หมออายุรเวทที่มีความเก่งกล้าทั้งทางด้านความรู้และคุณธรรมนั้นถ้าเป็นไปได้เขาจะพยายามใช้วิธีบอกตำรายาให้คนไข้ไปปรุงกินเอง
แทนที่จะจ่ายเป็นยาสำเร็จรูปให้
     ตำรับยาที่หมอบอกให้คนไข้ไปปรุงยาเองนั้น
ส่วนใหญ่มักจะเป็นตำรับกระทัดรัดมีตัวยาไม่กี่ตัว โดยมากจะเป็นสมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่น
ตัวไหนที่เป็นตัวสำคัญในตำรับยา แต่หาได้ยากหน่อย หมอก็จะเจียดให้คนไข้ติดตัวกลับไป
     หนึ่งในบรรดาตำรับยาที่หมอแนะนำคนไข้ที่น่าสนใจก็เห็นจะเป็น
ยาแก้ไอ โดยเฉพาะในรายที่มีเสมหะมาก และมีอาการคันหรือระคายคอร่วมด้วย
ที่บอกว่าน่าสนใจก็เพราะปรุงง่าย ใช้ได้ผลดี คนที่มีอาการไม่เรื้อรังนักยิ่งเห็นผลเร็ว
     ตัวยาก็มี ใบกระเพรา (Ocimun
sanctum) ใบเสนียด (Adhatoda vasica) ใบคนทีเขมา (Vitex negundo)และน้ำผึ้ง
     วิธีปรุงยาก็ให้เอาใบยาแต่ละตัวมาตำให้แหลกแล้วบีบหรือคั้นและกรองด้วยผ้าขาวบางสะอาด
เอาแต่น้ำมาอย่างละเท่าๆกัน แล้วผสมน้ำผึ้งในสัดส่วนน้ำคั้นสมุนไพรและน้ำผึ้งอย่างละเท่าๆกัน
ผสมให้เข้ากันดี แล้วให้คนไข้จิบกินบ่อยๆ
     หมออายุรเวทเขาแนะนำยาตำรับนี้ให้คนไข้วัยหนูเล็กเด็กทั้งหลาย
มารายแล้วรายเล่า ดูจะได้ผลดี เท่าที่เคยจิบๆชิมดู รสชาติก็น่าจะเรียกได้ว่าเด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี
แม้จะไม่กลมกล่อมอย่างยาแก้ไอน้ำเชื่อมบางขนานก็ตาม
    อาการไอโดยเฉพาะในรายที่มีเสมหะมากนั้น
ในทางอายุรเวทถือว่าเกิดจาก กผะโทษะหรือธาตุดิน ธาตุน้ำกำเริบ
สาเหตุที่ทำให้ธาตุทั้งสองกำเริบส่วนใหญ่มักเกิดจากกินอาหารที่มีคุณสมบัติในทางบำรุงมากเกินไป
เช่นอาหารมัน นม เนื้อสัตว์ หรือกินอาหารที่มีรสหวานในปริมาณมากเกินไป
ยิ่งถ้ากินอาหารมื้อเย็นค่อนข้างดึกประเภทข้าวยังไม่ทันเรียงเม็ดก็เข้านอนเสียแล้ว
หรือไม่ก็อยู่ในที่ชื้นนานๆไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย อาการก็กำเริบง่ายขึ้น
     การกินอาหารบำรุงมากๆในทางอายุรเวทกล่าวว่า
เป็นอาหารที่มีธาตุดินธาตุน้ำมาก โดยเฉพาะในยามที่ระบบย่อยอาหารอ่อนกำลัง
ไม่สามารถย่อยเผาผลาญและดูดซึมธาตุดินธาตุน้ำได้ เกิดเป็นส่วนเกินขึ้นมา
ใครที่ระบบทางเดินหายใจไม่ค่อยแข็งแรง ธาตุส่วนเกินที่ว่าก็จะไปสะสมในส่วนต่างๆในระบบทางเดินหายใจ
เมื่อถึงจุดหนึ่งก็กำเริบ ก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยไม่สบาย
     นอกจากนี้เวลาที่ไอหรือมีเสมหะ ผู้ป่วยมักมีอาการหายใจไม่คล่องตามมา
เนื่องจากส่วนเกินที่ว่าไปเกาะตามผนังทางเดินหายใจ ทำให้ทางเดินหายใจตีบตัน
หายใจลำบาก
    มองในอีกแง่หนึ่งจะบอกว่าอาการไอเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ร่างกายพยายามจะขับเอาส่วนเกินที่ว่าออกก็ได้
ที่เรากินยาเข้าไปก็เพื่อช่วยให้ร่างกายเยียวยาตัวเองได้เร็วขึ้นนั่นเอง
    แนวทางการรักษาก็ต้องใช้ยาที่ช่วยลดธาตุดินธาตุน้ำ
ส่วนใหญ่มักเป็นยาร้อน ซึ่งประกอบด้วยธาตุไฟที่จะไปช่วยย่อยสลายเสมหะในลำคอ
แต่ยังมีปัญหาตามมาอีกว่า บ่อยครั้งที่เสมหะเหนียวติดหนึบในลำคอ
กว่าจะไอออกมาแต่ละทีเล่นเอากระเทือนไปทั้งแผ่นอก ในกรณีนี้ยาจะต้องมีคุณสมบัติแทรกซึมไปได้ทั่วด้วย
เพื่อจะได้แซะเอาเสมหะที่ติดหนึบออกมาได้
     ตำรับยาที่ว่าไว้แต่ตอนต้นจึงเหมาะมาก
ใบกระเพราและใบคนทีเขมานั้น มีรสเผ็ดร้อน มีคุณสมบัติร้อน แน่นอนว่าย่อมช่วยย่อยสลายธาตุดินธาตุน้ำได้
ในคัมภีร์อายุรเวทระบุเลยว่าใช้แก้ไอ แก้หอบหืดโดยเฉพาะ
     ส่วนใบเสนียดนั้นมีสรรพคุณเฉพาะในการแก้ไอ แก้หอบหืดเช่นกัน ยาแก้ไอในตำรับอายุรเวทส่วนใหญ่มักมีเสนียดผสมอยู่ด้วย
เสนียดนั้นมีรสขม มีคุณสมบัติแห้ง ช่วยลดธาตุดินธาตุน้ำได้ดี เสนียดเป็นยาเย็นไม่ใช่ยาร้อนแต่ที่ผสมเข้าไปเพื่อช่วยลดเสมหะและช่วยคุมไฟธาตุด้วย
     ลองสังเกตดูหากมีเสมหะมากๆและอาการไม่หายในระยะสั้นๆ มักมีอาการตัวร้อนเป็นไข้ตามมา อาการตัวร้อนเป็นไข้ก็คือธาตุไฟกำเริบนั่นเอง
     ส่วนน้ำผึ้งนั้นแม้มีรสหวานแต่ก็ช่วยลดธาตุดินธาตุน้ำได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติแห้งและสามารถแทรกซึมไปได้ทั่ว มีสรรพคุณในการชะหรือขูดเอาส่วนเกินที่ติดหนึบตามผนังเซลได้
     แม้ได้กินยาแก้ไอที่ดีเลิศสักปานใดก็ตาม ท่านก็ควรคำนึงถึงเรื่องอาหารและพฤติกรรมด้วยคือ ควรหลีกเลี่ยงอาหารมัน ของทอด อาหารรสหวานจัดๆ และลดอาหารหนักโดยเฉพาะในมื้อเย็น
หลีกเลี่ยงจากที่ชื้นเย็น ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ควรรักษาร่างกายให้อบอุ่น โดยเฉพาะบริเวณลำคอและทรวงอก
     ลองตำรับยาแก้ไอสูตรนี้ผสานกับการดูแลรักษาสุขภาพดังกล่าว
อาการไอ หอบหืดที่เคยทำให้ทุกข์รำคาญใจคงเบาบางลงไปได้บ้าง
ถ้าไม่เป็นอีกเลยก็ยิ่งดี