หน้าแรก
: พุธที่ 8 กันยายน 2553 :

ในโอกาสเข้าพรรษานี้ ขอเชิญท่านร่วมกันทำบุญโดยการอุทิศเวลาว่างของท่านมาเป็นอาสาสมัครช่วยดูแลน้องๆในสถานสงเคราะห์เด็ก สอบถาม โทร.0-2589-4243 ,0-2591-8092   ดูรายละเอียดโครงการ..ได้ที่นี่..           

main_menu

  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับมูลนิธิ
  • ติดต่อมูลนิธิ
  • feed
หน้าแรก

คลิปวิดีโอ

Watch this video!
ชุมชนส่งเสริมสุขภาพ

ดูทั้งหมด

หนังสือน่าอ่าน
หนังสือน่าอ่าน
ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เสื้อยืด-กระเป๋าช่วยลดโลกร้อน
ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ล็อกอิน

  • สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่
  • ลืมรหัสผ่าน

นำทาง

  • จัดการจดหมายข่าว

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

ปลุกปั้นได้ด้วยใจรัก “ผักโฮมเมด (2)”

เขียนโดย webmaster เมื่อ พฤ, 05/06/2010 - 10:34

 

        เชื่อว่าหลังอ่านคอลัมน์นี้ของฉบับที่แล้วจบลง แฟนๆ คอลัมน์คงเริ่มคันมือคันไม้อยากลงมือปลุกปั้น “ผักโฮมเมด” ตามที่ว่าง หรือซอกหลืบที่มีแสงแดดส่องถึงในบ้านกันขึ้นมาแล้ว
คราวนี้ก็ถึงเวลาที่จะขยายความกันต่อว่าเราจะลงมือปลูกและให้อาหารบำรุงผักในบ้านของเรากันอย่างไร จึงจะโตไว แข็งแรง และที่สำคัญคือรอดตายจนถึงวันที่เราจะเด็ดมากินให้ชื่นได้...
         กลเม็ดเด็ดพรายต่างๆ ที่นำมาเสนอในที่นี้นำมาจาก หนังสือ สวนครัวคนเมือง ปลูกความสุขในบ้านคุณ โดย คุณนคร ลิมปคุปตถาวร และ คุณสุณัฐลินี สินพรม จัดพิมพ์โดย มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) “เพื่อนธรรมชาติ” ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี่

        เรามาเริ่มกันด้วยวิธีการปลูกก่อน จากนั้นจะเป็นวิธีการจัดอาหารบำรุงผัก 2 เมนู ได้แก่ การทำปุ๋ยหมัก และ น้ำสกัดชีวภาพ ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้เองจากของในบ้าน

 

        วิธีการปลูกผัก

        วิธีการปลูกผัก โดยทั่วไปมีอยู่ 2 วิธีหลักๆ คือ ปลูกลงแปลงโดยตรง และย้ายปลูก
        1.การปลูกลงแปลงโดยตรง ได้แก่ การหว่านหรือหยอดหลุม วิธีนี้ใช้กับเมล็ดพันธุ์ที่มีราคาถูกหรือมีขนาดใหญ่ หรือเป็นพวกผักกินหัว/ราก เช่น หัวไชเท้า แครอท เพราะรากและลำต้นสามารถงอกทะลุผ่านเม็ดดินที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ และพืชกินหัวจะไม่ทำการย้ายต้นกล้าไปปลูก เพราะจะทำให้รากของต้นผักได้รับการกระทบกระเทือน อาจชะงักการเจริญเติบโตได้
         วิธีการหยอดเมล็ดลงแปลง ก่อนหยอดเมล็ดให้ใช้ไม้กรีดดินให้เป็นร่องตามความยาวของแปลงผัก ลึกประมาณ 2-3 เท่าของขนาดเมล็ด หยอดเมล็ดลงในร่อง แล้วใช้ดินตรงสันร่องกลบทับเมล็ด จากนั้นจึงคลุมดินด้วยฟางแล้วรดน้ำ
        2. การเพาะเมล็ดแล้วย้ายปลูก วิธีนี้เหมาะสำหรับเมล็ดพันธุ์ที่มีราคาแพง เช่น ผักสลัด มะเขือเทศ พริก หรือจะใช้วิธีนี้เมื่อต้องการให้มีความประณีตและผลผลิตที่ดี ทำได้โดยการเพาะในถาดหลุมหรือกระจาดพลาสติก เมื่อต้นกล้าผักงอกจนมีใบจริงประมาณ 2-3 ใบแล้วจึงย้ายไปปลูกลงแปลงได้
         สำหรับท่านที่ต้องการปลูกผักในกระถาง หลักสำคัญ คือ ให้เลือกกระถางที่มีขนาดใหญ่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช ควรจะมีความลึกของก้นกระถางหรือภาชนะที่ใช้ประมาณ 30-50 เซนติเมตร ขึ้นไป หากไม่มีกระถางสามารถใช้กะละมังเก่าที่ก้นแตกแล้ว ลังไม้ หรือกล่องโฟมที่จะนำไปทิ้ง มาดัดแปลงเป็นภาชนะสำหรับปลูกผักได้
         วัสดุที่ใช้ปลูกควรมีความโปร่งร่วนซุย ดินปลูกที่ขายเป็นถุงตามร้านค้าอุปกรณ์การเกษตรหรือร้านต้นไม้ทั่วไปก็พอใช้ได้ แต่ควรเสริมวัสดุปลูกให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น หรือทำใช้เองก็ได้ตามส่วนผสมตามสูตรดังนี้

        ส่วนผสมวัสดุปลูกผักกระถาง

        1. ดินร่วนหรือดินถุง 1 ส่วน
        2. ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน
        3. แกลบเผา หรือขุยมะพร้าว หรือใบก้ามปู 1 ส่วน

        วิธีการปลูกผักในภาชนะ

        1. ตวงและผสมวัสดุปลูก ได้แก่ ดินผสม ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก และอินทรียวัตถุ ที่หาได้ เช่น ขุยมะพร้าว แกลบเผา ฯลฯ ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันด้วยมือหรือพลั่ว
        2. นำวัสดุปลูกใส่ถุง หรือกระถาง หรือภาชนะปลูกที่หาได้ง่าย เช่น กล่องโฟม ถ้วยบะหมี่สำเร็จรูปที่เจาะรูที่ก้นภาชนะแล้ว สัก 2-3 รู เพื่อระบายน้ำ รดน้ำวัสดุปลูกให้ชุ่ม ก่อนย้ายต้นกล้าผักลงปลูก
        3. ย้ายต้นกล้าจากถาดหลุมหรือกระจาดเพาะต้นกล้าอย่างเบามือและให้ดินติดรากมากที่สุด ทำหลุมในวัสดุปลูก ใส่ต้นกล้าลงไป พร้อมฟางหรือหญ้าแห้ง

        วิธีทำน้ำสกัดชีวภาพจากเศษขยะครัวเรือน

        1. เตรียมวัสดุได้แก่ เศษผัก ผลไม้ เศษอาหารในครัวเรือนที่ยังไม่ปูดเน่า จำนวน 3 ส่วน
        2. หั่น สับ วัตถุดิบ ให้เป็นชิ้นเล็กๆ
        3. คลุกเคล้ากับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลสีรำ 1 ส่วน
        4. ใส่ภาชนะมีฝาปิดสนิท เช่นถังพลาสติก
        5. ทิ้งไว้ 1 เดือนขึ้นไป จึงนำมาใช้ได้

 

        วิธีทำปุ๋ยหมักแบบเร่งด่วน

        1. เตรียมวัสดุดังนี้
            - มูลสัตว์ 1ส่วน
            - รำข้าว 1 ส่วน
            - วัสดุอินทรีย์ 1 ส่วน (เช่น เศษพืช ใบไม้แห้ง แกลบดิบ แกลบเผา ขุยมะพร้าว อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน)
        2. ผสมคลุกเคล้าวัสดุให้เข้ากัน รดน้ำหมักชีวภาพเจือจาง 100 เท่า ให้มีความชื้นพอปั้นเป็นก้อนได้ ไม่แฉะจนมีน้ำไหลเยิ้ม
        3. ตั้งกองเป็นรูปหลังเต่า คลุมด้วยกระสอบป่านหรือพลาสติก ทิ้งไว้ 3-5 วัน จะมีราขาวเกิดขึ้น ให้กลับกองจนปุ๋ยเย็นดีแล้ว จึงตักใส่กระสอบเก็บไว้

        เอาละ คนที่คันมือคันไม้ทั้งหลาย...ลงมือกันได้เลย ลุย!

 

  ที่มา : จดหมายข่าวเพื่อนธรรมชาติ ฉบับพิเศษ 4

 

 

  • ย่อโลกสุขภาพ
  • กินครอบจักรวาล
  • สุขกาย สบายจิต
  • บริหารกายเพิ่มพลังชีวิต
  • รู้อยู่ รู้รักษา
  • ทำเองใช้เอง
  • สมุนไพรบำบัด
  • หนังสือน่าอ่าน

บัญชียาหลักแห่งชาติจากสมุนไพร

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550

ร้านทางเลือกเพื่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

จำนวนผู้เข้าชม
C
counter customizable free hit
เริ่มนับ 16 กันยายน 2547


มูลนิธิสุขภาพไทย 520/1-2 ซ.16 เทศบาลรังรักษ์เหนือ ประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กทม.10900
โทร 0-2589-4243 Fax 0-2591-8092
E-mail : thaihof@yahoo.com