แม้บ้านเราจะมีโรงพยาบาลที่ทันสมัย แต่ก็ยังมีเด็กและคนแก่ที่เสียชีวิตด้วยโรคนี้เป็นประจำ
เนื่องจากเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกายจนซีด ทนไม่ได้ก่อนที่จะถึงมือแพทย์
จึงมีการรณรงค์ให้มีการใช้ น้ำเกลือชาวบ้าน ที่มีรหัสย่อว่า
ORS (Oral Rehydration Salt) ซึ่งเป็นเกลือแร่ชนิดละลายน้ำดื่มเมื่อมีอาการท้องเสีย
โดยไม่ต้องใช้ยาระงับอาการท้องร่วงแต่อย่างใด เพราะถ้ามีเชื้อโรคอยู่ในลำไส้การกินยาให้หยุดถ่ายทันทีก็เท่ากับช่วยให้เชื้อดังกล่าวอยู่ในลำไส้ได้นานขึ้น
โดยทั่วไปถ้ามีอาการท้องร่วง ท้องเสีย ไม่รุนแรงเพียงดื่มน้ำเกลือแร่ชดเชยปล่อยให้ร่างกายถ่ายเชื้อโรคหรือสารพิษจากเชื้อโรคออก
ไปร่างกายก็จะดีขึ้นเอง แต่ในกรณีที่มีไข้ หรือถ่ายเป็นมูกเลือด
หรือถ่ายพุ่งจู๊ดเหมือนน้ำซาวข้าว ให้รีบมาพบแพทย์พร้อมกับเก็บอุจจาระตรวจจะดีที่สุด
ชีวิตทุกวันนี้พวกเรามีโอกาสป่วยเป็นโรคท้องร่วงกันมาก เพราะอาชีพมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา
ๆ ท่าน ๆ มักหนีไม่พ้นสภาพแม่บ้านพ่อบ้านอาหารถุง ที่ไม่มีเวลาจะประกอบอาหารรับประทานกันเองเหมือนสมัยก่อน
ต้องฝากท้องไว้กับร้านกับข้าวถุงหน้าปากซอยหรือร้านค้าแผงลอยริมถนน
ที่แม้แต่น้ำล้างชามก็มีเพียงสองถังล้างจนไม่รู้ถังไหนน้ำสะอาด
เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวครึกโครมดังไปทั่วโลกว่ามีนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงมาเที่ยวเมืองไทย
กินก๋วยเตี๋ยวแผงลอยแล้วป่วยเป็นโรคท้องร่วง สาเหตุมากจากการติดเชื้ออหิวาต์ในอาหารที่รับประทานเข้าไป
ซึ่งเจ้าโรคอหิวาต์นั้นทางกระทรวงสาธารณสุขประกาศว่าหมดไปจากเมืองไทยตั้งหลายปีมาแล้ว
ก็ต้องเชื่อเขาหน่อย
พวกเราก็ต้องระมัดระวังในการรับประทานอาหารให้มากขึ้นอย่านอนใจ
เพราะอาจมีเชื้อ อหิวาต์แพร่มาจากแรงงานต่างด้าวชาวเขมรและพม่าที่เข้ามาทำงานในบ้านเราเกลื่อนเมืองก็เป็นได้
ว่าไปแล้วโรคท้องร่วงเป็นเป็นโรคที่ป้องกันได้
เพียงรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่สะอาด หากจำเป็นต้องรับประทานกับข้าวถุงก็ขอให้เอามาอุ่นให้ร้อนก็คงพอป้องกันปัญหาได้
และเมื่อใดเกิดพลาดพลั้งไม่ระวังเพราะอยากกินอะไร ๆ อร่อยจนลืมนึกผลเสียที่จะตามมา
เกิดท้องร่วงจู๊ด ๆ คราใดไม่ต้องตกใจรีบเฮโลกันไปโรงพยาบาลหรอก
มีคนเคยแซวให้ฟังว่าจะไปโรงพยาบาลของรัฐทีไร พอนึกถึงหน้าเจ้าหน้าที่ที่บูดยิ่งกว่าอาหาร
นึกถึงเตียงที่นอนกันแน่นเรียงกันยังกับปลากระป๋อง ร้อนก็ร้อนแล้วก็เปลี่ยนใจ
ส่วนจะตรงรี่ไปโรงพยาบาลเอกชนรึก็เสียดายสตางค์ เพราะนอกจะต้องจ่ายค่ายาแล้วยังต้องจ่ายค่ายิ้มของหมอและพยาบาลทั้งหลายอีก
เอาน่าทนเอาหน่อย เดี๋ยวคงหาย
เมื่อเรามีอาการท้องร่วงนอกจากจะดื่มน้ำเกลือชดเชยเข้าไปแล้ว
เรายังมีสมุนไพรที่มีศักยภาพในการรักษาอาการท้องร่วง ที่ยืนยันผลโดยข้อมูลการใช้ของชาวบ้าน
ทั้งมีผลการศึกษาเภสัชวิทยาและทางคลินิกช่วยสนับสนุนให้มั่นใจยิ่งขึ้น
สมุนไพรตัวนี้หลายท่านคงคุ้นเคยกันดีนั่นคือ ฟ้าทะลายโจนนั่นเอง
ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่ใช้กันมานาน มีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากว่า
70 ปี ทั้งในจีน อินเดีย ปากีสถานและในอังกฤษ ในเภสัชตำรับของจีน
กำหนดให้ใช้ต้นฟ้าทะลายโจร (ยกเว้นราก) ที่เก็บในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
หั่นและตากแห้งเก็บไว้ใช้เป็นยารักษาโรค อาทิ ท้องร่วงจากบิดไม่มีตัว
โรคคออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น
ใบของฟ้าทะลายโจรมีผลในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด และจากการศึกษาผลทางคลินิกที่ใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาอาการท้องร่วงจากบิดไม่มีตัว
โรคทางเดินหายใจส่วนบนอักเสบและไข้หวัดใหญ่พบว่าให้ผลดีมาก
สำหรับการทดลองทางคลินิกในเมืองไทย พญ. ปัญจางค์ ธนังกูล ได้ทดลองใช้ฟ้าทะลายโจรในการรักษาโรคอุจจาระร่วง
พบว่าผงฟ้าทะลายโจร ใส่แคปซูลขนาด 250 ม.ก. ให้กินครั้งละ
4 เม็ด (1 กรัม) ทุก ๆ 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 วัน สามารถรักษาโรคอุจจาระร่วงให้ผลดี
การรักษาด้วยฟ้าทะลายโจรนั้นจะดีกว่าการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
เช่น เตตร้าไซคลิน ตรงที่เชื้อที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงจะไม่ดื้อยาฟ้าทะลายโจร
เพราะฟ้าทะลายโจรมีตัวยาออกฤทธิ์หลายตัว ฟ้าทะลายโจรไม่เป็นพิษสามารถกินเป็นยาบำรุงสุขภาพก็ได้
ดังนั้นเมื่อมีอาการท้องร่วง กินฟ้าทะลายโจรก็ไม่เสียหายอะไร
ทั้งยังช่วยลดอาการปวดเกร็ง ลดการถ่าย แต่ไม่ได้ทำให้หยุดถ่ายทันที
จึงช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็วและไม่ทำให้เชื้อสะสมในร่างกาย
อะไรจะดีปานนั้น
ในภาวะที่ร้อนรุ่มและเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคท้องร่วงในหน้าร้อนนี้ ก็มีข่าวดีแว่วมาว่าจะมีการปรับปรุงยาแผนโบราณและยาสมุนไพรหลายตัว
โดยกระทรวงสาธารณกำลังจะประกาศให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน คนไทยจะได้หันกลับมาใช้ภูมิปัญญาและทรัพยากรภายในประเทศอย่างจริงจังเสียที ก็ขอให้เป็นจริงเถอะนะ
อย่าให้เสียฟอร์มเหมือนกับที่ประกาศว่าอหิวาต์หมดไปจากเมืองไทยแล้วเลย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Andrographis
paniculata (Burm. f.) Nees