโฟม ถ้วยบะหมี่สำเร็จรูปที่เจาะรูที่ก้นภาชนะแล้ว สัก 2-3 รู เพื่อระบายน้ำ รดน้ำวัสดุปลูกให้ชุ่ม ก่อนย้ายต้นกล้าผักลงปลูก
3. ย้ายต้นกล้าจากถาดหลุมหรือกระจาดเพาะต้นกล้าอย่างเบามือและให้ดินติดรากมากที่สุด ทำหลุมในวัสดุปลูก ใส่ต้นกล้าลงไป พร้อมฟางหรือหญ้าแห้ง
วิธีทำน้ำสกัดชีวภาพจากเศษขยะครัวเรือน
1. เตรียมวัสดุได้แก่ เศษผัก ผลไม้ เศษอาหารในครัวเรือนที่ยังไม่ปูดเน่า จำนวน 3 ส่วน
2. หั่น สับ วัตถุดิบ ให้เป็นชิ้นเล็กๆ
3. คลุกเคล้ากับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลสีรำ 1 ส่วน
4. ใส่ภาชนะมีฝาปิดสนิท เช่นถังพลาสติก
5. ทิ้งไว้ 1 เดือนขึ้นไป จึงนำมาใช้ได้
วิธีทำปุ๋ยหมักแบบเร่งด่วน
1. เตรียมวัสดุดังนี้
- มูลสัตว์ 1ส่วน
- รำข้าว 1 ส่วน
- วัสดุอินทรีย์ 1 ส่วน (เช่น เศษพืช ใบไม้แห้ง แกลบดิบ แกลบเผา ขุยมะพร้าว อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน)
2. ผสมคลุกเคล้าวัสดุให้เข้ากัน รดน้ำหมักชีวภาพเจือจาง 100 เท่า ให้มีความชื้นพอปั้นเป็นก้อนได้ ไม่แฉะจนมีน้ำไหลเยิ้ม
3. ตั้งกองเป็นรูปหลังเต่า คลุมด้วยกระสอบป่านหรือพลาสติก ทิ้งไว้ 3-5 วัน จะมีราขาวเกิดขึ้น ให้กลับกองจนปุ๋ยเย็นดีแล้ว จึงตักใส่กระสอบเก็บไว้
เอาละ คนที่คันมือคันไม้ทั้งหลาย...ลงมือกันได้เลย ลุย!
ที่มา : จดหมายข่าวเพื่อนธรรมชาติ ฉบับพิเศษ 4










