แต่ในชีวิตประจำวันต้นงิ้ว เป็นพืชให้เส้นใยที่คนไทยคุ้นเคยกันดี
เส้นใยของงิ้วใช้ทำนุ่นยัดหมอน เรียกว่าต้องอยู่กับมันตลอดชีวิต
เพราะทุกคนต้องหนุนหมอนนอนถึงจะพยายามหาตักนิ่มๆหนุน แต่ยังไง
ๆ ก็อยู่ไม่นานและไม่นิ่มเท่าหมอนยัดนุ่น
งิ้วเป็นต้นไม้ที่ให้เส้นใยจากขนของเมล็ดหรือผนังด้านในของผล
เส้นใยที่ว่านี้มีสีขาว ให้ความนุ่มหรือยืดหนุ่น จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นวัสดุยัดหมอน
ที่นอน เบาะ เก้าอี้นวมโซฟา ทำฉนวนตู้เย็น เป็นต้น คุณภาพเส้นใยของนุ่นจากต้นงิ้วดีกว่านุ่นจากต้นนุ่นแท้ๆ
คือคืนตัวและยืดหยุ่นได้ง่ายไม่หักป่น จึงใช้ประโยชน์ได้นานกว่านุ่นจากต้นนุ่น
ดอกงิ้ว มีสีแดง หรือเหลืองส้ม สวยมาก เวลาบาน ใบจะร่วงหมด
ดอกจะออกในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์
ดอกสวยๆของงิ้วสามารถนำมาปรุงอาหารได้อย่างดีเยี่ยม มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก
โดยเฉพาะมีแคลเซี่ยมถึง 429 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม (1 ขีด)
สูงมากกว่านมซึ่งมีแคลเซียมอยู่ 123 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
แคลเซี่ยมเป็นเกลือแร่ที่มีความสำคัญต่อมนุษย์มาก เพราะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกระดูกและควบการทำงานของระบบต่าง
ๆ ภายในร่างกายหลายระบบ ร่างกายของคนเราต้องการแคลเซี่ยมวันละ
400-800 มิลลิกรัมต่อวัน ปัจจุบันจะมีสินค้าพวกนมไร้ไขมันและเสริมแคล
เซี่ยมโฆษณาขายให้กับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
เพราะคนสมัยนี้ไม่รู้จักอาหารบ้านเราที่สามารถให้แคลเซี่ยมสูง
ๆ ได้ โดยไม่ต้องเปลืองสตังค์ไปซื้อนมแพง ๆ กิน
ทางภาคเหนือนำดอกงิ้วมาปรุงอาหาร เรียกว่าน้ำเงี้ยว
สำหรับกินกับขนมจีน หรือเรียกรวมๆ ว่าขนมจีนน้ำเงี้ยว โดยทั่วไปมักจะนิยมนำดอกงิ้วมาลวก
เป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือจะนำมาทำเป็นแกงส้มก็อร่อย นอกจากนั้นดอกงิ้วยังนำมาผสมกับแป้งข้าวโพดทำเป็นขนมแผ่นกินเป็นอาหารบำรุงสุขภาพชั้นยอด
นอกจากจะใช้ดอกเป็นอาหารแล้ว ส่วนต่างๆของงิ้วยังสามารถใช้เป็นอาหารได้อีกเช่นผลอ่อนของงิ้ว
สามารถนำมาเป็นผักสด รับประทานกับน้ำพริก หรือจะทำส้มตำกินก็ได้
รากอ่อนของต้นงิ้ว มีโปรตีน ไขมัน และแป้ง สามารถนำมาเป็นอาหารยามขาดแคลน
อีกทั้งยังใช้เกสรตัวผู้แห้ง มาแต่งสีในแกงส้มหรือแกงกะหรี่ให้มีสีเข้มยิ่งขึ้น
หลังจากออกดอกสัก 3-4 เดือน ฝักงิ้ว ก็จะเริ่มใช้ได้ เราเก็บฝักงิ้วแห้งไว้ได้นานก่อนที่จะนำมาตีเอาเอาปุยนุ่น
สามารถส่งขายได้ไกลๆ การตีเอาปุยนุ่นจากฝักงิ้วเป็นกิจกรรมอันเหน็ดเหนื่อยของพ่อแม่
โดยจะแกะเอาเนื้อในสีขาวใส่ลงในกระบุงโตๆหรือเข่ง แล้วหาอะไรคลุม
เอามือล้วงไปตีๆให้เม็ดหลุดออกมาอยู่ข้างล่างเข่ง
เด็กๆเห็นเป็นเรื่องสนุกสนานเพราะจะมีปุยนุ่นฟุ้งหลุดออกมาจากเข่งให้ไล่จับ
และรู้ว่าอีกไม่นานจะมีหมอนและที่นอนอันใหม่ แม้ตอนแรกๆมันจะแข็งไปสักหน่อยแต่ก็หอมสะอาด
ไม่มีกลิ่นอับๆ(จากฉี่ของตัวเอง)เหมือนอันเก่า เปลือกของฝักงิ้วหลังจากตีเอาปุยแล้ว
จะถูกเก็บไว้ใช้ทำเชื้อเพลิงติดถ่านหุงข้าวต้มแกง ได้เป็นอย่างดี
ส่วนต่างๆของงิ้วยังใช้เป็นประโยชน์ได้อีกมากมายเช่นเปลือกของงิ้ว
เราสามารถนำมาฟั่นเป็นเชือก แต่จะเหนียวและหยาบมาก จึงเหมาะที่จะใช้มัดลังใหญ่ๆ
ส่วนเนื้อไม้งิ้วมีลักษณะเบา นิยมนำมาทำไม้แบบ ใช้ทำลัง หีบใส่สิ่งของ
เยื่อกระดาษ ใช้ทำพื้นและฝาชั่วคราว แจว พาย กรรเชียง หีบศพ
หีบชา ของเล่นสำหรับเด็ก ไม้ขีดไฟ ไม้จิ้มฟัน เป็นต้น
งิ้ว ถือว่าเป็นยาสมุนไพรชั้นยอดโดยเฉพาะในการรักษาฝี อาการอักเสบบวมหรือฟกช้ำดำเขียว
โดยจะใช้ใบและยอดอ่อนของต้นงิ้วตำพอก และนอกจากนั้นดอกของงิ้ว
ที่ชาวบ้านโบราณมักจะรวบรวมตากแห้งเก็บไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก
เพื่อใช้เป็นอาหารและยา เวลาที่มีอาการท้องร่วงธรรมดาจะใช้งิ้วดอกขาวต้มน้ำกิน
แต่ถ้าถ่ายเป็นมูกเลือดจะใช้งิ้วดอกแดงต้มน้ำกิน
ส่วนอื่นๆเช่น ยางงิ้วมีเกลือแร่ 8.9 % เชื่อว่าเป็นยากระตุ้นทางเพศ
บำรุง และขับน้ำเหลืองเสีย รวมทั้งห้ามเลือดภายใน เขาเลยนิยมเอาเปลือกต้นงิ้วที่ยังอ่อนซึ่งจะมียางอยู่ด้วย
มาตากแห้งต้มน้ำกินหรือจะบดเป็นผงก็ได้ เพื่อรักษาคนที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว
ทำให้เลือดไหลเวียนดี และยังแก้กระเพาะอาหารอักเสบ ท้องร่วงและบิด
เป็นต้น
งิ้วจึงเป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์
ตั้งแต่หนามงิ้วเอาไว้ขู่คนผิดศีลข้อสาม ส่วนต่างๆ ยังใช้เป็นประโยชน์ทางด้านอาหารและยา
และเครื่องใช้ไม้สอย อื่นๆ ในขณะที่กระแสโลกกำลังหันกลับมาหาธรรมชาติ
ภูมิความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากพรรณพืชของไทยเราจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
เพราะสิ่งที่จะขายได้ในตลาดโลกคือสิ่งที่แตกต่างจากสินค้าอื่นๆ
ผลิตภัณฑ์จากงิ้วน่าจะเป็นความภูมิใจของคนไทยอันหนึ่งที่จะนำมาอวดนักท่องเที่ยวในปี
อเมสซิ่งไทยแลนด์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gossampinus
malabrarica (DC) Merr.