ปุ๋ยน้ำสกัดชีวภาพ
: ทำเอง ใช้เองในบ้าน
ที่มา
: มูลนิธิสุขภาพไทย
หลายคนที่เคยปลูกต้นไม้
ปลูกผักในบ้าน ย่อมมีปัญหากับต้นไม้พืชผักของเราที่ปลูกไปนั้นไม่สวย
โตไม่งามเหมือนที่วางขายอยู่ทั่วไป อย่างพวกต้นไม้ดอก ไม้ประดับ
ดอกไม่สวย ต้นไม่งามเหมือนที่ขายตามร้านขายต้นไม้ในจตุจักร
ส่วนผักสวนครัวต่างๆ ใบก็เล็ก ต้นก็แกรน ไม่อวบอ้วนน่ากินเหมือนที่ขายอยู่ในตลาด
ซึ่งทราบกันดีอยู่แล้วว่าผักหรือต้นไม้ที่งามๆ เหล่านั้นถูกเลี้ยงบำรุงเร่งให้โตด้วยปุ๋ยวิทยาศาสตร์
และแน่นอนสารเคมีตกค้างย่อมเกิดขึ้น ฉะนั้นอย่าไปเสี่ยงดีกว่า
ปลูกพืชผักแบบไร้สารพิษกินเอง ใช้เองในบ้านชัวร์ที่สุด
สำหรับท่านที่ปลูกต้นไม้ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นไม้ประดับ หรือพืชผักสวนครัว
วันนี้จะแนะนำเกษตรกรรมแบบธรรมชาติ ในการบำรุงต้นไม้ด้วยการใส่ปุ๋ยจากธรรมชาติ
ที่ปลอดภัยทั้งสุขภาพคุณ และครอบครัว อีกทั้งไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ที่สำคัญผลผลิตที่ได้สร้างความพออกพอใจอย่างแน่นอน
ปุ๋ยจากธรรมชาติที่จะพูดถึงคือ"ปุ๋ยน้ำสกัดชีวภาพ"
ด้วยขั้นตอนและวิธีทำที่ง่ายๆ สะดวกไม่เสียเวลาด้วย จึงเหมาะกับคนเมืองทั้งหลายที่มีข้อจำกัดทั้งในเรื่องของเวลา
และสถานที่เป็นอย่างยิ่ง
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักปุ๋ยน้ำสกัดชีวภาพกันก่อนว่าเป็นอย่างไร
ปุ๋ยน้ำสกัดชีวภาพ
เป็นน้ำจุลินทรีย์ที่ได้จากการหมักอินทรีย์วัตถุจากธรรมชาติ
อาทิ พืชผัก ผลไม้ต่างๆ ทุกชนิด เศษอาหาร ฯลฯ หมักกับน้ำตาลด้วยกรรมวิธีทางธรรมชาติ
ที่มีประโยชน์ในแง่สุขภาพ และรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งน้ำจุลินทรีย์นี้สามารถมาใช้เป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้ได้ผลดีเยี่ยม
ปุ๋ยน้ำสกัดชีวภาพนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายสูตร
แต่ที่จะพูดถึงมีอยู่ด้วยกัน ๔ สูตร แต่ละสูตรเหมาะกับประเภทของการปลูกต้นไม้แต่ละชนิดๆ
ไป ส่วนขั้นตอนการทำนั้นทุกสูตรทำใช้ได้เองง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
และสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานแสนนาน
สูตรที่ ๑ ปุ๋ยน้ำสูตรเกาหลี
หรือที่เรียกว่าสูตรลุงโชว จะเป็นการทำจุลินทรีย์ขึ้นมาสองลักษณะคือ
ปุ๋ยน้ำแม่ หรือหัวเชื้อแม่ (FPJ-Fermented Plant Juice) และปุ๋ยน้ำพ่อ
หรือหัวเชื้อพ่อ (FFJ-Fermented Fruit Juice)
ปุ๋ยน้ำแม่ หรือหัวเชื้อแม่
(FPJ-Fermented Plant Juice ) ปุ๋ยนี้จะทำให้สภาพดินมีความเป็น
กลางค่อนไปทางด่าง เหมือนดินช่วงที่ฝนตก วัตถุดิบที่ใช้มีเพียงผัก
และน้ำตาล ซึ่งขั้นตอนการทำให้เอาผักอะไรก็ได้ที่เรารับประทานกัน
แต่ถ้าเป็นผักบุ้งหาได้ง่ายหน่อย อาจไม่ต้องไปซื้อ เก็บเอาแถวบ้าน
หรือข้างถนนก็มีให้เห็น
- นำผักล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นท่อนๆ ขนาดตามต้องการ
- ต่อมานำผัก และน้ำตาลมาชั่งให้ได้ปริมาณที่กำหนดในอัตราส่วน
๒ : ๑ นั่นคือ ถ้าหากเราใช้ผัก ๒ กก. ใช้น้ำตาล ๑ กก. โดยอัตราส่วนนี้ห้ามผิดเพี้ยน
หรือใครขี้เกียจแล้วจะมากะประมาณๆ เอาไม่ได้ ให้ชั่งน้ำหนักด้วยตาชั่งอย่างถูกต้อง
- จากนั้นแบ่งผักเป็น ๒ กะละมังเท่าๆ กัน ส่วนน้ำตาลให้แบ่งเป็น
๓ ส่วน ส่วนแรกหนัก ๔.๕ ขีด ใส่กะละมังใบแรก น้ำตาลส่วนที่
๒ หนัก ๓.๕ ขีด ใส่ในกะละมังใบที่สอง และน้ำตาลที่เหลือส่วนที่
๓ เอาไว้สำหรับโรยปิดหน้า สำหรับการคลุกเคล้า เราจะทำทีละกะละมัง
ให้ใช้กะละมังขนาดค่อนข้างใหญ่หน่อย เพื่อคลุกเคล้าได้ง่าย
หากใช้กะละมังเล็กไปการคลุกเคล้าไม่สะดวก ทำให้ไม่ได้น้ำ คลุกเบาๆ
แบบทวนเข็มนาฬิกา อย่าไปขยำหรือบีบให้ผักช้ำ และต้องคลุกจนกว่าน้ำท่วมผัก
ใช้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
- เมื่อเห็นว่ามีน้ำออกมาเยอะจนท่วมผัก จัดการเอาลงใส่ไหได้เลย
แต่หากน้ำยังออกไม่เยอะก็ตั้งทิ้งไว้สักพักเพื่อให้น้ำออกมาก่อน
แล้วค่อยเอาใส่ไห การลงใส่ไหให้เอาผักในกะละมังที่น้ำตาลน้อยลงไปก่อน
ตามด้วยกะละมังผักที่มีน้ำตาลมาก เสร็จแล้วโรยน้ำตาลที่เหลือปิดหน้า
จากนั้นปิดฝาทิ้งไว้ ถ้าเป็นผักบุ้งประมาณ ๓ วัน ก็นำมาใช้ได้
แต่ถ้าหากเป็นหน่อไม้ ต้นกล้วย จะนานหน่อยประมาณ ๑๐-๑๔ วัน
ปุ๋ยน้ำพ่อ
หรือหัวเชื้อพ่อ (FFJ-Fermented Fruit Juice) วิธีทำเหมือนกับปุ๋ยน้ำแม่ทุก
อย่าง แต่จะเปลี่ยนจากใช้ผักมาเป็นพวกผลไม้ โดยใช้ผลไม้ทั้งลูกนำมาหั่น
ในอัตราส่วนผสมกับน้ำตาลเป็น ๑ : ๑ คือ ถ้าใช้ผลไม้ ๑ กก.
จะใช้น้ำตาล ๑ กก. เช่นกัน นำมาหมักในไหไว้อย่างน้อย ๑๕ วัน
สำหรับทั้งหัวเชื้อแม่ และหัวเชื้อพ่อ เมื่อหมักได้ครบตามที่กำหนด
ให้เทเอาเฉพาะน้ำ กากไม่เอา เทใส่ในขวดอะไรก็ได้ เก็บไว้ในตู้เย็น
แล้วค่อยแบ่งมาใช้
การนำมาใช้ของสูตรนี้คือ
ใช้หัวเชื้อพ่อเพียง ๑ ใน ๑๐ ของหัวเชื้อแม่ นำมาผสมน้ำดังนี้
- เริ่มจากผสมหัวเชื้อแม่กับน้ำก่อนในอัตราส่วน ๑ : ๕๐๐ นั่นคือ
ถ้าใช้หัวเชื้อแม่ ๑ ส่วน ผสมน้ำ ๕๐๐ ส่วน แต่เราจะสมมติว่าใช้หัวเชื้อแม่
๑๐ ซีซี ฉะนั้นก็ต้องใช้น้ำ ๕,๐๐๐ ซีซี
- ส่วนหัวเชื้อพ่อใช้ปริมาณเพียง ๑ ใน ๑๐ ของหัวเชื้อแม่
แต่ผสมน้ำอัตราส่วน ๑ : ๕๐๐ เช่นกัน ข้างต้นเราสมมติไปแล้วว่าหัวเชื้อแม่ที่ผสมน้ำคือ
๑๐ ซีซี ฉะนั้นต้องใช้หัวเชื้อพ่อเพียง ๑ ซีซี ผสมน้ำ ๕๐๐
ซีซี รวมเราต้องใช้น้ำในการผสมทั้งสองนี้ ๕,๕๐๐ ซีซี
- นำหัวเชื้อทั้งแม่และพ่อที่ผสมน้ำแล้วมาผสมกันอีกครั้ง
จากนั้นนำมารดน้ำพืชผักที่เราปลูก ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ
ไม้ผล และผักสวนครัว รดด้วยปุ๋ยน้ำสกัดนี้ได้ทั้งหมด โดยรดเพียงเดือนละ
๑ ครั้ง เท่านั้นเอง ใครที่ปลูกอะไรไว้ก็รดอย่างนั้นรับรองได้ผลผลิตอย่างงาม
อาทิ ปลูกผักสวนครัวทั้งต้นทั้งใบจะโตอวบอิ่ม กินแล้วกรอบอร่อย
ส่วนพริกให้ผลแดงเต็มต้น หรือว่าบางคนที่ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ
มันก็จะพากันออกดอกบานสะพรั่งดูแล้วชุ่มชื่นหัวใจเสียจริง
สูตรการทำปุ๋ยน้ำสกัดชีวภาพใช่ว่าจะมีเพียงแค่นี้
ยังมีอีกหลายสูตรที่ทั้งง่าย และสะดวกกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นสูตรปุ๋ยน้ำรสสุคนธ์,
ปุ๋ยน้ำปฐมอโศก หรือปุ๋ยน้ำอาจารย์อุดม ท่านใดใคร่อยากรู้ห้ามพลาด
เสวนาสุขภาพไทยในเดือนสิงหาคม ณ ชมรมเพื่อนธรรมชาติ เราได้เชิญวิทยากรมาให้ความรู้แก่คุณๆ
กับหลากหลายวิธีการทำ "น้ำสกัดชีวภาพ : ปุ๋ยน้ำไร้สารเคมี"
ลองมาศึกษาหาความรู้กัน คราวนี้สะดวกวิธีไหนก็กลับไปทำเอง
ใช้เอง รับรองเห็นผลทันตาทันใจ อีกทั้งผลผลิตยังเป็นที่ถูกอกถูกใจด้วย