|
ที่มา
: มูลนิธิสุขภาพไทย
| |
สมุนไพรเบื่อปลา:
คุณค่าที่ยังไม่ดับสูญ
      ในขณะที่รัฐบาลกำลังหน้าดำคร่ำเครียดกับการหาวิธีขนเงินดอลลาร์เข้าประเทศ
คนไทยจำนวนไม่น้อย กลับพูดกันถึงเรื่องเขตปลอดดอลลาร์หรือดอลลาร์ฟรี
จะทำอย่างไรให้ทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมของไทยพึ่งตนเองได้มากขึ้น
โจทย์ข้อนี้ตอบได้ ไม่ง่ายนัก
        ดูอย่างเรื่องการผลิตอาหาร
แม้เราจะเพาะปลูกอาหารเองได้ แต่ว่าย่าฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี ล้วนแต่นำเข้า
ทั้งนั้น ฝรั่งมีพื้นที่เพาะปลูกน้อยกว่าเราแต่มาสอนเราใช้ยาฆ่าแมลง
แล้วกลับมาขายยาฆ่าแมลงให้กับเราแพงๆ แมลงเจ้ากรรมก็ดื้อยาขึ้นเรื่อยๆ
เขาก็สบายไปแต่เราซิเป็นหนี้หัวโต ทั้งยังต้องแบกรับกับสารพิษที่ตกค้างใน
สิ่งแวดล้อมอีก
       อย่างไรก็ตามในระบบการผลิตเพื่อขาย
เราคงต้องเผชิญกับเจ้าแมลงตัวร้ายที่จะมาทำลายผลิตผลทางการเกษตรอยู่ดี
เราน่าจะหาสมุนไพรมาพัฒนาเป็นยาปราบศัตรูพืชได้ โอกาสที่แมลงจะดื้อต่อสารสกัดจากพืชก็ยากเสียด้วย
เพราะสมุนไพรชนิดเดียวมีสารอยู่เยอะแยะไปหมด
       สมุนไพรหลายตัวที่ควรสนใจเอามาพัฒนาเป็นยาปราบศัตรูพืชนี้
น่าจะอยู่ในข่ายสมุนไพรที่เขาใช้เบื่อปลาในสมัยก่อน เพราะถ้าใช้เบื่อปลาแล้วคนยังเอาปลามากินได้
ก็ถือว่าปลอดภัย นับเป็นภูมิปัญญาที่น่าศึกษาทีเดีย
       สมุนไพรที่ใช้เบื่อปลาอยู่ในวิถีชีวิตของคนในอดีตที่ไม่ค่อยใช้พลังงานสิ้นเปลืองมากนักในการดำรงชีวิต
เช่น การใช้เครื่องสูบน้ำวิดน้ำจากบ่อเพื่อจับปลา ซึ่งต้องใช้น้ำมันที่บ้านเราไม่มี
เและต้องซื้อจากเมืองนอกมาใช้ เขาจะใช้สมุนไพรเพื่อที่จะได้ปลามากินในปริมาณที่มากพอ
โดยไม่ต้องวิดน้ำออกให้เมื่อย
      สมุนไพรที่จะกล่าวถึงต่อไปจะเป็นสมุนไพรที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก
เพราะไม่ค่อยมีใครบันทึกหรือพูดถึง และส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรที่อยู่ในป่าตามธรรมชาติ
เมื่อป่าหมดพร้อมทั้งไม่มีความจำเป็นต้องเบื่อปลาอีก สมุนไพร
เหล่านี้ก็ถูกทอดทิ้งละเลย จนลืมไปว่าภูมิปัญญาเหล่านั้นอาจนำมาพัฒนาเป็นยาอื่นๆได้อีก
        สมุนไพรตัวแรกที่จะกล่าวถึงต้นนี้
เรียกชื่อตามชาวลาวภูไท แถวมุกดาหาร ยโสธร มีชื่อว่า เครือก้ามปู
ทั้งเครือและใบออกสีแดงๆ ขึ้นตามป่าดงดิบ ชาวบ้านจะตัดเครือก้ามปูเป็นท่อนๆ
ทุบใส่แอ่งน้ำ น้ำจะเป็นสีดำ ปลาจะตายเฉพาะวังน้ำที่โยนสมุนไพรต้นนี้ลงไป
แม้ปล่อยน้ำให้ไหลไปวังอื่นก็ไม่ทำให้ปลาตาย และสมุนไพรต้นนี้
แปลก เล่ากันในหมู่ชาวบ้านว่าจะออกฤทธิ์เฉพาะเดือนสี่กับเดือนห้า
(มีนาคมและเมษายน) เท่านั้น นอกจากสองเดือนนี้แล้วจะใช้ไม่ได้ผล
       ส่วนสมุนไพรที่นิยมใช้เบื่อปลาในหน้าฝน
คือ ต้นหนามหันหรือหันแดง จะนิยมใช้ในเดือนแปด (กรกฎาคม) ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วงปลาจะอยู่วังใครวังมัน
น้ำจะไหลไม่แรงนัก เขาจะตัดหันแดงเป็นท่อนๆเอามาทุบๆให้แตก เลือกเอาแต่เปลือก
เอาไปทิ้งในวังน้ำ น้ำจะเป็นสีดำ สักพักปลาจะลอยขึ้นมาตาย จะตายเฉพาะพวกปลาขาว
ปลาเล็กปลาน้อย ปลาที่เพิ่งเกิดในหน้าฝนใหม่ ส่วนปลาดุกปลาช่อนจะไม่ตาย
(ฝากไว้ก่อน)
       
สมุนไพรอีกชนิดที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าใช้เบื่อปลาได้ดี คือ
โล่ติ๊นหรือหางไหล มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Derris elliptica
(Roxb.) Benth. เขาจะใช้รากโล่ติ๊นทุบๆใส่น้ำ น้ำจะขุ่นขาว มีกลิ่นฉุน
ปลาจะลอยตายเป็นแพ ปลาตายทุกชนิด ชาวบ้านบางรายใช้เจ้าสมุนไพรต้นนี้ไปขโมยปลาในบ่อเพื่อน
โดยทุบๆรากหางไหลใส่ห่อผ้าขาวม้า แล้วเอาเคียนเอว ไปว่ายน้ำในบ่อเพื่อ
สักพักปลาจะลอยขึ้นมา (ไม่ถึงตายแต่มึนๆพอจับได้) ตามทางที่ว่ายน้ำ
เขาก็ช้อนเอากลับบ้านไปกิน เพื่อนก็ไม่รู้หรอกว่าปลาหายไปแล้วหลายตัว
       สมุนไพรโล่ติ๊นที่ใช้เบื่อปลานี้มีชาวสวนหลายรายใช้เป็นยาฆ่าแมลงไปเรียบร้อยแล้ว
โดยมีสารชื่อRotenone สลายตัวได้ง่ายไม่มีพิษตกค้าง
       อีกต้นคือต้นฮังฮ้อน ไม่พบว่าไทยเรียกว่าต้นอะไรเป็นไม้แถวๆอิสาน
มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Diospyros gardneri Thw. ต้นนี้ฮ้อนสมชื่อจริงๆ
ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้นักเพราะจะทำให้ผิวหนังออกร้อนมากเวลาเข้าใกล้เจ้าต้นไม้ที่ว่านี้
วิธีทำก็คือจะขูดต้น แล้วเอามาตำให้ละเอียด ตอนตำให้ละเอียดนี่แหละคนตำก็จะเปื่อยพอง
(เรียกว่า รับกรรมตั้งแต่ก่อนทำบาปเลยล่ะ) แล้วเอาสวิงไปร่อนลงน้ำ
น้ำจะออกสีเหลืองๆ ปลาจะตายเกลี้ยงวังน้ำ รวมทั้งตะพาบ เต่า
กบ เขียด และถ้าปล่อยให้น้ำไหลไปถึงไหน ปลาจะตายไปถึงนั่น
       ปลาที่ตายจากสมุนไพรต้นนี้
จะขาวเหมือนถูกน้ำร้อน แต่ถ้าทิ้งไว้รอฝนใหม่ พิษก็จะสูญไปด้วย
ไม่มีพิษเหลือตกค้างไว้ โชคดีของปลาที่เจ้าสมุนไพรที่แสนจะโหดต่อปลาสารพัดตัวนี้ทำยาก
คนที่ทำก็มีสิทธิออกร้อนหรือพองได้ถ้าไม่ระวัง ธรรมชาตินี่ช่างออกแบบอะไรๆมาได้เหมาะเสียจริงๆ
       นอกจากนี้ยังมีเจ้าต้นหนามระเวียงมักขึ้นในป่าเต็งรัง
คล้ายๆกับต้นหนามแท่งแต่ผลเกลี้ยงกว่า ผลของเจ้าหนามระเวียงเวลาสุกแล้วมีกลิ่นเหมือนๆกับพุทราไทยที่สุกจัดๆกำลังจะเน่า
วิธีใช้ จะเอาผลไปตำๆแล้วเอาไปโยนลงแอ่งน้ำเบื่อปลา ปลาจะเมาๆใช้ได้กับปลาทุกชนิด
นิยมใช้ในหน้าแล้ง มีชาวบ้านหลายรายใช้เมล็ดหนามระเวียงไปตำผสมน้ำใช้ฉีดพ่นเป็นยาฆ่าแมลง
      ที่กล่าวมาเราคงพอจะตอบคำถามที่ค้างๆในใจข้างต้นได้บ้าง
และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้สมุนไพรในการเบื่อปลา
ยังมีสมุนไพรอีกมากมายที่มีศักยภาพดังกล่าว แต่ยังอยู่ในคัมภีร์ที่มีชีวิต
คือ คนเฒ่าคนแก่ที่นับวันจะจากไปเรื่อยๆ โดยไม่มีบันทึกในตำราใดๆ
หากคนรุ่นเราไม่รู้ว่ามีค่าและไม่มีปัญญาจะสืบสาน ก็คงต้องไปเป็นทาสทางเศรษฐกิจที่ยังไม่รู้วันที่จะได้รับอิสรภาพต่อไป
|
| ©Copyright
Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003
|
 |
|
|

|