ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย


รากบัว : ไม่ต้องกลัวร้อนใน




เมืองไทยนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองร้อน ส่วนกรุงเทพฯ นั้นก็ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของเมืองที่อมความร้อนเก่งเช่นกัน เพราะกรุงเทพเมืองฟ้าอมรของชาวสยามนั้นอุดมไปด้วยป่าคอนกรีต ถนนหนทาง ทางเดินเท้า ก็ถูกฉาบทาไปด้วย อิฐ หิน ปูน ทราย แทบทุกตารางนิ้ว ๆ ทุกปีอยู่แล้ว

เรียกว่าหาพื้นดินพื้นหญ้า ให้เท้าได้มีโอกาสสัมผัสกับความชุ่มชื้นแบบธรรมชาติได้ยากพอ ๆ กับหาเงินใช้หนี้ต่างชาติทีเดียว

ยามเมื่อแสงแดดแผดกล้า ตึกรามบ้านช่องและพื้นปูน พื้นคอนกรีตเหล่านี้ก็จะซึมซับเก็บความร้อนไว้เต็มที่ พอตกกลางคืนก็คลายความร้อนที่อมไว้ทั้งวันออกมา เลยกลายเป็นว่า เราต้องทนร้อนกันทั้งวันทั้งคืนทีเดียว

ถ้าจะให้กรุงเทพฯ เย็นลงเขาบอกว่า ต้องขยันปลูกต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา และหาทางให้มีพื้นดิน พื้นหญ้าเพิ่มมากขึ้น มีการทดสอบโดยการวัดอุณหภูมิพื้นหญ้าในตอนกลางวันพบว่าอุณหภูมิบริเวณพื้นหญ้าต่ำกว่าอุณหภูมิของอากาศทั่วไปประมาณ 7-8 องศา เพราะว่าพื้นหญ้าสามารถเก็บความชื้นไว้ได้ดีนั่นเอง

ที่ชอบบ่น ๆ กันว่าทำไมปีนี้ร้อนกว่าปีที่แล้ว ก็คงมาจากสาเหตุที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองอมความร้อนนี้ด้วยเช่นกัน และแน่นอนเมื่ออุณหภูมิของอากาศสูงขึ้นก็มีผลให้ความร้อนภายในร่างกายของเราสูงขึ้นด้วย ร่างกายก็พยายามระบายความร้อนออกมา เราจึงเกิดอาการเหงื่อไหลไคลย้อย กระหายน้ำมากเป็นพิเศษในหน้าร้อนแบบนี้

คงจะมีอยู่บ่อยครั้ง ที่เรากระหายน้ำมาก ๆ แต่พอกินน้ำเย็นหรือน้ำอัดลมซ่า ๆ ใส่น้ำแข็งเข้าไปจนอิ่มท้องแล้วก็ตาม แต่อาการกระหายกลับไม่ทุเลาลงเลย ยังคงรู้สึกร้อนฉ่าอยู่ข้างในและหิวกระหายน้ำอยู่เหมือนเดิม ในขณะที่เรากินพืชผักผลไม้ที่เป็นสมุนไพรบางอย่างเข้าไปอาการกระหายน้ำกลับหายไปอย่างน่าอัศจรรย์

นั่นเป็นเพราะว่าน้ำเย็นและน้ำแข็งที่เราดื่มเข้าไปนั้นเข้าไปปรับอุณหภูมิในร่างกายแบบชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่ไม่สามารถให้ความชุ่มชื้นกับร่างกายได้ เหมือนกับเราราดน้ำลงบนพื้นปูนที่อยู่กลางแดด สักพักแดดก็เผาจนพื้นแห้งและกลับไปร้อนผ่าวเหมือนเดิม ในขณะที่สมุนไพรเข้าไปช่วยปรับสภาพร่างกายของเราให้เหมือนกับสนามหญ้าพอเรารดน้ำลงบนพื้นหญ้า ดินและหญ้าก็สามารถเก็บซับความชุ่มชื้นเอาไว้ได้นาน ๆ นั่นเอง

สมุนไพรที่มีคุณสมบัติดังกล่าวมาข้างต้นที่เหมาะกับอาการหิวกระหายน้ำไม่เลิกราแบบนี้ ซึ่งมักเรียกรวม ๆ กันว่าเป็นอาการร้อนใน (อาการแบบนี้ไม่จำเป็นจะต้องเกิดเฉพาะหน้าร้อน คนที่อ่อนเพลีย นอนดึกอดหลับอดนอน หรือชอบกินของมันๆ ทอด ๆ ก็ทำให้เกิดอาการร้อนในได้) ที่เด่น ๆ แบบเห็นผลดีจนเป็นที่ยอมรับกันทั่วก็คือ รากบัว

การใช้ยาแก้ร้อนในควรระวัง อย่าใช้แรงเกินไป หรือยาเย็นจัดเกินไป โดยหวังที่จะให้หายทันใจ ควรเลือกใช้ยาที่ไม่แรงก่อน แม้เห็นผลช้าแต่ก็ไม่อันตราย ทั้งตำราอินเดียและจีนนิยมใช้ "รากบัว" แก้ร้อนในมาก อาจเป็นเพราะว่า รากบัวเป็นยาไม่แรง มีพิษน้อย รสอร่อย กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รากบัวต้มน้ำตาลจัดว่าเป็นได้ทั้งเครื่องดื่มและยาด้วยในตัว

รากบัวมีรสมัน แก้ไข้ พิษร้อน แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ชูกำลัง แก้เสมหะ น้ำลายเหนียว แก้ไอ เป็นยาเย็นแก้พิษอักเสบ แก้พิษฝีต่าง ๆ แก้ปวดบวม

ใมีผู้ใช้รากบัวแก้ร้อนในได้ผลจำนวนมาก บางท่านมีอาการกระหายน้ำมาก เมื่อกินน้ำรากบัวแล้วอาการกระหายน้ำหายไป วิธีปรุงก็มีหลายวิธีให้เลือก ตั้งแต่

ต้มกิน เป็นวิธีที่นิยมใช้กันทั่วไป คือเอารากบัวมาฝานเป็นแว่นมากน้อยตามต้องการ ใส่น้ำพอท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 10-15 นาที แล้วรินน้ำยามาดื่ม วันละ 3-4 ครั้ง ๆ ละ 1 แก้ว เมื่อน้ำยาหมดแล้วให้เติมน้ำใหม่ ต้มดื่มได้อีกครั้ง น้ำยานี้ถ้าเติมน้ำตาลจะอร่อยขึ้นมาก แต่น้ำตาลไม่ถูกกับโรคร้อนใน ดังนั้นถ้าจะเติมน้ำตาลควรเติมให้น้อยที่สุด

คั้นเอาน้ำกิน รากบัวสด ๆ มีฤทธิ์แก้ร้อนในได้แรงกว่าน้ำต้มรากบัว วิธีกินให้เอารากมาตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำกิน ครั้งละ 3-4 ช้อนแกง วันละ 3-4 ครั้ง

กินสด บางท่านใช้วิธีเคี้ยวกินสด ๆ เลย โดยเอารากบัวหลวงอ่อน ๆ เคี้ยวกินธรรมดา ๆ

ระวัง อย่ากินน้ำคั้นรากบัวและรากบัวสด ๆ มากเกินไป อาจทำให้แน่นหน้าอกได้

รากบัวนอกจากใช้แก้ร้อนในแล้ว ยังช่วยเจริญอาหาร และแก้อ่อนเพลียได้ด้วย กินแล้วรู้สึกอยากอาหารและกินอาหารได้มากขึ้น ช่วยให้หายอ่อนเพลีย สดชื่นมากขึ้น

รากบัวนอกจากเอามาต้มน้ำ หรือคั้นน้ำกินแล้ว ยังเอามาทำเป็นอาหารได้ รากบัวต้มกระดูกหมู เป็นอาหารอร่อยเลิศรส สำหรับท่านที่รับประทานมังสวิรัต ใช้เนื้อเทียมแทนกระดูกหมูก็ได้ รากบัวกินเป็นอาหารช่วยให้น้ำย่อยดี ขับถ่ายดีท้องไม่ผูก เพราะรากบัวมีเส้นใยอาหารมาก บางท่านที่เคยกินรากบัวต้มกระดูกหมู บอกว่ากินแล้วช่วยบำรุงกำลัง บรรเทาอาการเจ็บคอ ขับเสมหะ แก้ร้อนใน กระหายน้ำได้ดี

รากบัว เป็นสมุนไพรที่เป็นทั้งยาและอาหารอยู่ในตัว ทำหน้าที่ทั้งป้องกัน บำรุงและรักษาไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติเด่นอันหนึ่งของสมุนไพรที่ทุกคนยอมรับ





©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003