กินไข่ รักไก่ (1)

ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย


คนไทยสมัยก่อนเลี้ยงไก่เป็นสัตว์เลี้ยงคู่บ้าน ผู้หญิงกับเด็กมักเป็นคนเก็บไข่ ให้ข้าวเปลือก ดูแลด้วยความผูกพันเอาใจใส่ ถือเป็นสัตว์มีคุณ ให้เนื้อให้ไข่เป็นอาหาร ภาพเจนตาของแม่ไก่ฟูมฟักปกป้องลูกเจี๊ยบ ยังเป็นบทเรียนเรื่องความรักความกตัญญูสำหรับคนยุคโน้น ที่ปลูกฝังกันไม่ได้ในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ยุคปัจจุบัน

แต่ภาพเจนตาทุกวันนี้ได้แก่ ไก่แฟรนไซส์ ที่ผุดขึ้นทุกหัวระแหง มีแต่เด็กวัยรุ่นเข้าไปนั่งฆ่าเวลากับเพื่อนฝูง สัญลักษณ์ความผูกพันระหว่างแม่กับลูก ไฉนจึงกลายเป็นสินค้าที่สะท้อนความแปลกแยกในครอบครัว พ่อแม่ไปทาง ลูกไปทาง เด็กวัยรุ่นไปอาศัยร้านฟาสต์ฟู้ดเป็นบ้านที่สอง ให้เพื่อนเป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิตแทนผู้ให้กำเนิด

ถ้าให้ฟันธงตอบก็ต้องบอกว่า คนยุคนี้บริโภคไก่ แต่ไม่รักไก่ ไก่ที่แต่ละบ้านเคยเลี้ยงไว้ 5 - 10 ตัว ปล่อยให้คุ้ยเขี่ยหาอาหารกินเอง ตกเย็นก็ให้ข้าวเปลือกบ้าง ก็เปลี่ยนมาเป็นการเลี้ยงสมัยใหม่เพื่อลดต้นทุนแต่ผลิตได้ในปริมาณมหาศาล ไก่ที่เลี้ยงมีจำนวนเป็นแสนหรือถึงล้านตัวในบางฟาร์ม อยู่ในโรงเรือนปิดทึบ แออัดหรือใส่กรงแคบๆ ขุนด้วยหัวอาหาร ใช้ยาต่างๆ และฮอร์โมน

นี่คือเบื้องหลังของเนื้อไก่ ไข่ไก่ราคาถูก ที่ล้นตลาดทุกวันนี้ โดยอ้างคาถา "เพื่อผู้บริโภค" แต่ผู้บริโภคไม่เคยได้รับรู้ข้อมูลว่า การเลี้ยงสมัยใหม่นี้ยังความทุกข์ทรมานให้ไก่ที่เลี้ยงอย่างไร สารเคมีที่ใช้ตกค้างอยู่ในเนื้อไก่หรือไก่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนกินอย่างไร

สำหรับการเลี้ยงสมัยใหม่ ไก่เป็นแค่เครื่องจักร ไม่ใช่ชีวิตอีกชีวิตหนึ่ง เพราะฉะนั้นอะไรก็ทำได้เพื่อสนองเป้าหมายในการผลิต ไก่เนื้อถูกเลี้ยงอย่างแออัด ไก่ไข่ถูกจับใส่กรงแคบๆ จนกระดิกกระเดี้ยแทบไม่ได้ เพื่อไม่ให้เสียพลังงานไปกับการเคลื่อนไหว โรงเรือนเปิดไฟตลอดเวลา เพื่อให้กินอาหารไปสร้างเนื้อผลิตไข่ ความแออัดทำให้ไก่อ่อนแอเครียด ออกอาการด้วยการจิกตีกันเอง หรือจิกมือคนเก็บไข่ เพื่อป้องกันการตายจากสาเหตุนี้ ฟาร์มจึงตัดจงอยปากทิ้งโดยจี้ด้วยไฟฟ้า ตั้งแต่ยังเป็นลูกไก่

การขุนให้อ้วนเป็นความน่าสยดสยองประการหนึ่ง โดยเฉพาะไก่เนื้อ ต้องถือเป็นความกรุณาที่เขาไปจับฆ่าเสียตั้งแต่อายุ 1 - 1.15 เดือน เพราะถ้าขืนเลี้ยงต่อไปเรื่อยๆ ด้วยหัวอาหารเร่งโปรตีน ไก่จะอ้วนจนแม้แต่เดินไปกินอาหารเองที่รางก็ไม่ไหว บางทีอ้วนจนหัวใจวาย เพราะไม่มีแรงสูบฉีดเลือดไปเลี้ยง คนเลี้ยงไก่ฟาร์มย่อมรู้ดีว่า เวลาจับไก่ไปโรงฆ่าสัตว์ ต้องมีไก่หัวใจวายตายจำนวนหนึ่งอยู่เสมอ

สารที่ผสมในอาหารไก่ดูเหมือนไม่มีพิษภัยอย่างฉับพลัน เหมือนยาฆ่าแมลงที่ใช้ในผัก แต่ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวทั้งสิ้น สารพวกยาปฏิชีวนะ ยาเคมี วัคซีน ซึ่งไม่ใช้ไม่ได้เพราะสภาพการเลี้ยงและอาหารทำให้ไก่อ่อนแอต่อโรคมาก ส่วนพวกฮอร์โมน สารให้สี ให้เพื่อเร่งการเจริญเติบโต หรือทำให้ไข่มีสีสด ตามความต้องการของตลาด

สารเหล่านี้ตกค้างมาในเนื้อและไข่ทั้งสิ้น โดยเฉพาะไข่จะไวต่อสิ่งที่ผสมมาในอาหารมาก เช่น ถ้าผสมสีน้ำเงินลงไปในอาหารไก่ ไข่ที่ออกมาจะมีไข่แดงเป็นสีน้ำเงิน

ยาเคมีที่ใช้หลักๆ หลายตัวเป็นพิษโดยตัวมันเอง เช่น พวกสารหนู ซัลฟา ซึ่งสะสมในร่างกายหากบริโภคไปนานๆ แต่ที่อาจจะเป็นภัยยิ่งกว่าในระยะยาว คือ ยาปฏิชีวนะที่ใช้กับคนหรือไก่ก็มักจะเป็นตัวเดียวกัน เช่น เตตร้าซัยคลีน เพนนิซิลิน สเตรปโตมัยซิน เมื่อรับเข้าไปนานๆ ก็จะทำให้เชื้อโรคในร่างกายของคนกินดื้อยา ต่อไปเมื่อถึงคราวจำเป็นที่จะต้องใช้ยาเหล่านี้ขึ้นมาจริง ก็จะไม่ได้ผล เรื่องผู้ชายบางคนชอบกินคอไก่ จนนมต้มใหญ่ขึ้น อาจจะไม่ใช่เรื่องขันอีกต่อไป ลองสังเกตเด็กสมัยนี้ที่เติบโตเป็นหนุ่มสาวเร็วผิดปกติ อย่าไปนึกว่าเป็นเพราะแฟชั่นอย่างเดียว ถ้าสังเกตอาหารการกิน ก็จะเห็นว่าเป็นเนื้อ นม ไข่ ที่มาจากสัตว์เลี้ยงที่ใช้ฮอร์โมนสารเร่งทั้งนั้น

การเลี้ยงไก่สมัยใหม่ ยังทำให้รสชาติ หรือคุณภาพอาหารแย่ลง เนื้อไก่ไม่อร่อย หยาบยุ่ย ไข่ไก่ในท้องตลาดไม่ค่อยสด เสียเร็ว กินไม่อร่อย กลิ่นคาวจัด เพราะในอาหารไก่ผสมปลาป่นซึ่งเป็นตัวให้โปรตีนในอัตราที่สูง

นี่เป็นข้อมูลที่ผู้นิยมบริโภคเนื้อไก่และไข่ไก่ไม่ค่อยได้รับรู้ ถ้าอย่างนั้นเราจะมีทางเลือกอะไรได้บ้าง

กลับหน้าแรก


 
 
 



©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003