ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย


งิ้ว ของดีอเมสซิ่งไทยแลนด์




เอ่ยคำว่า "งิ้ว" คนสมัยก่อนกลัวนักหนา เพราะว่าเจ้าต้นงิ้วมีหนามที่ลำต้น และมีมากที่เมืองนรกอยู่ข้างๆ กระทะทองแดง(เขาเล่ากันมาว่างั้น) คนที่ประพฤติผิดศีลข้อสามจะถูกบังคับให้ปีนต้นไม้ชนิดนี้ แต่สมัยนี้ไม่ค่อยจะมีคนกลัวการปีนเจ้าต้นงิ้วนี่แล้ว เพราะคงคิดว่ายังไงๆ หนามต้นงิ้วคงเหี้ยนหมดแล้ว หรือไม่ก็คงไม่เพียงพอที่จะให้คนปีนเป็นแน่ (สมาชิกเยอะ) นั่นก็เป็นคติความเชื่อและจินตนาการที่สืบทอดกันมา

แต่ในชีวิตประจำวันต้นงิ้ว เป็นพืชให้เส้นใยที่คนไทยคุ้นเคยกันดี เส้นใยของงิ้วใช้ทำนุ่นยัดหมอน เรียกว่าต้องอยู่กับมันตลอดชีวิต เพราะทุกคนต้องหนุนหมอนนอนถึงจะพยายามหาตักนิ่มๆหนุน แต่ยังไง ๆ ก็อยู่ไม่นานและไม่นิ่มเท่าหมอนยัดนุ่น

งิ้วเป็นต้นไม้ที่ให้เส้นใยจากขนของเมล็ดหรือผนังด้านในของผล เส้นใยที่ว่านี้มีสีขาว ให้ความนุ่มหรือยืดหนุ่น จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นวัสดุยัดหมอน ที่นอน เบาะ เก้าอี้นวมโซฟา ทำฉนวนตู้เย็น เป็นต้น คุณภาพเส้นใยของนุ่นจากต้นงิ้วดีกว่านุ่นจากต้นนุ่นแท้ๆ คือคืนตัวและยืดหยุ่นได้ง่ายไม่หักป่น จึงใช้ประโยชน์ได้นานกว่านุ่นจากต้นนุ่น

ดอกงิ้ว มีสีแดง หรือเหลืองส้ม สวยมาก เวลาบาน ใบจะร่วงหมด ดอกจะออกในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ดอกสวยๆของงิ้วสามารถนำมาปรุงอาหารได้อย่างดีเยี่ยม มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก โดยเฉพาะมีแคลเซี่ยมถึง 429 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม (1 ขีด) สูงมากกว่านมซึ่งมีแคลเซียมอยู่ 123 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม

แคลเซี่ยมเป็นเกลือแร่ที่มีความสำคัญต่อมนุษย์มาก เพราะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกระดูกและควบการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายหลายระบบ ร่างกายของคนเราต้องการแคลเซี่ยมวันละ 400-800 มิลลิกรัมต่อวัน ปัจจุบันจะมีสินค้าพวกนมไร้ไขมันและเสริมแคล
เซี่ยมโฆษณาขายให้กับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะคนสมัยนี้ไม่รู้จักอาหารบ้านเราที่สามารถให้แคลเซี่ยมสูง ๆ ได้ โดยไม่ต้องเปลืองสตังค์ไปซื้อนมแพง ๆ กิน

ทางภาคเหนือนำดอกงิ้วมาปรุงอาหาร เรียกว่าน้ำเงี้ยว สำหรับกินกับขนมจีน หรือเรียกรวมๆ ว่าขนมจีนน้ำเงี้ยว โดยทั่วไปมักจะนิยมนำดอกงิ้วมาลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือจะนำมาทำเป็นแกงส้มก็อร่อย นอกจากนั้นดอกงิ้วยังนำมาผสมกับแป้งข้าวโพดทำเป็นขนมแผ่นกินเป็นอาหารบำรุงสุขภาพชั้นยอด

นอกจากจะใช้ดอกเป็นอาหารแล้ว ส่วนต่างๆของงิ้วยังสามารถใช้เป็นอาหารได้อีกเช่นผลอ่อนของงิ้ว สามารถนำมาเป็นผักสด รับประทานกับน้ำพริก หรือจะทำส้มตำกินก็ได้ รากอ่อนของต้นงิ้ว มีโปรตีน ไขมัน และแป้ง สามารถนำมาเป็นอาหารยามขาดแคลน อีกทั้งยังใช้เกสรตัวผู้แห้ง มาแต่งสีในแกงส้มหรือแกงกะหรี่ให้มีสีเข้มยิ่งขึ้น

หลังจากออกดอกสัก 3-4 เดือน ฝักงิ้ว ก็จะเริ่มใช้ได้ เราเก็บฝักงิ้วแห้งไว้ได้นานก่อนที่จะนำมาตีเอาเอาปุยนุ่น สามารถส่งขายได้ไกลๆ การตีเอาปุยนุ่นจากฝักงิ้วเป็นกิจกรรมอันเหน็ดเหนื่อยของพ่อแม่ โดยจะแกะเอาเนื้อในสีขาวใส่ลงในกระบุงโตๆหรือเข่ง แล้วหาอะไรคลุม เอามือล้วงไปตีๆให้เม็ดหลุดออกมาอยู่ข้างล่างเข่ง

เด็กๆเห็นเป็นเรื่องสนุกสนานเพราะจะมีปุยนุ่นฟุ้งหลุดออกมาจากเข่งให้ไล่จับ และรู้ว่าอีกไม่นานจะมีหมอนและที่นอนอันใหม่ แม้ตอนแรกๆมันจะแข็งไปสักหน่อยแต่ก็หอมสะอาด ไม่มีกลิ่นอับๆ(จากฉี่ของตัวเอง)เหมือนอันเก่า เปลือกของฝักงิ้วหลังจากตีเอาปุยแล้ว จะถูกเก็บไว้ใช้ทำเชื้อเพลิงติดถ่านหุงข้าวต้มแกง ได้เป็นอย่างดี

ส่วนต่างๆของงิ้วยังใช้เป็นประโยชน์ได้อีกมากมายเช่นเปลือกของงิ้ว เราสามารถนำมาฟั่นเป็นเชือก แต่จะเหนียวและหยาบมาก จึงเหมาะที่จะใช้มัดลังใหญ่ๆ ส่วนเนื้อไม้งิ้วมีลักษณะเบา นิยมนำมาทำไม้แบบ ใช้ทำลัง หีบใส่สิ่งของ เยื่อกระดาษ ใช้ทำพื้นและฝาชั่วคราว แจว พาย กรรเชียง หีบศพ หีบชา ของเล่นสำหรับเด็ก ไม้ขีดไฟ ไม้จิ้มฟัน เป็นต้น

งิ้ว ถือว่าเป็นยาสมุนไพรชั้นยอดโดยเฉพาะในการรักษาฝี อาการอักเสบบวมหรือฟกช้ำดำเขียว โดยจะใช้ใบและยอดอ่อนของต้นงิ้วตำพอก และนอกจากนั้นดอกของงิ้ว ที่ชาวบ้านโบราณมักจะรวบรวมตากแห้งเก็บไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อใช้เป็นอาหารและยา เวลาที่มีอาการท้องร่วงธรรมดาจะใช้งิ้วดอกขาวต้มน้ำกิน แต่ถ้าถ่ายเป็นมูกเลือดจะใช้งิ้วดอกแดงต้มน้ำกิน

ส่วนอื่นๆเช่น ยางงิ้วมีเกลือแร่ 8.9 % เชื่อว่าเป็นยากระตุ้นทางเพศ บำรุง และขับน้ำเหลืองเสีย รวมทั้งห้ามเลือดภายใน เขาเลยนิยมเอาเปลือกต้นงิ้วที่ยังอ่อนซึ่งจะมียางอยู่ด้วย มาตากแห้งต้มน้ำกินหรือจะบดเป็นผงก็ได้ เพื่อรักษาคนที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว ทำให้เลือดไหลเวียนดี และยังแก้กระเพาะอาหารอักเสบ ท้องร่วงและบิด เป็นต้น

งิ้วจึงเป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ ตั้งแต่หนามงิ้วเอาไว้ขู่คนผิดศีลข้อสาม ส่วนต่างๆ ยังใช้เป็นประโยชน์ทางด้านอาหารและยา และเครื่องใช้ไม้สอย อื่นๆ ในขณะที่กระแสโลกกำลังหันกลับมาหาธรรมชาติ ภูมิความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากพรรณพืชของไทยเราจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่จะขายได้ในตลาดโลกคือสิ่งที่แตกต่างจากสินค้าอื่นๆ

ผลิตภัณฑ์จากงิ้วน่าจะเป็นความภูมิใจของคนไทยอันหนึ่งที่จะนำมาอวดนักท่องเที่ยวในปี อเมสซิ่งไทยแลนด์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gossampinus malabrarica (DC) Merr.





©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003