ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย




บวบ
: สมุนไพรแบบเบ็ดเสร็จ


บวบเป็นพืชผักตระกูลแตง ที่คนไทยคุ้นเคยกันมานาน ส่วนใหญ่จะปล่อยให้บวบเลื้อยตามรั้วหรือปล่อยให้เลื้อยพันไปตามต้นไม้ แล้วคอยเก็บผลอ่อนมารับประทานเป็นผัก ส่วนบวบที่ไม่ได้ถูกเก็บปล่อยจนแก่แห้งแล้วเนื้อหลุดหายไปเหลือแต่เส้นใยที่เรียกว่ารังบวบ จะถูกเก็บมาไว้ใช้ในการอาบน้ำ ขัดขี้ไคล ขัดถูหม้อจานไม่ต้องไปหาซื้อฟองน้ำให้เปลืองสตางค์ ห้างสรรพสินค้าของคนบ้านนอกก็อยู่ข้างบ้านเดินไปไม่กี่ก้าวเก็บหาเอาตามใจชอบ ดูสวยงามยิ่งนักในความรู้สึกของเด็ก ๆ

เฉพาะรังบวบที่นำมาใช้ถูตัวตอนอาบน้ำ กำลังเกิดเป็นกระแสความนิยมในหมู่ผู้สนใจการแพทย์ทางเลือก เพราะการถูตัวด้วยเส้นใยธรรมชาติ จะช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น และกระตุ้นผิวหนังให้สดชื่นเพราะเซลผิวหนังที่ตายแล้วได้ถูกกำจัดออกไป ความนิยมแบบนี้แหละที่ทำให้พี่ยุ่นมาสั่งซื้อรังบวบจากไทยไปใช้จนเกร่อ

ปัจจุบันบวบยังเป็นผักที่คนนิยมรับประทานมีการปลูกขายกันอย่างกว้างขวาง รังบวบก็เป็นที่ต้องการของร้านขายผลิตภัณฑ์ธรรมชาติทั้งหลาย หากคนตกงานสนใจอาชีพปลูกบวบ ก็ยังพอเป็นลู่ทางการทำมาหากินในที่ดินบ้านเราได้

บวบมีอยู่หลายชนิด เช่น บวบเหลี่ยม บวบงู บวบหอม และยังมีบวบขม ชนิดหลังนี้คนมักไม่ค่อยรู้จักเนื่องจากผลมีรสขมมากจึงไม่ใช้เป็นอาหารใช้เป็นยาเท่านั้น คนในสมัยก่อนเวลามีรังแคจะใช้บวบขมสระผมเพื่อกำจัดรับแค ส่วนสามชนิดแรกสามารถใช้ผลกินเป็นผักได้

บวบที่นิยมปลูกกันก็คือบวบหอม ที่ผลอ่อนจะมีรสหวานอร่อยกว่าชนิดอื่น และนอกจากนี้ยอดอ่อนและดอกของบวบสามารถกินเป็นผักได้ เช่นกัน โดยลวกต้มกินน้ำพริกหรือจะใช้ทำแกงเลียง แกงส้มก็อร่อย

คุณประโยชน์ของยอดอ่อน ใบ และ ดอกของบวบก็เช่นเดียวกันผักสีเขียวทั่วไป คืออุดมไปด้วยแคโรทีนซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง วิตามินและเกลือแร่ต่างๆ และทำหน้าที่เป็นกากอาหารช่วยในการขับถ่าย

ผลอ่อนของบวบมีรสหวาน จึงใช้ปรุงเป็นอาหารได้หลายชนิด เช่น ใช้ต้มเป็นผักกินกับน้ำพริก ทำเป็นแกงจืด แกงเลียง หรือจะใช้ผัดในรูปแบบต่างๆ ได้หลายแบบ

นอกจากเป็นอาหารแล้วบวบยังเป็นยาได้อีกด้วย ในตำรายาโบราณกล่าวว่า ผลบวบมีคุณสมบัติเป็นยาเย็น บำรุงร่างกาย ลดไข้ แก้ร้อนใน เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ และคนจีนเชื่อว่าในคนที่เป็นคางทูม ให้ใช้ผลบวบเผาให้เป็นถ่านแล้วบดผสมน้ำทาคางที่บวมออกมา อาตี๋ อาหมวย ทั้งหลายเมื่อคางโย้ออกมา นอกจากจะถูกเขียนตัวอักษรจีนว่าเสือให้คางยุบแล้ว จึงมักจะมีถ่านบวบดำๆ ป้ายที่แก้มให้ดูมอมแมมน่ารักไปอีกแบบ

ผลอ่อนของบวบถือว่าเป็นยาบำรุงร่างกายชั้นยอด เพราะมีโปรตีน ไขมัน คาร์โบโฮเดรต เกลือแร่และวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินซี มีปริมาณที่สูงมาก การกินบวบเป็นประจำจึงสามารถป้องกันโรคลักปิดลักเปิดได้ วิตามินซียังมีบทบาทในการต้านมะเร็ง ป้องกันหลอดเลือดอุดตันและเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย

ในผลอ่อนของบวบยังประกอบด้วย ซาโปนิน (saponins) สารเมือก (mucllage) ซึ่งมีสรรพคุณในการหล่อลื่นทำให้ถ่ายสะดวก ช่วยระบายอ่อนๆ บวบจึงเหมาะกับผู้ที่มักจะท้องผูก ถ่ายลำบากเพราะนอกจากจะเพิ่มกากอาหารแล้วยังช่วยหล่อลื่นลำไส้ช่วยให้ถ่ายสะดวกอีกด้วย

ผลอ่อนของบวบประกอบด้วยกรดอมิโนอิสระ (free amino acid) ที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิดจึงสอดคล้องกับความเชื่อของคนไทยโบราณที่เชื่อว่าการกินผลบวบอ่อนจะช่วยขับน้ำนม แม่สมัยก่อนจะเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตนเอง ได้ทั้งคุณค่าอาหาร ได้ทั้งความผูกพัน ไม่เหมือนตอนนี้ที่เรามัวแต่หาเงินเอาไปซื้อนมวัวของนอกมาเลี้ยงลูก ดีที่ค่าเงินบาทเราลดลง นมผงเลี้ยงทารกก็แพงแสนแพง เราจึงต้องหันมาเลี้ยงลูกด้วยนมตนเองอีกครั้ง

ในสถานการณ์เลวร้ายทางเศรษฐกิจในครั้งนี้เราได้อะไรหลายๆ อย่างคืนมา เราได้กลับมาเป็นตัวเรา กลับมาหาสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็น กลับมาปลูกบวบข้างรั้ว กลับมากินแกงเลียงบวบเพิ่มน้ำนมให้ลูกอีกครั้ง

ในความเชื่อที่ว่าบวบเพิ่มน้ำนมนั้นคนจีนก็มีความเชื่อเช่นเดียวกัน ตำรายาจีนที่ใช้กับแม่ลูกอ่อนไม่มีน้ำนม คือใช้ผลบวบตากแห้งพร้อมทั้งเม็ด คั่วจนเกรียม ตำให้แหลก รับประทานกับสุรา ใครถนัดตำราไหนของไทยหรือจีนก็แล้วแต่สะดวก แต่ตำราไทยสไตล์ดูจะอร่อยกว่ากินได้ทั้งครอบครัว

จะเห็นว่านอกจากบวบจะเป็นผักที่มีรสหวานอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพสารพัด ทั้งเป็นยาช่วยระบาย ทั้งเป็นอาหารเสริมสุขภาพทำให้ร่างกายแข็งแรง เป็นยาบำรุงน้ำนมให้กับแม่ลูกอ่อน เรียกว่ามีสรรพคุณเบ็ดเสร็จอยู่ในผักชนิดเดียว แบบนี้ถ้ายังไม่ยอมลองกินกันมั่งก็น่าเสียดาย




©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003