ลักษณะ
ไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเดี่ยวรูปไข่ปลายเรียวแหลม ขอบแก้มใบหยักเล็กน้อย
ผิวเรียบมัน ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ลักษณะรูปปากแตรสีม่วงแกมน้ำเงิน
ใบประดับสีเขียวมีจุดสีน้ำตาลแดง
สรรพคุณเด่น
ถอนพิษเบื่อเมา พิษไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ
วิธีใช้ในครัวเรือน
นำรากหรือใบรางจืดมาโขลกให้แหลกผสมนำซาวข้าวคั้นเอาแต่น้ำใช้ดื่ม
หรือเอาใบรางจืดมาพึ่งลมให้แห้งแล้วเก็บใบชงกับน้ำร้อนดื่มต่างน้ำก็ได้
สภาพแวดล้อม
รางจืดเป็นพืชที่ชอบอยู่ตามลุ่มน้ำ ลำห้วย ลำธาร ขึ้นในป่าชื้นจะงามมาก
ใบมีขนาดใหญ่ ถ้าอยู่ในบริเวณที่มีน้ำให้ความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์
จะออกเถาไม่รู้จบสิ้น ต้นเดียวจะออกเถาคลุมเนื้อที่เป็นงานๆ
ชอบดินร่วนปนทราย
ปลูก / ดูแล
ปลูกโดยเพาะเมล็ด หรือใช้เถาปักชำ เมล็ดรางจืดจะแก่ในราวเดือนกุมภาพันธ์
- มีนาคม เก็บเมล็ดก่อนฝักจะแตก นำมาใส่กระด้งหรือผ้าพลาสติกเขียวเพื่อป้องกันเมล็ดกระเด็น
นำเมล็ดไปเพาะแล้วย้ายปลูก การเพาะเมล็ดไม่นิยมเท่าการใช้เถา
เนื่องจากใช้เวลานานกว่า และเมล็ดมีจำนวนน้อย
การชำเถา ให้เลือกเถาแก่ นำมาตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณคืบเศษ
(6-8 นิ้ว) ให้มีตาติดอยู่ 2-3 ตา ช่วงตาหรือข้อของเถาอาจยาวไม่เท่ากัน
อย่างน้อยให้มีตา 2 ตา ในฤดูฝนสามารถนำไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ได้เลย
ไม่ต้องชำ แต่ถ้าเป็นฤดูอื่น ควรนำไปชำในกระบะเพาะหรือถุง
ปักเถาให้เอียงเล็กน้อย ถ้าชำในฤดูฝนจะออกรากเร็ว ใช้เวลาราว
2 อาทิตย์ ในฤดูแล้งจะช้ากว้า เมื่อเถาชำอายุได้ 45 วัน ก็นำไปปลูกในหลุมที่รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก
ห่างจากค้างประมาณ 50 ซม.
รางจืดไม่เหมาะจะปลูกร่วมกับไม้ผล แต่ปลูกให้ขึ้นไม้ใหญ่อื่น
ๆ ได้ ถ้าจะให้สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว ควรทำค้างให้ขึ้น สูงประมาณ
1.20 เมตร ค้างควรมีขนาดใหญ่และแข็งแรง เพราะรางจืดมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
การปักเสามีสายสลิง หรือทำรั้วไม้ปักขัดกันไปมา จะช่วยให้เก็บเกี่ยวได้ง่าย
ดินบริเวณโคนต้นรางจืด ควรรักษาให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ
อย่าให้ขาดน้ำจนดินแตกระแหง ทำให้รากขาด ไม่สามารถหาอาหารไปเลี้ยงเถาข้างบนได้
รางจืดจะทิ้งใบ พอออกรากใหม่ เป็นช่วงที่อาจโดนแมลงเข้ากัดทำลาย
แต่ถ้ารักษาความชุ่มชื้นใบต้นให้มีอยู่เสมอ ก็ยากที่จะแมลงจะรบกวน
แต่ถ้าพบแมลงหรือเพลี้ยมารบกวน หรือใบมีเชื้อราหรือต้องการจะเร่งให้แตกยอด
ให้ตัดเถาให้เหลือเพียง 1-2 วา รางจืดก็จะแตกยอดใหม่อย่างรวดเร็ว
เก็บเกี่ยว
เก็บใบเพสลาด หรือใบกลางแก่กลางอ่อน จับดูใบไม่นิ่มไม่แข็งเกินไป
ถ้ามีซุ้มหรือค้างให้รางจืดเลื้อยพันจะเก็บเอาเฉพาะใบมาใช้
ไม่ต้องตัดทั้งเถา แต่ถ้ารางจืดขึ้นพันไม้อื่น ให้ตัดจากโคนเถามาลิดใบ
แปรรูบ
เนื่องจากรางจืดมีใบหนาและใหญ่ จึงล้างง่ายไม่ต้องกลัวใบช้ำ
นำมาสรงน้ำประมาณ 3 ครั้ง หลังจากนั้นสะเด็ดน้ำให้แห้ง แล้วนำมาตากแดดประมาณ
3 วัน ก่อนบรรจุใส่ถุง บางแห่งนิยมสับใบก่อนนำมาตากเพราะจะช่วยให้แห้งเร็วขึ้น
ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
ชาชง