สารพิษหรือของเสียที่เราไม่ต้องการแต่ร่างกายดูดซึมเข้าไปแล้ว
ร่างกายของเราก็จะมี กลไกที่จะพาสารพิษออกมาคือฉี่กับเหงื่อ
ส่วนการขับถ่ายอุจจาระเป็นการขับของเสียที่เรากินเข้าไป เป็นของที่ยังไม่ถูกดูดซึม
ดังนั้นของเสียที่เกิดจากการทำงานในระบบต่างๆ
ของร่างกายล้วนแต่ต้องขับออกมาทางปัสสาวะและทางเหงื่อทั้งสิ้น
่
เรื่องของเหงื่อนี้ฝรั่งยุ่งกับเหงื่อน้อยกว่าเรามาก
มีเพียงแนะนำให้คนเราออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้แข็งแรง แต่ไม่พูดถึงเหงื่อ
สำหรับคนตะวันออกแล้วการทำให้เหงื่อออกเป็นเรื่องที่สำคัญต่อสุขภาพมาก
เหงื่อจะกำจัดของเสียที่ได้จากการทำงานของระบบน้ำเหลือง ทำให้การทำงานของระบบน้ำเหลืองดีขึ้น
ภูมิต้านทานดีขึ้น
คนตะวันออกเชื่อว่าการที่มีสารพิษหรือของเสียสะสมในร่างกายคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ
เช่น หอบหืด ผื่นแพ้ ตุ่มพุพอง ที่คนโบราณมักจะบอกว่าเป็นโรคน้ำเหลืองเสียนั่นเอง
การอบไอน้ำสมุนไพรเป็นวัฒนธรรมหนึ่งที่เชื่อว่าจะเป็นการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย
ทำให้ร่างกายแข็งแรง ลดอาการน้ำเหลืองเสีย
และยังได้กลิ่นจากสมุนไพรที่ให้ความสดชื่นแก่ร่างกายอีกด้วย
สมุนไพรที่ใช้อบไอน้ำได้แก่
มะกรูด เป็นพืชตระกูลส้ม
ในใบและเปลือกผลมี น้ำมันหอมระเหย ประกอบด้วย ซิโตรเนลลัล
(citronellal) และซิโตรเนลลิลอะซิเตท (citronellyl acetate)
มะกรูดเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง หากไปงานศพมาต้องล้างหน้าด้วยน้ำที่แช่เปลือกมะกรูดเผาไฟ
ในวรรณคดีไทยหลายเรื่องกล่าวถึงยาแก้ลมจากการสูดดมมะกรูดและพิมเสน
เช่น "แล้วหยิบพานหมากมาหามะกรูด เอาเล็บขูดแกะก้มดมผิว"
อยู่ในบทละครนอกในเรื่องคาวี จะเห็นได้ว่าคนไทยมีการ
ใช้กลิ่นหอมจากมะกรูดในการเป็นยาดมแก้ลมวิงเวียนมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ซึ่งตรงกับการรักษาที่เรียกว่า "Aromatherapy" นับเป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่ายิ่งนัก
ขมิ้นชัน เหง้าขมิ้นชันมีสีเหลืองเข้มจากสารเคอร์คิวมิน
(curcumin) และมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีกลิ่นเฉพาะ
ขมิ้นมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราหลายชนิด
ขมิ้นสามารถใช้เป็นยาทาผิวหนัง แก้ผดผื่นคันได้
ผงขมิ้นใช้ทาตัวเพื่อให้ผิวมีสีเหลืองนวล บำรุงผิวและฆ่าเชื้อที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังบางชนิด
มีรายงานการทดลองว่าน้ำมันหอมระเหยและเคอร์คิวมิน ลดการอักเสบ
มีฤทธิ์แอนตี้ออกซิแด้น(anti-oxidant)คนไทยจึงนิยมใช้ขมิ้นใส่ในยาอบเพื่อช่วยทำให้ผิวพรรณดี
ชะลอความแก่ ลดการอักเสบของผิวหนังและกล้ามเนื้อ
ไพล เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า
มีกลิ่นเฉพาะ เหง้ามีสีเหลืองสด ในตำรับยาแผนโบราณ ใช้ส่วนหัวหรือส่วนเหง้าพอกแก้ฟกช้ำ
บวม เคล็ดขัดยอก มีรายงานการทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาว่าน้ำมันหอมระเหยหรือน้ำมันไพล
ลดความดันโลหิต คลายกล้ามเนื้อเรียบและกล้ามเนื้อลาย และต้านการอักเสบ
คนไทยนิยมใส่ไพลในยาอบหรือประคบเพื่อช่วยแก้ปวดเมื่อย ลดการอักเสบให้กับกล้ามเนื้อ
ตะไคร้
ในใบมีน้ำมันหอมระเหย มีกลิ่นหอมระเหย(Volatile oil)
ทำให้สดชื่น
ส้มป่อย ในทางสมุนไพรไทยเชื่อว่าส้มป่อยมีรสเปรี้ยว
มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรก บำรุงผิวพรรณ เพิ่มความต้านทานโรคให้แก่ผิวหนัง
หนาดใหญ่ คนไทยเชื่อว่าผีกลัวใบหนาด
ในใบหนาดมีสารหอมระเหย Eugenol บรรเทาอาการหวัดคัดจมูก และมีสาร
cryptomeridion มีฤทธิ์ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบ เช่นกล้ามเนื้อหลอดลม
คนไทยสมัยก่อนใช้ใบหนาดมวนสูบแก้หอบหืด
เปล้าใหญ่
คนไทยเชื่อว่าสมุนไพรชนิดนี้รักษาอาการน้ำเหลืองเสีย
ซึ่งเป็นอาการที่ติดเชื้อง่ายทางผิวหนังหรืออาการผื่นแพ้ทางผิวหนัง
รักษาผดผื่นคันทางผิวหนัง
การบูร
เป็นสารหอมที่ระเหิดได้เมื่อถูกความร้อนใช้บรรเทาอาการหวัดคัดจมูก
จากสรรพคุณของสมุนไพรที่ได้กล่าวมา หลายท่านคงอยากจะอบไอน้ำมากยิ่งขึ้น
ซึ่งไม่ยากเลย เพียงแต่เอาหม้อข้าวไฟฟ้ามาวางใต้เก้าอี้ ใส่สมุนไพรที่ที่มีกลิ่นหอมพอจะหาได้
ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามที่กล่าวมา หาอะไรไม่ได้ก็เครื่องต้มยำนั่นแหละ
หรือถ้าเป็นหวัดก็เติมหอมแดงลงไป
เอาสมุนไพรใส่หม้อต้ม แล้วผ้าห่มมาคลุม ให้ไอน้ำสัมผัสทั่ว
เหลือที่ไว้ให้หายใจสะดวกๆ ไม่ยากเลย ไม่ต้องไปเข้าคอร์สดีท็อกซ์
ให้เปลืองเปล่าๆ
ปล่อยให้คนมีสตางค์เขาดีท็อกซ์กันไป
แบบนี้มีความสุขกว่ากันเยอะเลย ร่างกายจะกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันตาเห็น