ธรรมชาติต้นข้าว

ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย


วันก่อนพบหน้าพ่อทองหล่อ ขวัญทอง ผู้บากบั่นเฮ็ดเกษตรธรรมชาติ อยู่ที่บ้านคำม่วงไข่ จ.ยโสธร ทักทายกันตามประสาคนเฮ็ดอยู่เฮ็ดกิน ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรื่องข้าวปลาอาหาร ปีนี้พ่อทองหล่อชวนแม่บ้านทดลองปักดำโดยใช้ข้าวต้นเดียว แทนที่จะใช้ 2-4 ต้น อย่างที่ทำกันทั่วไป

หมั่นสังเกตต้นข้าวที่เติบโตตามธรรมชาติอยู่หลายปี พ่อทองหล่อพบว่า ต้นข้าวที่ขึ้นเองอยู่โดดๆ แตกกอดีกว่าและแข็งแรงกว่าต้นข้าวที่ปักดำทีละ 2-3 ต้น กอข้าวที่ขึ้นตามธรรมชาติจะไม่สูง แต่แผ่ออกด้านข้างมีรูปทรงเหมือนพัด ลำต้นแข็งแรงไม่ล้มง่าย ต้นเดียวแตกกอออกไปถึง 20 ต้นหรือมากกว่านั้น ในขณะที่ต้นข้าวที่ปักดำ 2-3 ต้น แตกกอน้อยกว่าเสียด้วยซ้ำ

ธรรมชาติของต้นข้าวก็เหมือนกับคน พ่อทองหล่อบอกให้หายสงสัย จับมาอยู่เบียดกันมาก ๆ ก็อึดอัด ไม่ค่อยโต แต่ชาวนาใส่ต้นเดียวกลัวไม่ได้ข้าว เลยเผื่อตายเผื่อเสีย ใส่จับละ 2-3 ต้น บางที 4 ต้น กลายเป็นแย่งที่แย่งอาหารกัน อีกทางหนึ่งก็เกี่ยงกัน ไม่ยอมแตกกอ

แต่ถ้าใช้กล้าเพียงต้นเดียว เว้นระยะห่างให้มากขึ้น ก็จะมีพื้นที่และอาหารให้ต้นข้าวเจริญงอกงามและแตกกอได้ดี เหมือนคนเราจะให้เติบโตมีวุฒิภาวะ ต้องให้อิสระที่จะพัฒนาความคิดอ่านเป็นของตัวเอง

วิธีการอีกอย่างหนึ่งที่พ่อทองหล่อทดลองก็คือ ปักดำกล้าตื้นๆ ชาวนาส่วนมากปักดำค่อนข้างลึก เพราะกลัวต้นกล้าล้ม แต่พ่อทองหล่อว่าอย่ากลัวว่าดำแล้วไม่สวย แปะกล้าลงไปพออยู่ ล้มบ้างก็ไม่เป็นไร สักพักก็จะตั้งขึ้นมาได้เอง

การปักดำลึกๆ ต่างหากที่ผิดธรรมชาติ เพราะต้นข้าวที่ขึ้นเองจะเกิดจากเมล็ดที่ตกและงอกอยู่ที่ผิวดิน หลังปักดำได้ 1 เดือน ต้นข้าวจะเริ่มแตกกอ แต่ถ้าดำลึกโคนต้นกล้าจะถูกดินบีบรัด แตกกอออกทางด้านข้างไม่ได้ ก็จะโตในทางสูงและล้มง่าย อีกอย่าง รากของต้นข้าวไม่ได้แทงลงลึก แต่จะแผ่อยู่ใกล้ๆ ผิวดิน ถ้าดำตื้นจะใกล้เคียงกับธรรมชาติมากกว่า

ระดับน้ำก็สำคัญ ถ้าปล่อยให้น้ำในแปลงลึกเกินไป แม้จะควบคุมหญ้าไม่ให้เกิด แต่ข้าวจะแตกกอไม่ดี พ่อทองหล่อทดลองปล่อยน้ำออกจากแปลงที่ไม่มีปัญหาเรื่องหญ้า จนเหลือน้ำไม่มากนัก ปรากฏว่าข้าวแตกกอดีมาก หญ้าก็ไม่เป็นปัญหา

เมื่อหันมาใช้จำนวนต้นกล้าน้อยลง ดำตื้นๆ มีข้อดีอีกหลายอย่าง ไม่เปลืองข้าวที่ใช้ทำพันธุ์ เพราะตกกล้าห่างขึ้นแต่ให้ได้ต้นกล้าโตขึ้น ใช้เวลาถอนกล้าน้อยลง เพราะไม่ต้องการจำนวนมาก ปักดำเสร็จไวขึ้น

วิธีปักดำที่มีธรรมชาติเป็นครูนี้ เป็นทัศนะที่ตรงข้ามกับวิธีปลูกข้าวแผนใหม่ซึ่งคิดแต่จะเอาผลผลิตข้าวให้ได้มากที่สุด ไม่ได้คำนึงถึงระยะห่างที่เหมาะสม ยิ่งในการทำนาหว่านน้ำตมจะหว่านกันถี่ยิบ ต้องสิ้นเปลืองพันธุ์ข้าวจำนวนมหาศาล เพราะต้องเผื่อเสียเนื่องจากดินเสื่อม สนิมเหล็กในน้ำ หรือคราบเมือกของหอยเชอร์รี่ ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เมล็ดข้าวมีเปอร์เซนต์งอกต่ำ

บางแห่งใช้อัตราข้าวหว่านสูงถึงไร่ละ 50 กก. ทำนา 40 ไร่ ก็ต้องใช้ข้าวปลูกเกือบ 2 ตัน น่าเสียดายเงิน 7-8 พันบาท ที่ควรจะได้หากนำข้าวไปขาย

วิธีดำวิธีหว่านจึงไม่ใช่หญ้าปากคอกอย่างที่คิด

กลับหน้าแรก






©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003