ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย


ท้องร่วง : หมดห่วงเมื่อมีฟ้าทะลายโจร




ย่างเข้าหน้าร้อน โรคที่ชุกชุมในหน้านี้คงหนีไม่พ้นโรคท้องร่วง แทบทุกจังหวัดสถิติการเจ็บป่วยด้วยโรคท้องร่วงมักจะติดอันดับจ่าฝูงอยู่เสมอ และมีสถิติสูงสุดในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมของทุก ๆ ปี หน้าร้อนเป็นช่วงที่แมลงชุกชุมทั้งแมลงหวี่แมลงวันซึ่งเป็นตัวนำพาเชื้อโรคชั้นยอด นอกจากนี้หน้าร้อนยังขาดแคลนน้ำที่จะชะล้างทำความสะอาดสิ่งโสโครกต่าง ๆ โดยเฉพาะในแถบบ้านไร่ปลายนา ภาวะการขาดแคลนน้ำยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปีอยู่แล้ว

แม้บ้านเราจะมีโรงพยาบาลที่ทันสมัย แต่ก็ยังมีเด็กและคนแก่ที่เสียชีวิตด้วยโรคนี้เป็นประจำ เนื่องจากเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกายจนซีด ทนไม่ได้ก่อนที่จะถึงมือแพทย์ จึงมีการรณรงค์ให้มีการใช้ น้ำเกลือชาวบ้าน ที่มีรหัสย่อว่า ORS (Oral Rehydration Salt) ซึ่งเป็นเกลือแร่ชนิดละลายน้ำดื่มเมื่อมีอาการท้องเสีย โดยไม่ต้องใช้ยาระงับอาการท้องร่วงแต่อย่างใด เพราะถ้ามีเชื้อโรคอยู่ในลำไส้การกินยาให้หยุดถ่ายทันทีก็เท่ากับช่วยให้เชื้อดังกล่าวอยู่ในลำไส้ได้นานขึ้น

โดยทั่วไปถ้ามีอาการท้องร่วง ท้องเสีย ไม่รุนแรงเพียงดื่มน้ำเกลือแร่ชดเชยปล่อยให้ร่างกายถ่ายเชื้อโรคหรือสารพิษจากเชื้อโรคออก ไปร่างกายก็จะดีขึ้นเอง แต่ในกรณีที่มีไข้ หรือถ่ายเป็นมูกเลือด หรือถ่ายพุ่งจู๊ดเหมือนน้ำซาวข้าว ให้รีบมาพบแพทย์พร้อมกับเก็บอุจจาระตรวจจะดีที่สุด

ชีวิตทุกวันนี้พวกเรามีโอกาสป่วยเป็นโรคท้องร่วงกันมาก เพราะอาชีพมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ มักหนีไม่พ้นสภาพแม่บ้านพ่อบ้านอาหารถุง ที่ไม่มีเวลาจะประกอบอาหารรับประทานกันเองเหมือนสมัยก่อน ต้องฝากท้องไว้กับร้านกับข้าวถุงหน้าปากซอยหรือร้านค้าแผงลอยริมถนน ที่แม้แต่น้ำล้างชามก็มีเพียงสองถังล้างจนไม่รู้ถังไหนน้ำสะอาด

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวครึกโครมดังไปทั่วโลกว่ามีนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงมาเที่ยวเมืองไทย กินก๋วยเตี๋ยวแผงลอยแล้วป่วยเป็นโรคท้องร่วง สาเหตุมากจากการติดเชื้ออหิวาต์ในอาหารที่รับประทานเข้าไป ซึ่งเจ้าโรคอหิวาต์นั้นทางกระทรวงสาธารณสุขประกาศว่าหมดไปจากเมืองไทยตั้งหลายปีมาแล้ว ก็ต้องเชื่อเขาหน่อย

พวกเราก็ต้องระมัดระวังในการรับประทานอาหารให้มากขึ้นอย่านอนใจ เพราะอาจมีเชื้อ อหิวาต์แพร่มาจากแรงงานต่างด้าวชาวเขมรและพม่าที่เข้ามาทำงานในบ้านเราเกลื่อนเมืองก็เป็นได้

ว่าไปแล้วโรคท้องร่วงเป็นเป็นโรคที่ป้องกันได้ เพียงรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่สะอาด หากจำเป็นต้องรับประทานกับข้าวถุงก็ขอให้เอามาอุ่นให้ร้อนก็คงพอป้องกันปัญหาได้ และเมื่อใดเกิดพลาดพลั้งไม่ระวังเพราะอยากกินอะไร ๆ อร่อยจนลืมนึกผลเสียที่จะตามมา เกิดท้องร่วงจู๊ด ๆ คราใดไม่ต้องตกใจรีบเฮโลกันไปโรงพยาบาลหรอก

มีคนเคยแซวให้ฟังว่าจะไปโรงพยาบาลของรัฐทีไร พอนึกถึงหน้าเจ้าหน้าที่ที่บูดยิ่งกว่าอาหาร นึกถึงเตียงที่นอนกันแน่นเรียงกันยังกับปลากระป๋อง ร้อนก็ร้อนแล้วก็เปลี่ยนใจ ส่วนจะตรงรี่ไปโรงพยาบาลเอกชนรึก็เสียดายสตางค์ เพราะนอกจะต้องจ่ายค่ายาแล้วยังต้องจ่ายค่ายิ้มของหมอและพยาบาลทั้งหลายอีก เอาน่าทนเอาหน่อย เดี๋ยวคงหาย

เมื่อเรามีอาการท้องร่วงนอกจากจะดื่มน้ำเกลือชดเชยเข้าไปแล้ว เรายังมีสมุนไพรที่มีศักยภาพในการรักษาอาการท้องร่วง ที่ยืนยันผลโดยข้อมูลการใช้ของชาวบ้าน ทั้งมีผลการศึกษาเภสัชวิทยาและทางคลินิกช่วยสนับสนุนให้มั่นใจยิ่งขึ้น สมุนไพรตัวนี้หลายท่านคงคุ้นเคยกันดีนั่นคือ ฟ้าทะลายโจนนั่นเอง

ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่ใช้กันมานาน มีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากว่า 70 ปี ทั้งในจีน อินเดีย ปากีสถานและในอังกฤษ ในเภสัชตำรับของจีน กำหนดให้ใช้ต้นฟ้าทะลายโจร (ยกเว้นราก) ที่เก็บในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หั่นและตากแห้งเก็บไว้ใช้เป็นยารักษาโรค อาทิ ท้องร่วงจากบิดไม่มีตัว โรคคออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

ใบของฟ้าทะลายโจรมีผลในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด และจากการศึกษาผลทางคลินิกที่ใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาอาการท้องร่วงจากบิดไม่มีตัว โรคทางเดินหายใจส่วนบนอักเสบและไข้หวัดใหญ่พบว่าให้ผลดีมาก สำหรับการทดลองทางคลินิกในเมืองไทย พญ. ปัญจางค์ ธนังกูล ได้ทดลองใช้ฟ้าทะลายโจรในการรักษาโรคอุจจาระร่วง พบว่าผงฟ้าทะลายโจร ใส่แคปซูลขนาด 250 ม.ก. ให้กินครั้งละ 4 เม็ด (1 กรัม) ทุก ๆ 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 วัน สามารถรักษาโรคอุจจาระร่วงให้ผลดี

การรักษาด้วยฟ้าทะลายโจรนั้นจะดีกว่าการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ เช่น เตตร้าไซคลิน ตรงที่เชื้อที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงจะไม่ดื้อยาฟ้าทะลายโจร เพราะฟ้าทะลายโจรมีตัวยาออกฤทธิ์หลายตัว ฟ้าทะลายโจรไม่เป็นพิษสามารถกินเป็นยาบำรุงสุขภาพก็ได้ ดังนั้นเมื่อมีอาการท้องร่วง กินฟ้าทะลายโจรก็ไม่เสียหายอะไร ทั้งยังช่วยลดอาการปวดเกร็ง ลดการถ่าย แต่ไม่ได้ทำให้หยุดถ่ายทันที จึงช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็วและไม่ทำให้เชื้อสะสมในร่างกาย อะไรจะดีปานนั้น

ในภาวะที่ร้อนรุ่มและเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคท้องร่วงในหน้าร้อนนี้ ก็มีข่าวดีแว่วมาว่าจะมีการปรับปรุงยาแผนโบราณและยาสมุนไพรหลายตัว โดยกระทรวงสาธารณกำลังจะประกาศให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน คนไทยจะได้หันกลับมาใช้ภูมิปัญญาและทรัพยากรภายในประเทศอย่างจริงจังเสียที ก็ขอให้เป็นจริงเถอะนะ อย่าให้เสียฟอร์มเหมือนกับที่ประกาศว่าอหิวาต์หมดไปจากเมืองไทยแล้วเลย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Andrographis paniculata (Burm. f.) Nees





©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003