โรคเกี่ยวกับผิวหนัง
ขนานที่ 1
ใช้ใบชุมเห็ดเทศขยี้เอาน้ำทา ให้ทาบ่อยๆ ถ้ามีปูนแดง ขยี้ผสมลงไปด้วยจะทำให้มีสรรพคุณดียิ่งขึ้น
ขนานที่ 2
ใช้ใบหรือรากทองพันชั่งแห้ง แช่เหล้าพอท่วมยา 7 วัน ใช้ทาบ่อยๆ
ขนานที่ 3
ใช้กระเทียมฝานเป็นแว่นบางๆ ทาวันละ 2-4 ครั้ง (ระวังอย่าขยี้กระเทียมถูทาผิวหนังแรงไปเพราะกระเทียมจะกัดผิวมาก)
ขนานที่ 4
เอาใบน้อยหน่าตำให้ละเอียดทาบ่อยๆ หรือวันละ 4-5 ครั้ง
ขนานที่ 5
ใช้ใบชุมเห็ดเทศขยี้หรือตำผสมน้ำมะนาว ทาวันละ 3-4 ครั้ง
ขนานที่ 6
เอาเหง้าข่าแก่ๆ ตำให้แหลก ใส่เหล้าพอท่วมยาแช่เหล้าไว้ 1 คืน เอาน้ำยาทาวันละ 3-4 ครั้ง
ขนานที่ 7
เผากะลามะพร้าวให้ลุกโชน เอากะละมังครอบไม่ให้อากาศเข้าจนไฟดับ ปล่อยไว้ให้เย็นเปิด กะละมังออก ที่ก้นกะละมังจะมีน้ำมันเหนียว เอาน้ำมันนี้ทาวันละ 3-4 ครั้ง
ขนานที่ 1
เมื่อแรกเป็นใหม่ๆ ให้เอาน้ำแข็งใส่ถุงพลาสติกประคบ หลังจากเป็นเกิน 1 วันแล้วใช้น้ำร้อน ใส่ถุงพลาสติกประคบวันละ 2-4 ครั้ง ครั้งหนึ่งนาน 15-30 นาที
ขนานที่ 2
ใช้เหง้าไพลตำให้แหลกพอก เอาผ้าพันไว้เปลี่ยนยาวันละ 2-4 ครั้ง
ขนานที่ 3
ใช้หญ้าใต้ใบชนิดแดงทั้งต้นตำพอกถอนพิษฟกช้ำได้ดี เปลี่ยนยาวันละ 3-4 ครั้ง
ขนานที่ 4
ใช้ใบพลับพลึงลนไฟให้อ่อนพันตามอวัยวะที่เคล็ด ยอก บวม แพลงและถอนพิษได้ดี
ขนานที่ 5
ใช้ใบว่านมหากาฬโขลก พอกที่บวมช้ำ วันละ 2-4 ครั้ง
ขนานที่ 6
ใช้หญ้าแพรกทั้งต้นและรากตำกับเหล้า คั้นเอาน้ำทา ทำให้เย็น ถอนพิษเจ็บปวด แก้อักเสบ
ขนานที่ 7
ใช้ยาดำฝนกับเหล้าให้ข้นๆ ทาแก้อาการปวดฟกช้ำ ทาวันละ 3-4 ครั้ง
เอาน้ำมันมะพร้าวทาวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 1
เอาใบตำลึงมาขยี้ให้ช้ำ ใช้ทาบริเวณที่คัน ทาบ่อยๆ
ขนานที่ 2
เอาใบผักบุ้งมาขยี้แล้วถูบริเวณที่คัน
ขนานที่ 3
เอากะปิมาปั้นคลึงตรงที่ถูกขนใบไม้คัน กะปิจะช่วยดูดขนใบไม้พิษด้วย
ขนานที่ 4
เอาขี้ผึ้งลนไฟให้ร้อนคลึงแผลถูกขนหนอนยังไม่เปื่อย ชักขนหนอนในแผลออก
ขนานที่ 5
เอาเปลือกต้นเพกา ฝนด้วยน้ำปูนใสทาแก้แผลถูกขนหนอนเมื่อเปื่อยแล้ว ทาวันละ 3-4 ครั้ง
ขนานที่ 6
เอาเปลือกต้นมะขามฝนกับน้ำปูนใสทาวันละ 3-4 ครั้ง แก้แผลถูกขนหนอนเมื่อเปื่อยแล้ว
ขนานที่ 1
ขนานที่ 1
ใช้ข้าวสุกตำพอกบรรเทาอาการ ผดผื่นคันและผื่นแสบร้อนที่ผิวหนัง
ขนานที่ 2
เอาดินสอพอง 3 ส่วนผสมกับพิมเสน 1 ส่วนบดให้ละเอียด ทาผิวหนัง
ขนานที่ 3
ใช้ผงขมิ้นชันละลายน้ำทาทุกครั้งที่คัน หรือวันละ 3-4 ครั้ง
ให้เอาใบและเปลือกเลี่ยนรวมกันให้ได้ 1/2 หม้อใหญ่ๆ เกลือ 1 ถ้วยชา เติมน้ำเต็มหม้อต้ม อาบ ก่อนอาบให้อาบน้ำฟอกสบู่ให้สะอาดเสียก่อน จึงอาบยานี้วันละ 1-2 ครั้ง ยาหม้อหนึ่งใช้ต้ม อาบได้ 5-6 ครั้ง อาบแล้วไม่ต้องล้างยาออก
ขนานที่ 2
ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอทั้งราก สดหรือแห้งก็ได้ สับเป็นท่อนเล็กๆ 1 ขัน ผสมกับน้ำ 3-4 ขัน ต้มให้ยาเดือด 10 นาที ก่อนอาบให้อาบน้ำฟอกสบู่ให้สะอาดเสียก่อน อาบน้ำยาเมื่อยังอุ่นๆ อยู่ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ครั้งละ 3-4 ขัน (อาบแล้วไม่ต้องอาบน้ำธรรมดาอีก)
ขนานที่ 3
ใช้ใบชุมเห็ดเทศ 3-4 ก้าน ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 5-10 นาที ใช้น้ำยานี้อาบใน ขณะอุ่นๆวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น (อาบหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว และไม่ต้องล้างน้ำยาออก)
มีอาการคันทั้งตัว
ขนานที่ 1
ใช้หัวยาข้าวเย็นเหนือข้าวเย็นใต้อย่างละ 3-4 หัว ใส่น้ำ 4-5 แก้ว ต้มให้เดือดนาน 20-30 นาที กินวันละ 3-4 ครั้งๆละ 1/2-1 แก้ว
ขนานที่ 2
เอาต้นเหงือกปลาหมอตากแห้ง 2-3 ส่วน กับพริกไทย 1 ส่วน ผสมน้ำผึ้งปั้นลูกกลอนกินครั้ง ละ 1-2 เม็ด ก่อนอาหาร เช้า-เย็น ยานี้ต้องกินเป็นปีจึงจะเห็นผล หรือจะเอาต้นเหงือกปลาหมอมาต้มน้ำกินก็ได้ ใช้เหงือกปลาหมอสดหรือแห้งก็ได้สับเป็น ท่อนๆ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 10 นาที กินวันละ 3 ครั้งๆละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร (มีบางคน แพ้เหงือกปลาหมอจึงควรกินแต่น้อยดูก่อน)
ขนานที่ 3
ใช้ทองพันชั่งทั้งต้นและรากแห้ง 1-2 กำมือ ต้มกับน้ำ 3-6 แก้ว ต้มให้เดือดนาน 15-30 นาที กินวันละ 3-4 ครั้งๆละ 1 แก้ว ก่อนอาหารและก่อนนอน
ขนานที่ 1
ใช้เปลือกของต้นมะขาม 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3 แก้ว ให้เดือดนาน 20-30 นาที เอาน้ำมาล้าง แผล ช่วยสมานแผลด้วย
ขนานที่ 2
ใช้ต้นผักเบี้ยใหญ่สด 1 กำมือ ตำให้เละ ต้มกับน้ำ 4-5 แก้วให้เดือดนาน 2-3 นาที ตั้งทิ้งไว้ ให้พออุ่นนิดๆ เอาน้ำยาล้างแผล
ขนานที่ 3
ใช้ใบฝรั่ง 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3-4 แก้ว ให้เดือดนาน 1/2-1 ชั่วโมง เอาน้ำยาล้างแผล
ขนานที่ 4
ใช้เปลือกต้นแค 1 กำมือ ใส่ต้มกับน้ำ 3-5 แก้วให้เดือดนาน 30 นาที เอาน้ำยาที่ได้ชะล้าง บาดแผล แผล การใช้ใบไม้พอกแผลอาจติดเชื้อบาดทะยักได้ ถ้าไม่ล้างใบไม้ให้สะอาดดีพอ ควรเลือกใบไม้ ที่ไม่เปื้อนดินเปื้อนโคลน แล้วล้างด้วยน้ำต้มสุกให้สะอาดดี แผลมีหลายแบบดังนี้
ใช้ใบพลู 1-2 ใบ ตำผสมกับเกลือ 1-2 หยิบมือพอกวันละ 2 ครั้ง ต้องคอยหยอดน้ำให้ยา เปียกอยู่เสมอด้วย
ใช้ใบพลูเช่นเดียวกับแผลช้ำบวม
แผลเป็นที่ใหม่ๆ คือ ยังเป็นไม่ถึง 6 เดือนนั้น ยังมีโอกาสใช้ยาช่วยได้ ให้ใช้ยาดังนี้คือ
ขนานที่ 1
ใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาบ่อยๆ หรือวันละ 3-4 ครั้ง
ขนานที่ 2
ใช้น้ำมะนาวผสมดินสอพองทาวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 1
ใช้ต้นเหงือกปลาหมอ 1-2 ขันต้มกับน้ำ 3-6 ขันให้เดือดนาน 10-15 นาที อาบในขณะที่น้ำยังอุ่นๆวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น และแบ่งเอาน้ำยามากินด้วยครั้งละ 1 แก้ว วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
ขนานที่ 2
ใช้ใบมะลิสดตำ ในกะลามะพร้าวที่พึ่งขูดใหม่ๆ คั้นเอาน้ำที่ได้แต้มแผลวันละ 3-4 ครั้ง
ขนานที่ 3
เอาเปลือกผลมังคุดตากแห้ง ฝนกับน้ำให้น้ำยาข้นพอควร ทาแผลวันละ 3-4 ครั้ง
ขนานที่ 4
เอาใบมะละกอ 4-6 ใบตากแห้ง คั่วให้กรอบ ป่นให้ละเอียดแล้วเอามะพร้าว 1 ซีกขูดคั้นเอา น้ำกะทิ เอาผงมะละกอมาเคี่ยวกับน้ำกะทิใช้ไฟอ่อนๆ จนกะทิกลายเป็นน้ำมัน เอาน้ำมันที่ได้ทาแผล วันละ 3-4 ครั้งและหลังอาบน้ำ
ขนานที่ 1
เมื่อแรกถูกใหม่ๆ ถ้าถูกบริเวณมือหรือเท้าให้จุ่มในน้ำมันเครื่องที่ยังไม่ได้ใช้ ถ้าจุ่มไม่ได้ก็เอาน้ำมันเครื่องมาทาจะช่วยให้หายปวดแสบปวดร้อน เมื่อหายปวดแล้วจึงใช้ยาอื่นต่อไป
ขนานที่ 2
ใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาให้ผิวหนังเปียกชุ่มอยู่เสมอในวันแรกที่เป็น หลังจากนั้นทา บ่อยๆหรือทาวันละ 4-5 ครั้ง
ขนานที่ 3
ใช้น้ำแข็งประคบทันที ถ้าไม่มีน้ำแข็งให้แช่บริเวณถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวกลงในน้ำเย็นตลอด เวลาจนแผลเย็นสนิท
ขนานที่ 4
ใช้น้ำผึ้งแท้ทาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกให้เปียกชุ่มอยู่เสมอ จะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน
ขนานที่ 5
เอาปูนแดงก้อนขนาดเท่าปลายนิ้วชี้ไปเผาไฟให้โชน แล้วละลายในน้ำต้มสุกใหม่ๆ 2 แก้ว คนให้ทั่วทิ้งไว้ให้ปูนนอนก้น รินเอาน้ำใสๆออกมา เอาน้ำปูนใสที่ได้นี้ 1 ส่วน ผสมกับน้ำมันมะพร้าว ที่พึ่งเคี่ยวใหม่ๆ 1 ส่วน โดยค่อยๆเทน้ำมันมะพร้าวลงในน้ำปูนใส คอยคนอยู่เสมอ จะได้ครีมข้นสีขาว เอาผ้าขาวบางชุบครีมนี้ให้ชุ่มปิดแผล เปลี่ยนยาวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
ขนานที่ 1
ใช้ใบฝรั่งตำกับข้าวสุกให้ละเอียด (ใช้อย่างละเท่าๆกัน) พอกที่แผลเปลี่ยนยาวันละ 2-4 ครั้ง
ขนานที่ 2
เอาเปลือกลูกมังคุดแห้ง เนื้อในลูกหมากที่สุกจนแห้งแล้ว ฝนกับน้ำจนได้น้ำยา พอข้นผสมปูนแดงกับพิมเสนลงไปเล็กน้อย ทาแผลวันละ 2-4 ครั้ง (ถ้าไม่มีลูกหมากกับพิมเสนจะใช้แต่มังคุด อย่างเดียวก็ได้)
ขนานที่ 3
ใช้ใบลำโพงตำให้แหลกพอก เปลี่ยนยาวันละ 2-4 ครั้ง
ขนานที่ 4
ใช้ต้นผักเบี้ยใหญ่ตำพอก เปลี่ยนยาวันละ 2-4 ครั้ง
ขนานที่ 5
เอาเม็ดต้อยติ่งเปียกๆแผ่ให้บาง แล้วปิดบนบาดแผลเปลี่ยนยาวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
ขนานที่ 6
เอาเนื้อมะละกอดิบแก่สดตำให้แหลก (เปลือกไม่เอา) พอกที่แผลหาผ้าพันเปลี่ยนยาวันละ 3 ครั้งจนกว่าแผลจะหาย (ถ้าพอกแล้วรู้สึกแสบเพราะยากัดให้หยุดใช้ทันที และคนที่แพ้ยางมะละกอห้ามใช้)
ขนานที่ 7
ใช้ต้นและใบเหงือกปลาหมอสด ล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียด แล้วพอก เปลี่ยนยาวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
ขนานที่ 8
ใช้ใบทองหลางใบมนใบแก่สดๆ รมควันไต้ให้ตายนึ่ง (เฉาหรือเหี่ยวอย่างถูกนึ่ง) แล้วชุบ เหล้า เอาปิดแผลช่วยดูดหนองให้ไหลออกจนยุบแห้ง เปลี่ยนยาวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 9
ใช้น้ำตาลทรายบดเป็นผงละเอียดโรยแผล วันละ 2-3 ครั้ง ก่อนโรยทุกครั้งต้องล้างแผลก่อน (น้ำตาลทรายต้องสะอาด ถ้าให้ดีควรจะต้มเคี่ยวใหม่ เก็บเอาไว้ใช้)
ขนานที่ 10
เอาเหง้าไพลล้างให้สะอาด ปอกเปลือกตำให้ละเอียดพอก เปลี่ยนยาวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 11
ใช้น้ำปูนใสผสมกับน้ำมันมะพร้าว (ดูแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกขนานที่ 5)
ยารักษาแผลสดเหล่านี้ เป็นยาช่วยห้ามเลือดด้วย ให้เปลี่ยนยาวันละ 2-4 ครั้ง
ขนานที่ 1
ใช้เหง้าขมิ้นชันสดตำพอก
ขนานที่ 2
ใช้ยางกล้วยหยอดแผล ช่วยห้ามเลือดและสมานแผลได้
ขนานที่ 3
เอาใบฝรั่งตำพอกแผลสด
ขนานที่ 4
ใช้ใบพลูตำปิดแผลสด ช่วยสมานแผลได้ดี
ขนานที่ 5
ใช้ใบหนุมานประสานกายตำพอกปิดแผลห้ามเลือดแผลสดและสมานแผลได้ดี
ขนานที่ 6
เอาเหง้าไพลล้างให้สะอาด ปอกเปลือกตำพอกที่แผลสด
ขนานที่ 7
ใช้ผงชูรสโรยปิดแผล แล้วหาผ้าสะอาดปิดปากแผลเอาไว
ใช้ใบตองแห้ง หรือพริกขี้หนูแห้ง ใส่หม้อหรือกระทะเอาไปตั้งไฟจนไหม้เป็นถ่านดำ บดเป็นผงละเอียด โรยใส่บาดแผล (ก่อนใส่แผลควรใช้น้ำยาล้างแผลเสียก่อน
เมื่อเป็นใหม่ๆ ต้องการให้ฝียุบให้ใช้ยาต่อไปนี้
ขนานที่ 1
เอามะละกอดิบๆผ่าเผาไฟให้ร้อนๆ ประคบวันละ 3-4 ครั้งๆหนึ่ง 10-20 นาที
ขนานที่ 2
เอาปูนแดงกับเนื้อมะขามเปียก อย่างละเท่าๆกัน บดผสมให้เข้ากันดีพอกวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 3
ใช้รากเจตมูลเพลิงแดงฝนกับน้ำปูนใสทาวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 4
ใช้ข้าวที่หุงสุกร้อนๆพอกฝีที่ยังไม่ตั้งหนองเปลี่ยนยาเมื่อข้าวเย็นแล้ว พอกหลายครั้งฝียุบได้ เมื่อฝีตั้งหัวแล้วให้ใช้ยาต่อไปนี้
ขนานที่ 4.1 ใช้หัวว่านมหากาฬ ตำพอกหรือฝนกับน้ำปูนใสทาวันละ 2-4 ครั้ง
ขนานที่ 4.2 ใช้ใบเสลดพังพอนตัวผู้หรือตัวเมียก็ได้ ตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าพอให้เหนียวข้น พอกที่หัวฝี เปลี่ยนยาวันละ 2-4 ครั้ง
ขนานที่ 4.3 ใช้ต้นเหงือกปลาหมอสดตำให้ละเอียดพอกฝี ดับพิษฝี เปลี่ยนยาวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 4.4 ใช้ใบคว่ำตายหงายเป็นโขลกให้ละเอียด ใช้ปิดพอกฝีแก้ปวด แก้อักเสบฟกช้ำเป็นยาถอนพิษ เปลี่ยนยาวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 4.5 ใช้ต้นเทียนดอกทั้งต้น (รากไม่ใช้) 1 ต้น ตำให้ละเอียดพอก เปลี่ยนยาวันละ 2-4 ครั้ง
ขนานที่ 4.6 ใช้รากเขยตาย ฝนกับน้ำซาวข้าว ทาฝีต่างๆทุกชนิดช่วยดูดพิษทำให้หายเจ็บปวด ทาวันละ 3-4 ครั้ง
ขนานที่ 4.7 ใช้ใบลำโพงตำพอก เปลี่ยนยาวันละ 2-4 ครั้ง
ขนานที่ 4.8 เอาเนื้อลูกมะละกอดิบตำให้แหลกพอกบนหัวฝี หาผ้าปิดไว้เปลี่ยนยาวันละ 2-3 ครั้ง ยานี้ ช่วยให้ฝีแตกไว
ขนานที่ 4.9 ใช้หญ้าใต้ใบทั้งต้น (รากไม่เอา) ตำผสมเหล้าพอกแก้ปวดฝี เปลี่ยนยาวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 4.10 ใช้รากมะนาวฝนกับสุราให้ข้นๆ ทาฝีแก้ปวดฝี ทาวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 4.11 ใช้เปลือกต้นเพกาฝนกับน้ำทา วันละ 3-4 ครั้ง เป็นยาดับพิษฝีให้หายปวดหายไข้
ขนานที่ 4.12 ใช้ใบของต้นฝีหมอบตำพอก วันละ 2-3 ครั้ง ถอนพิษที่ทำให้ปวดอักเสบ
ขนานที่ 4.13 ใช้ใบผักเบี้ยใหญ่ตำพอก เปลี่ยนยาวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 4.14 ใช้หัวของบัวบกหัว (บัวบกชนิดที่มีหัวกลมใหญ่) ฝนกับน้ำให้ข้นๆทาพอกฝีแก้ปวด
ขนานที่ 4.15 เอาเมล็ดต้อยติ่งผสมน้ำให้เปียกแผ่บางๆปิดพอกที่หัวฝี ช่วยดูดหนองและลดการอักเสบด้วย (ต้องคอยเติมน้ำให้ยาเปียกอยู่เสมอ) เปลี่ยนยาวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ยากินตัดรากฝี ใช้ต้นเหงือกปลาหมอทั้งต้นและรากสดหรือแห้งก็ได้ 1-2 กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 5-10 นาที กินวันละ 3 ครั้งๆละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร เป็นเวลา 1 เดือน
คือ เด็กเล็กชอบเป็นฝีบ่อยๆ ใช้ต้นหูปลาช่อนทั้งต้นและราก 3-4 กำมือ ต้มกับน้ำ 3-4 ขัน ให้เดือดนาน 5-10 นาที เอาน้ำกินครั้งละ 1/2-1 แก้ว และอาบวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น (ให้อาบน้ำฟอกสบู่ก่อนอาบน้ำยา หลังอาบน้ำ ยาแล้วไม่ต้องล้างออก)
ขนานที่ 1
ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาบ่อยๆ
ขนานที่ 2
เอาไส้ฟักพอก เปลี่ยนยาวันละ 2-4 ครั้ง ขนานที่ 3 ใช้ผักบุ้งทะเลขยี้เอาน้ำ ทาให้เปียกอยู่เสมอ
ใช้หัวหอมเล็ก 1 หัวแม่มือ ผสมกับยาหม่องเท่าปลายนิ้วก้อย ทุบพอหยาบๆให้กินให้หมดเพื่อให้ท้องร้อน ตำหัวหอมใหม่อีก สำหรับพอกแผลและให้คนไข้ผิงไฟให้ตัวร้อน เมื่อพิษหมดแล้วให้เอารากย่านางฝนกินอีก 3 วันๆละ 2-4 ครั้งๆละ 1 แก้ว
ขนานที่ 1
ใช้ใบเสลดพังพอนตัวเมีย 10-15 ใบ ตำผสมเหล้า 1-2 ช้อนแกง คั้นเอาน้ำดื่ม และเอาใบใหม่มาตำผสมเหล้าพอกที่แผล
ขนานที่ 2
ใช้นิ้วมือหรือนิ้วเท้าจุ่มลงไปในน้ำส้มสายชูแล้วพยายามบีบรอบๆ บริเวณที่ถูกต่อย เพื่อไล่พิษออกมา ถ้าจุ่มไม่ได้ เอาสำลีชุบน้ำส้มสายชูปิดที่แผล
ขนานที่ 3
ใช้พริกขี้หนูสดตำพอก
ขนานที่ 4
ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาให้เปียกชุ่มเสมอ
ขนานที่ 5
ใช้หัวหอมเล็กหรือหัวกระเทียมตำพอก
ขนานที่ 6
เอาบริเวณที่ถูกต่อยไปอังไฟตะเกียงหรือไฟเทียนให้ร้อน
ขนานที่ 7
ใช้ยางมะละกอทาให้เปียกอยู่เสมอ
ขนานที่ 8
ใช้รากพญารากดำฝนกับเหล้าให้ข้นๆใช้ลำสีชุบปิด
เอาปูนแดงป้ายลงไปที่ตัวเห็บ ตัวเห็บจะตายหลุดออกมา
เอาปูนแดงป้ายที่ตุ่มยุงกัดวันละ 3-4 ครั้ง
โรคเริมและงูสวัดใช้ยารักษาเหมือนๆกัน ถ้าโรคถูกกับยาจะรู้สึกดีขึ้นทันที
ขนานที่ 1
เอาหัวมันเทศ ใบหรือหัวว่านมหากาฬ ข้าวสารอย่างละเท่าๆกัน ตำผสมกันให้ละเอียดพอกแผล เมื่อยาแห้งให้เปลี่ยนใหม่ (ถ้าไม่มีว่านมหากาฬ ใช้แต่มันเทศอย่างเดียวก็ได้ )
ขนานที่ 2
เอาใบไมยราบตำให้ละเอียดผสมเหล้า แล้วคั้นเอาน้ำทา วันละ 3-4 ครั้ง
ขนานที่ 3
ใช้ใบเสลดพังพอนตัวเมียตำให้ละเอียด ผสมเหล้าพอเหลวข้นๆพอก คอยใส่เหล้าเมื่อยาเริ่มแห้ง พอกไว้ตลอดเวลาเปลี่ยนยาวันละ 2-4 ครั้ง
ขนานที่ 4
ใช้ใบฟ้าทะลายโจร ตำพอกเช่นเดียวกับใบเสลดพังพอน
ขนานที่ 5
ใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาให้ชุ่มอยู่เสมอ
ขนานที่ 1
ใช้เมล็ดลำโพงแห้ง 6 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม) แช่ในน้ำมันพืชหรือน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันงา 2 แก้ว แช่ไว้นาน 7 วัน กรองเอาน้ำมันเก็บไว้ ใช้ทาวันละ 3-4 ครั้ง.
ขนานที่ 2
ใช้ใบหรือดอกเลี่ยนขยี้ทา หรือใช้น้ำมันจากเม็ดเลี่ยน ทาวันละ 3-4 ครั้ง
เอาใบพลูมาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าทาบ่อยๆ
ขนานที่ 1
ใช้ยางมะละกอหยอดลงไปที่หนามตำให้เปียกชุ่มอยู่เสมอ สักพักหนึ่งหนามจะถูกดันให้ลอยขึ้นมา ใช้เล็บจิกขึ้นมาได้
ขนานที่ 2
เอาเมล็ดฟักทองที่ตากแห้งแล้ว ตำให้แหลกขยำกับน้ำปิดที่แผล จะดูดพิษให้หายจากเจ็บปวดบวม
ขนานที่ 3
ใช้ใบและรากเทียนดอกตำพอกแผลที่ถูกเศษแก้วเศษไม้ตำฝังอยู่ในเนื้อ เทียนดอกจะช่วยละลายเศษแก้วเศษไม้ได้
ขนานที่ 1
สะกิดหัวหูดให้เปิดเป็นแผลเล็กน้อย แล้วเอายางมะละกอหยดที่หัวหูดบ่อยๆ ทำ 7-8 วัน
ขนานที่ 2
ใช้ยางจากต้นน้ำนมราชสีห์ทาหัวหูดบ่อยๆ










