ในทางการแพทย์จีนกล่าวว่า ผักกาดขาว มีรสหวาน ไม่มีพิษ
มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ ทำให้ถ่ายได้ง่าย แก้ไอ
ขับเสมหะ แก้พิษจากสุรา เป็นต้น
ผักกาดขาวมีสารอาหารต่าง ๆ ค่อนข้างครบ เช่น โปรตีน ไขมัน
น้ำตาล ที่สำคัญคือผักกาดขาวมีแคลเซี่ยมและวิตามินซีในปริมาณสูง
ซึ่งแคลเซี่ยมนอกจากจะมีหน้าที่เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงแล้ว
ยังทำให้กล้ามเนื้อทำงานเป็นปกติ ปัจจุบันยังพบว่าแคลเซี่ยมมีบทบาท
ในการลดความดันโลหิตสูงและป้องกันมะเร็งในลำไส้อีกด้วย
ส่วนวิตามินซีจะมีบทบาทในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด
ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันมะเร็ง และกำจัดสารพิษและโลหะหนักให้แก่ร่างกาย
ในตำรายาจีนจึงใช้ผักกาดขาวในการรักษาโรคขาดวิตามินและแคลเซี่ยมในเด็ก
โดยจะใช้ผักกาดขาวหนึ่งถ้วย ใส่น้ำไปอีกหนึ่งถ้วย ต้มด้วยไฟอ่อน
ๆ ให้เดือดครึ่งชั่วโมง เทเอาแต่น้ำแล้วเติมน้ำตาลทรายขาวเล็กน้อย
ให้เด็กรับประทาน เห็นแล้วน่าอิจฉาคนจีนที่มีตำรับยารักษาโรคจากพืชผักของตัวเองคือรู้จักรับปรับใช้
ไม่ใช่เอะอะอะไรก็กินแต่ยาฝรั่งซะจนประเทศชาติเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว
ผักกาดขาวยังเป็นผักที่ให้เส้นใย (dietary fiber) สูงมากชนิดหนึ่ง
ก่อนอื่นเรามารู้จักเส้นใยอาหารกันเสียก่อน
เส้นใยอาหารเป็นสารที่ไม่ละลายน้ำแต่จะพองตัวเมื่อมีน้ำ มีความสามารถในการอุ้มน้ำ
เพิ่มความหนืด ไม่ถูกย่อย ดูดซับและแลกเปลี่ยนประจุได้จึงป้องกันการเกิดปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น
กวาดล้างอนุมูลอิสระ
การอุ้มน้ำได้ดีของเส้นใยจึงเพิ่มปริมาตรกากอาหาร
กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ทำให้กากอาหารอ่อนนุ่ม
ถ่ายสะดวก ตำรายาจีนที่แก้ท้องผูกจะเอาผักกาดขาวล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นๆ
แล้วผัดกับน้ำมันเกือบสุก จึงเติมซีอิ๊ว น้ำตาลทรายขาว น้ำส้ม
น้ำและแป้งสาลีคั่วต่อไปจนสุกดี รับประทานแก้ท้องผูก แต่ถ้าเป็นตำรับแก้ท้องผูกไทย
ๆ ก็รับประทานแกงส้มผักกาดขาว ได้เส้นใยจากผักกาดขาว และได้น้ำมะขามจากแกงส้มช่วยในการระบาย
การที่เส้นใยสามารถกำจัดอนุมูลอิสระและช่วยดึงเอาสารพิษที่อาจปนเปื้อน
เข้าไปกับอาหารร่วมกับการที่เส้นใยสามารถลดความหมักหมมของการอาหารในลำไส้
จึงทำให้เส้นใยลดอุบัติการณ์การเป็นมะเร็งในลำไส้ สรรพคุณในการป้องกันมะเร็งในลำไส้
แม้ยังไม่ทราบขนาดที่แน่นอน แต่สหรัฐอเมริกาได้กำหนดให้ชายวัยสูงอายุบริโภคเส้นใยอาหาร
18 กรัมต่อวัน ในวันหนุ่มสาวต้องเพิ่มเป็น 20-25 กรัมต่อวัน
การรับประทานเส้นใยอาหารมากกว่านี้ไม่ได้ช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
แต่จะช่วยในแง่สุขภาพด้านอื่น เช่น ช่วยลดอาการท้องผูก เป็นต้น
ดังนั้นการรับประทานผักกาดขาวเป็นประจำจะช่วยในการขับถ่าย
และป้องกันมะเร็งในลำไส้ได้เป็นอย่างดี
ผักกาดขาวจัดว่าเป็นหนึ่งในอาหารสมุนไพรที่ทุกคนควรรู้จัก
เพราะการบริโภคในยุคนี้ควรเป็นการบริโภคที่มีความรู้
ในอดีตเราอาจไม่สนใจว่าการกินผักกาดขาวแล้วมีประโยชน์อย่างไร
มีอะไรให้กินเราก็กินไปตามเรื่อง
เมื่อวัฒนธรรมการกินอาหารแบบตะวันตกที่เรามักจะเรียกว่าแดกด่วน
(Fast Food) แพร่เข้ามาและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในวัยรุ่น
พอกินตามเข้าไปสักพักเราก็พบว่าอาหารพวกนี้เป็นอาหารขยะรังแต่จะเป็นปัญหาต่อสุขภาพ
เป็นอาหารมีกากและเส้นใยน้อยคือแทบไม่มีเลย เป็นเหตุให้เป็นโรคระบบทางเดินอาหารและโรคเรื้อรังต่าง
ๆ เช่น มะเร็งในลำไส้ โรคถุงโป่งพองในลำไส้ ไส้ติ่งอักเสบ
ท้องผูก ริดสีดวงทวาร เบาหวาน โรคหัวใจ โรคนิ่วในถุงน้ำดี
เป็นต้น
นอกจากเราต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ให้อาหารแดกด่วนเหล่านี้แล้ว
เรายังต้องเสียค่ารักษาโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายอีกเป็นมูลค่าปีละหลายร้อยล้านบาท
การรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่หันกลับมากินอาหารไทย
โดยหยิบยกประเด็นของคุณค่าทางอาหารและทางยาจะช่วยให้เราเป็นผู้บริโภคที่กินเป็นและกินอย่างฉลาด
เช่น มีเมนูแกงส้มผักกาดขาวแก้ท้องผูก แกงส้มดอกแคแก้หวัด เป็นต้น
วิธีนี้น่าจะเป็นทางออกในการฟื้นฟูประเทศอีกแนวทางหนึ่ง
เป็นการฟื้นฟูโดยใช้วัฒนธรรม อาจจะช้าแต่เป็นการแก้ที่ตรงจุดเพราะการ
ล้มละลายของประเทศในปัจจุบันเกิดจากการครอบงำทางวัฒนธรรมโดยการทำให้คนไทยกินแบบฝรั่ง
อยู่อย่างฝรั่ง ใช้ยาฝรั่งนั่นเอง