บางรายถึงแม้จะไปพบหมอเป็นประจำ แต่ก็ยังต้องทุกข์ทรมานจากเจ้าโรคที่แสนจะน่ารำคาญใจอยู่ดี
ที่น่าเจ็บใจก็คือ ตอนนี้เราต้องเสียเงินให้ฝรั่งซื้อยารักษาโรคผิวหนังมาใช้กันปีละเป็นพันล้านบาท
ทั้งที่สมัยก่อนเมื่อครั้งยังไม่มีโรงพยาบาล โรคผื่นคันคะเยอเป็นของกล้วยๆ
สำหรับคนโบราณ เพียงแต่นำพลูในเชี่ยนหมากมาตำๆ ใส่เหล้าทาที่ผื่นแพ้
หรือไม่ก็ไปเด็ดใบตำลึงมาขยี้ตำๆ ใส่น้ำเล็กน้อย ทาไปสักพักก็หาย
ถ้าเป็นผื่นขึ้นตุ่มใหญ่มีน้ำเหลือง บวมอักเสบ พลูกับตำลึงอาจเอาไม่อยู่
เขาจะใช้สมุนไพรอีกตัวหนึ่งที่สามารถจัดการได้ทุกผื่นทุกตุ่ม
ไม่ว่าจะเป็นตุ่มผื่นจาก โรคเริม งูสวัด สุกใส ฝี หรือแม้แต่แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกนั่นคือ
เจ้าต้นเสลดพังพอนตัวเมียหรือพญายอ
ปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวเสลดพังพอนตัวเมียอย่างกว้างขวาง
เริ่มแรกนั้นในปี 2530 โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยาอภัยภูเบศร
จังหวัดปราจีนบุรี ได้นำสมุนไพรดังกล่าวมาสกัดทำยาในรูปแบบของทิงเจอร์และกลีเซอรีนใช้รักษาเริมและงูสวัด
ได้ผลดี
ต่อมาได้พัฒนาทำในรูปแบบของครีมเพื่อให้สะดวกต่อผู้ป่วยยิ่งขึ้น
ในระยะสามสี่ปีที่ผ่านมามีการศึกษาวิจัยเสลดพังพอนครีมในการรักษาเริมและงูสวัดอย่างเต็มรูปแบบพบว่า
เจ้าครีมเสลดพังพอนสามารถรักษาเริมกับงูสวัดได้ดีพอ ๆ กับยาจากต่างประเทศ
แถมมีข้อดีกว่าหลายๆ อย่าง เช่น ทำให้ระยะการเป็นเริมทิ้งช่วงไปนาน
(คนที่เป็นเริมมักจะเป็นซ้ำที่เดิมอีก) แต่ก็มีข้อเสียคือมีสีเขียวเลอะเสื้อผ้า
ซึ่งคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยชอบ
กลไกการรักษาเริมกับงูสวัดของเสลดพังพอนนั้นยังไม่มีการยืนยันว่าเจ้าสมุนไพรตัวนี้ไปฆ่าไวรัสที่เป็นต้นเหตุหรือไปออกฤทธิ์อย่างอื่น
แต่ที่แน่ ๆ เสลดพังพอนตัวนี้มีฤทธิ์ลดการอักเสบ
จากประสบการณ์ของโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้พบข้อบ่งชี้ใหม่ของครีมเสลดพังพอนตัวเมียที่เตรียมโดยโรงพยาบาลเอง
คือครีมดังกล่าวสามารถใช้รักษาผื่นแพ้ได้ ทั้งยังรักษาโรคผิวหนังอักเสบชนิดรุนแรงได้อย่างน่าทึ่ง
ตัวอย่างแรกเป็นข้าราชการครูที่เป็นผื่นคันบริเวณลำคอ มาพบแพทย์ได้รับครีมเสตอร์รอยด์
และยาแก้แพ้ไปรับประทาน เป็นๆหายๆมาประมาณสองเดือน จึงมาเลือกใช้สมุนไพร
(โรงพยาบาลนี้ประชาชนสามารถที่จะเลือกได้ว่าจะเลือกใช้ยาแผนปัจจุบันหรือสมุนไพร)
เมื่อนำครีมเสลดพังพอนไปทาประมาณวันละ 5 ครั้ง เพียงสามสี่วันก็หายเป็นปกติ
ตัวอย่างที่สองเป็นโรคผิวหนังอักเสบที่รุนแรงมากมีอาการผิวหนังตึงบวม
ตระเวนรักษาทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน ขายวัวขายควายเพื่อการรักษาจนหมดตัว
ได้ดูรายการทีวีที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีสมุนไพรรักษาโรคผิวหนังอักเสบ
จึงตัดสินใจหอบหิ้วกันมา
อาการก่อนหน้าที่จะรักษา ผิวหนังจะต้องอยู่ใต้ร่มผ้าตลอดเวลา
โดนลมก็ระคายเคือง แสบเสียวเจ็บแปล็บ ต้องหาผ้าห่อตัวตลอด
ผิวหนังแห้งล่อนแล้วล่อนอีก จากการให้ยาปฏิชีวนะของแพทย์ ร่วมกับการทาครีมเสลดพังพอน
ภายใน 2 วัน อาการบวมเห่ออักเสบลดลง ผิวหนังที่ล่อนออกมาครั้งหลังเริ่มเป็นปกติไม่หลุดล่อนออกมาอีก
ใช้เวลารักษาตัวไปประมาณสองอาทิตย์ คนไข้ดังกล่าวก็สามารถกลับบ้านได้
ครีมเสลดพังพอนจึงเป็นอีกความหวังหนึ่งที่เราจะมียารักษาผื่นแพ้และผิวหนังอักเสบแทนยาจากต่างประเทศ
อาจจะเขียวเลอะเทอะไปบ้างแต่ถือว่าช่วยชาติ กินของไทย ใช้ยาไทย
ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน
กองโรงพยาบาลภูมิภาคเห็นว่าบ้านเราต้องพัฒนายาจากสมุนไพรทดแทนยาจากต่างประเทศในบางโรคได้แล้ว
จึงได้มีการผึกอบรมเภสัชกรโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปอีก
20 แห่ง เพื่อผลิตยาดังกล่าวโดยถ่ายทอดเทคโนโลยีจากโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยาอภัยภูเบศร
ในอีกไม่นานเชื่อว่าประชาชนสามารถมีทางเลือกในการขอรับบริการยาจากสมุนไพร
เช่น เสลดพังพอนครีมจากโรงพยาบาลใกล้บ้านของตัวเองได้
แต่ถ้าใครพอมีที่เหลือหรือจะหากระถางโต ๆ ไว้ปลูกเสลดพังพอนตัวเมียก็จะดีกว่าไปซื้อยาจากโรงพยาบาลเป็นไหน
ๆ เพราะสามารถที่นำใบเสลดพังพอนสดมาตำให้ละเอียดดองเหล้าไว้ใช้
โดยใช้ใบเสลดพังพอนสด 1 กก. ต่อเหล้าโรง 1 ลิตร คนบ่อย ๆ หรือจะใช้ใบเสลดพังพอนแห้ง
1 กก. ต่อเหล้าโรง 4 ลิตร เก็บใส่โหลไว้ใช้ได้เป็นปี แต่ถ้าเป็นผิวหนังอักเสบแบบรุนแรงมีการหลุดลอกของผิวหนังอย่างกรณีคนไข้ตัวอย่างที่สอง
ต้องใช้วิธีเคี่ยวใบเสลดพังพอนกับน้ำมันงาทาบ่อย ๆ ซึ่งกรณีแบบนี้การรักษาความสะอาดเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก
ยาจากสมุนไพร เป็นความหวังที่เราจะพึ่งตนเองด้านยา เป็นความหวังที่เราจะส่งออกเอาเงินเข้าประเทศ
ถ้าเราช่วยกันใช้ยาจากสมุนไพรโดยเฉพาะเสลดพังพอนตัวเมียที่มีข้อมูลทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และความรู้พื้นบ้านสนับสนุน
เราอาจช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศได้เป็นร้อย ๆ ล้านบาท
และสามารถที่รวบรวมประสบการณ์การใช้ของพวกเราพัฒนาปรับปรุงยาจากสมุนไพรเพื่อการส่งออกในอนาคต
หากท่านใดสนใจข้อมูลการใช้ยาสมุนไพรเสลดพังพอนตัวเมีย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยาอภัยภูเบศร
โทร. (037) - 211298, 211088, 211445 ต่อ 3154
หรือในกรุงเทพฯ ติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ชมรมเพื่อนธรรมชาติ
โทร. 589-4243 และ 591-8092