รางจืด

ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

      ชื่อวิทยาศาสตร์ : Thunbergia laurifolia Linn.

     ชื่ออื่น : ยาเขียว , เครือเขาเขียว , กำลังช้างเผือก , หนามแน่ ,ย้ำแย้ ,น้ำนอง , คาย , ดุเหว่า , รางเย็น , ทิดพุด , แอดแอ , ขอบชะนาง

ลักษณะ
ไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเดี่ยวรูปไข่ปลายเรียวแหลม ขอบแก้มใบหยักเล็กน้อย ผิวเรียบมัน ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ลักษณะรูปปากแตรสีม่วงแกมน้ำเงิน ใบประดับสีเขียวมีจุดสีน้ำตาลแดง

สรรพคุณเด่น
ถอนพิษเบื่อเมา พิษไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ

วิธีใช้ในครัวเรือน
นำรากหรือใบรางจืดมาโขลกให้แหลกผสมนำซาวข้าวคั้นเอาแต่น้ำใช้ดื่ม หรือเอาใบรางจืดมาพึ่งลมให้แห้งแล้วเก็บใบชงกับน้ำร้อนดื่มต่างน้ำก็ได้

สภาพแวดล้อม
รางจืดเป็นพืชที่ชอบอยู่ตามลุ่มน้ำ ลำห้วย ลำธาร ขึ้นในป่าชื้นจะงามมาก ใบมีขนาดใหญ่ ถ้าอยู่ในบริเวณที่มีน้ำให้ความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์ จะออกเถาไม่รู้จบสิ้น ต้นเดียวจะออกเถาคลุมเนื้อที่เป็นงานๆ ชอบดินร่วนปนทราย

ปลูก / ดูแล
ปลูกโดยเพาะเมล็ด หรือใช้เถาปักชำ เมล็ดรางจืดจะแก่ในราวเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม เก็บเมล็ดก่อนฝักจะแตก นำมาใส่กระด้งหรือผ้าพลาสติกเขียวเพื่อป้องกันเมล็ดกระเด็น นำเมล็ดไปเพาะแล้วย้ายปลูก การเพาะเมล็ดไม่นิยมเท่าการใช้เถา เนื่องจากใช้เวลานานกว่า และเมล็ดมีจำนวนน้อย

การชำเถา ให้เลือกเถาแก่ นำมาตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณคืบเศษ (6-8 นิ้ว) ให้มีตาติดอยู่ 2-3 ตา ช่วงตาหรือข้อของเถาอาจยาวไม่เท่ากัน อย่างน้อยให้มีตา 2 ตา ในฤดูฝนสามารถนำไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ได้เลย ไม่ต้องชำ แต่ถ้าเป็นฤดูอื่น ควรนำไปชำในกระบะเพาะหรือถุง ปักเถาให้เอียงเล็กน้อย ถ้าชำในฤดูฝนจะออกรากเร็ว ใช้เวลาราว 2 อาทิตย์ ในฤดูแล้งจะช้ากว้า เมื่อเถาชำอายุได้ 45 วัน ก็นำไปปลูกในหลุมที่รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ห่างจากค้างประมาณ 50 ซม.

รางจืดไม่เหมาะจะปลูกร่วมกับไม้ผล แต่ปลูกให้ขึ้นไม้ใหญ่อื่น ๆ ได้ ถ้าจะให้สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว ควรทำค้างให้ขึ้น สูงประมาณ 1.20 เมตร ค้างควรมีขนาดใหญ่และแข็งแรง เพราะรางจืดมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การปักเสามีสายสลิง หรือทำรั้วไม้ปักขัดกันไปมา จะช่วยให้เก็บเกี่ยวได้ง่าย

ดินบริเวณโคนต้นรางจืด ควรรักษาให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ อย่าให้ขาดน้ำจนดินแตกระแหง ทำให้รากขาด ไม่สามารถหาอาหารไปเลี้ยงเถาข้างบนได้ รางจืดจะทิ้งใบ พอออกรากใหม่ เป็นช่วงที่อาจโดนแมลงเข้ากัดทำลาย แต่ถ้ารักษาความชุ่มชื้นใบต้นให้มีอยู่เสมอ ก็ยากที่จะแมลงจะรบกวน

แต่ถ้าพบแมลงหรือเพลี้ยมารบกวน หรือใบมีเชื้อราหรือต้องการจะเร่งให้แตกยอด ให้ตัดเถาให้เหลือเพียง 1-2 วา รางจืดก็จะแตกยอดใหม่อย่างรวดเร็ว

เก็บเกี่ยว
เก็บใบเพสลาด หรือใบกลางแก่กลางอ่อน จับดูใบไม่นิ่มไม่แข็งเกินไป ถ้ามีซุ้มหรือค้างให้รางจืดเลื้อยพันจะเก็บเอาเฉพาะใบมาใช้ ไม่ต้องตัดทั้งเถา แต่ถ้ารางจืดขึ้นพันไม้อื่น ให้ตัดจากโคนเถามาลิดใบ

แปรรูบ
เนื่องจากรางจืดมีใบหนาและใหญ่ จึงล้างง่ายไม่ต้องกลัวใบช้ำ นำมาสรงน้ำประมาณ 3 ครั้ง หลังจากนั้นสะเด็ดน้ำให้แห้ง แล้วนำมาตากแดดประมาณ 3 วัน ก่อนบรรจุใส่ถุง บางแห่งนิยมสับใบก่อนนำมาตากเพราะจะช่วยให้แห้งเร็วขึ้น

ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
ชาชง





©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003